"บวรศักดิ์" งัดตำรา สอน รธน.มา 40 ปี สวน "กูรู กม." ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ด ชี้ต้องโกงกันทั้ง ปท.ถึงสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้ "มาร์ค" จี้ "กกต." เปิดใบขีดคะแนนพิสูจน์ความโปร่งใส มองปมปัญหาล้มเลือกตั้งไม่ง่าย "พระปกเกล้าโพล" สะท้อนคนส่วนใหญ่ไม่พอใจ กกต.ปราบทุจริต
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย" เนื้อหาระบุว่า ผมขอออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่กูรู และผมไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น เชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู (ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดา ฯลฯ แต่ให้เชื่่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นดีหรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ
นายบวรศักดิ์กล่าวว่า เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่าขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนองเหาะเกินลงกาว่าลับหมายถึงลับทั้งโลกไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก
"ในฐานะที่เป็นผู้สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชนมา 40 ปี ผมก็ต้องมานั่งทบทวนความรู้ของตัวเองว่าอะไรคือการเลือกตั้งโดยลับ secret vote การเลือกตั้งในอดีตเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันในเวลาเลือกตั้ง ต่อมาออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับในปี ค.ศ.1850 ต่อมาขยายไปอังกฤษในปี 1872 และไปสหรัฐอเมริกาในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากลที่นำไปบัญญัติไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย ฉบับ พ.ศ.2490 เป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านั้นอยู่ในกฎหมายเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2475 สังเกตให้ดีนะครับว่าสามประเทศที่เริ่มการเลือกตั้งโดยลับ คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา" นายบวรศักดิ์กล่าว
รองนายกฯ ระบุว่า การเลือกตั้งโดยลับมีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระและคุ้มครองเสรีภาพของผู้เลือกตั้ง ในการเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ (freedom of choice) คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม (free and fair election) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ตัวอย่างเช่นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมนังคศิลาชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าไพ่ไฟ หรือขนคนให้ย้ายคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่าพลร่ม การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาสิบกว่าปีก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพฯ มีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนเลือกตั้งน้อยเมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว ไพ่ไฟ ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่ กกต.ตัดสินใจ ใส่ QR Code บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งเพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ต้องโกงทั้ง ปท.ถึงเลือกใหม่
นายบวรศักดิ์ระบุว่า ถามว่า กกต.ไทยคิดแผลงๆ ใส่ QR Code หรือบาร์โค้ดลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่ ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรกๆ ของโลกสามประเทศคือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาหลายรัฐ ต่างก็ใช้ QR Code หรือบาร์โค้ดทั้งสามประเทศ เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนีย แคนาดา บ้างก็ใช้กับการเลือกตั้งระดับชาติ บ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะมีบาร์โค้ดหรือ QR Code
"เหตุที่ทำให้การเลือกตั้งถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่) ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียวคือ การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็คือต้องโกงกันทั้งประเทศนั่นแหละ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสองครั้ง คำวินิจฉัยแรกคือคำวินิจฉัยที่ 9/2549 ซึ่งศาลเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้ง สส. และจัดเลือกตั้งใหม่ และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนจะจัดเลือกตั้ง คสช. ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พ.ย.2557" นายบวรศักดิ์ระบุ
ช่วงท้ายนายบวรศักดิ์ระบุว่า วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้งโดยลับกับปัญหา QR Code และบาร์โค้ด ผมเชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลางจะอ่านโพสต์นี้ และใช้ปัญญาตรึกตรองเอาว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอยๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลายเมื่อยึดมั่นถือมั่นในสีที่ตัวชอบก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ว่า หลังจากที่มีปัญหาต่อกรณีของบัตรเขย่งและการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนนที่ปรากฏในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอัปโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่ ยอมรับว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวในส่วนของพรรค ปชป.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบแล้ว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หาก กกต.มั่นใจว่าทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนด้วย หากไม่ทำจะมีคำถาม มีเสียงวิจารณ์ว่า กกต.ปกปิดอะไร หากยืนยันว่าไม่ผิด ต้องเปิดเผยได้ และหากไม่เปิดเผย ตนกังวลว่าอาจลุกลามและนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือหากสะสมความรู้สึกไม่ดี ในที่สุดคนไม่ยอมรับในระบบ และนำไปสู่อะไรที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น กกต.ต้องตระหนักในความสำคัญและความรับผิดชอบของตนเอง ควรแสดงท่าทีและเจตนาให้อำนวยความตรวจสอบ หากไม่ผิดคนจะเข้าข้าง หากพบว่าเปิดใบขีดคะแนน ตรงกับใบรวมคะแนน หรือพบผิดพลาดแต่เล็กน้อย จะทำให้คนหันมาเข้าข้าง กกต.
