เดือด! "วิษณุ" ตีความปมบาร์โค้ดอาจขัด รธน.มาตรา 85 ลงคะแนนไม่ลับ เสี่ยงเลือกตั้งเป็นโมฆะ "ศุภชัย" สวนต้องพิจารณาตามหลัก กม. ไม่ใช่ความกังวลเชิงเทคนิค เชื่อทำไว้กันปลอม-คุมจำนวน ไม่ได้โยงชื่อใครลงคะแนน "ปชน." เผยสัปดาห์หน้ายื่นฟ้อง กกต.ผิด ม.157 ยันมีหลักฐานเด็ดมัด แนะจับตาบัตรเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.พิสูจน์ชัด "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ลุยสอบคำร้อง ปชช.ให้ส่งศาล รธน.ตีความปมร้อนเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ในการบรรยายพิเศษของนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ "ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งนายวิษณุเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะหรือไม่ จากกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ อาจส่งผลให้ผลการลงคะแนนไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายวิษณุตอบว่า การตีความกฎหมายเรื่องนี้แบ่งได้ 2 แนวทางคือ 1.ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ 2.ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับพิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง
นายวิษณุระบุว่า กรณีบาร์โค้ดไม่เหมือนปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่าครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ
"ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่าไม่ได้ลับ เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุว่าการเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่าต้องเป็นความลับตลอดเวลา ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือนมาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้นพูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว" นายวิษณุกล่าว
อดีตรองนายกฯ ระบุอีกว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า นาย ก. ก็แสดงว่าไม่ลับแล้ว ซึ่งต้องขอย้ำว่าสิ่งที่ตนพูดถือเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้
จากนั้นผู้เรียนถามว่า หากเป็นแบบนี้การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ผมตอบไม่ได้ ไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” คนที่ถามเมื่อสักครู่ว่าลับหรือไม่ลับตนก็ตอบไปแล้วว่าส่วนตัวเห็นว่ามันไม่ลับ หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต.ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต.เห็นว่าไม่ลับก็ออกได้ทางเดียว คือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะเลือกเฉพาะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ
"ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไรผมไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ กกต.ต้องรับผิด แล้วก็ติดคุกกันไป ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต.ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต.แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง (นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.) ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี" นายวิษณุระบุ
ศุภชัยโต้วิษณุปมบาร์โค้ด
ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวว่า จากกระแสข่าวที่อ้างถึงความเห็นของนายวิษณุว่าการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2569 อาจมีปัญหาเรื่องความลับของการลงคะแนน เนื่องจากมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ควรพิจารณาตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ความกังวลเชิงเทคนิค
นายศุภชัยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ โดยคำว่าลับ หมายถึงต้องไม่มีระบบที่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับตัวเลือกที่ลงคะแนนได้ มิได้หมายความว่าบัตรต้องไม่มีรหัสหรือเครื่องหมายใดๆ
"บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งจัดทำภายใต้การกำกับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีไว้เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการปลอมแปลง และบริหารจัดการในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้เชื่อมโยงกับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่มีระบบติดตามว่าใครลงคะแนนให้ใคร" นายศุภชัยกล่าว
ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท. กล่าวว่า การจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องมีการละเมิดหลักการพื้นฐานอย่างร้ายแรง และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานว่าระบบอาจไม่ลับ แม้คนรอบตัวจะคาดเดาว่าบุคคลหนึ่งน่าจะเลือกพรรคใด แต่การกาบัตรเกิดขึ้นในคูหาโดยลำพัง เมื่อพับบัตรและหย่อนลงหีบแล้วย่อมไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรใบนั้นเป็นของใคร หรือเลือกผู้สมัครรายใด ความลับจึงยังคงอยู่ตามหลักกฎหมาย
"จึงสรุปได้ว่า ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานว่าบาร์โค้ดสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ หรือมีการใช้ระบบดังกล่าวติดตามคะแนนเสียง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2569 ยังคงเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและโดยลับตามรัฐธรรมนูญ และไม่อาจถือเป็นโมฆะได้เพียงจากข้อสงสัยเชิงเทคนิค" ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท.ระบุ
ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีพรรคเตรียมยื่นฟ้อง กกต. ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่า นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังทำคำฟ้องอยู่ คาดว่าจะสามารถยื่นได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ซึ่งเหตุผลใช้เวลาเล็กน้อย เพราะแต่ละวันมีข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา หลังจากนั้นอยู่ขั้นตอนเก็บข้อมูลรวบรวมหลักฐานต่อเนื่อง แต่คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นได้แล้ว
เมื่อถามว่า หลักฐานอะไรหนักสุดใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องและพิสูจน์กระบวนการพิจารณาว่าลับหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องเนื้อหามาตรา 157 คิดว่าเดี๋ยวโดยละเอียดน่าจะแถลงในช่วงมีการยื่น แต่เนื้อหาหลักไม่พ้นประเด็นเรื่องบาร์โค้ด ที่เรามองว่าเป็นการดำเนินการทำให้การออกเสียงไม่ลับ คาบเกี่ยวกับประเด็นเดียวกันมีหลายภาคส่วนใช้หลายช่องทางตรวจสอบเรื่องนี้
"ในความเห็นของ ปชน. ที่ผ่านมาเรามีจุดยืนชัดว่าการออกเสียงโดยลับต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ไม่ว่าเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ ไม่ว่าเข้าถึงข้อมูล ต้นขั้ว บัตรในหีบขนาดไหน ต้องไม่มีกลไกไปเช็กได้ว่าบุคคลชื่ออะไร กาให้กับใคร นิยามเราเป็นเช่นนี้ สอดคล้องกับบุคลากรหลากหลายทางการเมือง" นายพริษฐ์กล่าว
ถามกรณี กกต.แย้งตลอดว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไม่ถึงขั้นว่าไม่ลับ ปชน.จะทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งหลักฐานนี้ นายพริษฐ์กล่าวว่า วันที่ 22 ก.พ.นี้ เชิญชวนประชาชนสังเกตการณ์ สาระสำคัญคือถ้า กกต.ยืนยันว่า 8 ก.พ.ไม่มีปัญหา ต้องใช้แนวปฏิบัติเดิม ต้องใช้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเหมือนกัน กระบวนการนับคะแนนต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ถ้า 22 ก.พ. จัดแตกต่างจากเดิม แสดงว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญหา
ผู้ตรวจฯ สอบปมร้อง กกต.