ถามถึงกรณีการลงคะแนนที่วิจารณ์ว่าไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การลงคะแนนลับเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ์ โดยไม่ตกภายใต้อาณัติหรือความกลัว ที่พูดกันว่าลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้งมีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับ เฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าวไว้ทำไม ขณะเดียวกันในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ว่า คำว่าลับ คือต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและรู้ได้ โดยคำว่า อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ไม่ต้องรอให้เกิดการพิสูจน์
มาร์ครับล้มเลือกตั้งไม่ง่าย
ซักว่าจะเป็นเรื่องขี้แพ้ชวนตีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่อยากเลือกใหม่ อะไรก็แล้วแต่ไม่ได้อยาก และไม่คิดเปลี่ยนแปลงให้ประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่ ตนไม่อยากเห็นการเลือกตั้งใหม่ แต่รู้สึกว่าหากปล่อยให้การลงคะแนนไม่ลับสร้างเป็นบรรทัดฐาน จะเป็นอันตรายเพราะจะทำให้ฝ่ายการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นสิ่งที่พรรค ปชป.ต้องยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับกับมาตรฐานการเลือกตั้งที่ไม่ลับได้
“หลักของประชาธิปไตยที่กำหนดให้ต้องเป็นการลงคะแนนลับ เพราะกลัวผู้มีอำนาจล่วงรู้ ในทางการเมือง พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลได้ข้อมูลไป มีพรรคการเมืองไหนบ้างที่ไม่อยากได้ข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร เพราะจะได้เปรียบ เสียเปรียบมหาศาล รวมถึงหากเจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่าไม่ใช่พวกอาจกลั่นแกล้งได้ ดังนั้นตามหลักสากลต้องเป็นการลงคะแนนลับ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ถามว่า จะนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า เป็นอำนาจของศาลต่างๆ จะวินิจฉัย และเมื่อพิจารณาข้อกฎหมาย ไม่ง่าย เพราะต้องยื่นเรื่องให้ถูกช่อง ทั้งนี้พรรค ปชป.อยู่ระหว่างการประมวลคำร้องของผู้ที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 28 คำร้อง หากพบว่าคำร้องไหนไปได้หรือยื่นถูกช่อง จะไม่ยื่นซ้ำเพื่อทำให้เรื่องช้า เบื้องต้นที่ตรวจสอบแล้วคำร้องที่ยื่นผู้ตรวจที่มีปัญหาน้อย คือประเด็นที่ระบุถึงการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนไม่ลับ
เมื่อถามย้ำว่า มองว่าการล้มเลือกตั้งรอบนี้ไม่ง่ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ใช่ ไม่ง่าย อีกทั้งหากศาลได้ตัดสินแล้วบอกว่าผิด อาจไม่ชัดเจนอีกว่าจะทำแบบไหนต่อ หรือหากบอกว่าผิด และคำร้องที่ กกต.ไม่สมควรทำหน้าที่ต่อ การลงคะแนนหรือเลือกตั้งใหม่จะทำอย่างไร แม้ว่าตามกฎหมายบอกว่าศาลสามารถตั้งคนทำหน้าที่ได้ ปัญหาคือพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับเดิมทำได้หรือไม่
ถามด้วยว่า กระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหาเป็นเพราะการทุจริตหรือความผิดพลาดทางเทคนิค หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ามีความผิดปกติจำนวนมาก ดังนั้น กกต.ต้องรีบอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ตรวจสอบ หากผิดพลาดเล็กน้อยเชื่อว่าไม่มีใครติดใจ แต่หากผิดพลาดเป็นพันเป็นหมื่นคะแนน ตนตอบยาก
ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน กล่าวภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในส่วนของการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์เป็นโมฆะว่า เนื่องจากไม่เป็นไปโดยลับ พร้อมขอความคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ที่มีการส่งบัตรแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยส่งจดหมายไปยังที่พำนักที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศผ่านระบบไปรษณีย์ของประเทศนั้นๆ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากได้รับบัตรและไลฟ์ให้เห็นบัตร แต่การลงคะแนนได้มีการบดบังไม่ให้เห็นว่าลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคใด ก่อนปิดซองกฎหมาย รวมถึงการที่ส่งบัตรกลับมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็สามารถส่องเห็นบัตรเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับใคร ดังนั้นถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยไม่เป็นความลับ
ชี้คนไม่พอใจ กกต.ปราบโกง
ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายทินกร สุรบัณฑิตย์ ตัวแทนกลุ่มพิทักษ์ธรรม ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึง ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความฯ เพื่อขอให้องค์กรช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กรณีความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมี QR Code และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีบาร์โค้ดกำกับไว้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด
ดร.ธนพลกล่าวหลังรับหนังสือว่า ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของประเทศ จึงเตรียมตั้งคณะทำงานฝ่ายวิชาการขึ้นมาศึกษารายละเอียด ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยจะยังไม่ด่วนสรุปในทันที เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการดำเนินการของ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร 2568 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต.มีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส
“ตอนนี้ กกต.มีอยู่ 2 อย่างคือ ติดคุก กับชดใช้ 8 พันล้านบาท ถ้าจะให้เลือกตั้งใหม่ก็ต้องให้ กกต.ชดใช้ทั้งทางอาญาและแพ่ง” นายชาญชัยระบุ
ส่วนนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้าได้สํารวจครั้งที่ 9 เรื่อง "การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชน และรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง" ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จํานวน 2,000 ตัวอย่าง พบว่า 1.คนส่วนใหญ่รับรู้เรื่องซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตน 53.6% เคยได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตน 46.4% ไม่เคยได้ยิน 2.ประชาชนได้ยินราคาซื้อเสียง 500-1,000 บาท ครองสัดส่วนสูงสุด ระดับเงินที่รับรู้ว่าใช้ในการซื้อเสียงมากที่สุดในกลุ่มที่รับรู้ ได้ยินคือ "500-1,000" บาท 76.8% รองลงมาคือต่ำกว่า 500 บาท 15.3% และมากกว่า 1,000 บาท 7.9%
3.การรับรู้เรื่องซื้อเสียงต่างกันมากตามพื้นที่ ใต้-อีสาน สูงกว่า 60% ขณะที่กรุงเทพฯ ได้ยินน้อยที่สุด ในกลุ่มคนที่ได้ยิน รับรู้ ภาคใต้ สูงสุด 65.3%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 64.9%, ภาคเหนือ 56.5%, ภาคตะวันออก 46.3%, ภาคกลาง 37.7% และกรุงเทพฯ 26.5% น้อยที่สุด และ 4.ผลงาน กกต.ปราบทุจริตยังไม่ชนะใจประชาชน ไม่พอใจเกือบครึ่ง คนไม่พอใจการทํางานของ กกต.ในการป้องกันปราบปรามทุจริตเลือกตั้งสูงสุด 40.8% รองลงมาคือ พอใจระดับดี ค่อนข้างดี 31.9%, พอใช้ 25.8 และไม่มีความเห็น 1.5% สะท้อนว่าประชาชนยังต้องการเห็นการทํางานที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่จับต้องได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุกตลอดชีพ‘แอม’อีกคดี
“แอม ไซยาไนด์” โดนอีก ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต
ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็ง
พระราชินีทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง รอบชิงเหรียญทองแดงและเหรียญทองที่เมืองมิลาน ฉลองพระองค์สง่างาม
ประกันสังคมฟากส้มเซ็ง ระเบียบเลือกบอร์ดใหม่!
ประกันสังคมสีส้มโวยแก้ระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมใหม่
สัมพันธ์กธ.แค่กลางๆ
“ไชยชนก” ไม่หวั่นโดนวางงาน ก.เกษตรฯ “ประชาชาติ” เปิดตัวหนุน “อนุทิน” บอกแผลเก่าในอดีตเหมือนแข่งกีฬา
ขนลุก! ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. เอาผิดกกต.ทำบาร์โค้ด ขู่ติดคุก-ชดใช้ 8 พันล้าน
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจ
ดร.ณัฏฐ์ คลี่ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่กระทบการใช้สิทธิลงคะแนนโดยตรงและลับ
สืบเนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นความลับ ทำให้ประชาชนสับสนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น