ด้าน พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องกรณีภาคประชาชนยื่นคำร้องขอให้ยื่นเรื่องต่อศาล รธน.วินิจฉัยปมบาร์โค้ดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และปัญหาการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า มีภาคประชาชนมายื่นคำร้องแล้ว 28 เรื่อง โดยพิจารณาคัดแยกคำร้องเป็น 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ปัญหาการละเมิดสิทธิประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีการร้องว่า การลงคะแนนบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ มีผู้ร้องทั้งหมด 18 ราย ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องแสวงหาข้อเท็จจริงทั้งจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง คือ กกต. และวินิจฉัยตามพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายว่าคำร้องมีมูลพอจะส่งเรื่องให้ศาล รธน.พิจารณาหรือไม่ ให้เสร็จภายใน 60 วัน
"ประเด็นนี้เราส่งหนังสือให้ กกต.ตอบชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน ซึ่งต้องให้โอกาส กกต.ได้ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรม" พล.ต.อ.สรายุทธกล่าว
นอกจากนี้ ประเด็นที่สอง ปัญหาจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีผู้ร้องทั้งหมด 10 ราย ในประเด็นนี้ เป็นอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดโดยตรงของผู้ตรวจการแผ่นดิน กระบวนการพิจารณาจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของคำร้อง พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานมูลนิธิรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่มเติม ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินประสานมาในประเด็นข้อกฎหมายที่กำหนดให้ กกต.สามารถทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งได้เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
นอกจากนี้ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของ กกต. กรณีการจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์ QR Code และบาร์โค้ดลงบนบัตร โดยมองว่าอาจขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ
"เมื่อบัตรนำไปนับคะแนนไม่ได้ ก็จะทำให้การเลือกตั้งก็ต้องเป็นโมฆะ แต่การสั่งโมฆะนั้นอยู่ที่หน่วยงานที่มีอำนาจ คือการต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้เป็นโมฆะได้" สว.สำรองรายนี้ระบุ
นายอัครวัฒน์ยังกล่าวถึงกรณีการสืบสวนสอบการฮั้วเลือก สว.ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ครบรอบการขอขยายเวลาครั้งที่ 2 ของคณะอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 ถามว่าท่านจะดองเรื่องไปถึงเมื่อไหร่ หรือจะรอ สว.เปื้อนโคลนยกมือให้ กกต.ใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง อีก 2 คนมาก่อนหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ.ลั่นไทยปกป้องดินแดน พร้อมสู้ทางการทูต-ทหาร
โฆษกกองทัพบกโต้ "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลกอ้างไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา
มท.แจง‘Laser ID’เป็น‘ความลับ’
"ปชน." มั่นใจหารือฝ่ายกฎหมายแล้ว ปม "Laser ID" ไม่เสี่ยงโดนยุบพรรค
นายกฯดันจีดีพี ต้องโตกว่า2.5% ‘พีระ’เชื่อทำได้
นายกฯ เรียก “เอกนิติ-ไชยชนก” กำชับ จีดีพีต้องโตขึ้นกว่า 2.5% หลังกราฟโงหัวขึ้น
ขู่ใครบีบโดนสวนกลับ กธ.ย้อนภท.จะเอาอะไรอีก‘ธรรมนัส’ท้าให้ตรวจสอบคุณสมบัติ
"ภูมิใจไทย" เปิดตัว “ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่” หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ จ่อเปิดตัว 4 ว่าที่ สส.ประชาชาติเว้น
ซัดทอดผู้กอง ดีลทุนสิงคโปร์ MOUสแกนตา
"ธรรมนัส" งานเข้า! เปิดคำให้การ "ประเสริฐ" ต่อดีเอสไอ คดีสแกนม่านตา
‘ฮุน’ปั้นน้ำ!ไทยล้ำเขมร ‘สีหศักดิ์’บินเจนีวาแจง
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบ “กองทุนหทัยทิพย์”

