“กกต.” จ่อปล่อยผีประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตล็อตแรก 25 ก.พ.นี้ จำนวน 396 เขต อีก 4 เขตรอลงคะแนน-นับใหม่ พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน มั่นใจปมบาร์โค้ดไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ “เลขาฯ สภา” พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ. เปิดห้องประชุมชั้น B1 เป็นสถานที่รายงานตัว เผยประชุมสภานัดแรกอยู่ที่รับรอง สส.ได้เกินกว่า 95-100% วันไหน “สว.นันทนา-ทนายอั๋น” โวยชิงรับรองผลเลือกตั้งทั้งที่ยังมีข้อสงสัย “ศาลอาญาคดีทุจริตฯ” นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดีทนายร้องเอาผิด “7 กกต.-แสวง” บัตรเลือกตั้งทุจริต 17 มี.ค.
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพจสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความระบุว่า “ยินดีต้อนรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 พร้อมให้คลิกเข้าไปรายงานตัวที่เว็บไซต์ https://www.parliament.go.th/view/1/representatives27/TH-TH”
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการรับรายงานตัว สส.ใหม่ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อว่า ตามรายงานข่าวที่ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะให้การรับรอง สส.ภายใน 1-2 วันนี้ หรือในวันที่ 25 ก.พ. ดังนั้นทาง สส.ใหม่ก็จะมารายงานตัวต่อสภาในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งทางสภาก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง โดยจะใช้ห้องประชุมชั้น B1 เป็นสถานที่รายงานตัว ทั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อ เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
“หาก กกต.รับรองมาเร็วขึ้น สภาก็มีความพร้อมในเรื่องการเตรียมเอกสารต่างๆ ไม่มีปัญหา แต่มีบางส่วนที่อาจจะต้องขลุกขลักนิดหน่อย เกี่ยวกับการทำบัตรประจำตัวให้กับ สส.บางส่วน เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง ก็อาจจะต้องใช้เวลา แต่ก็จะเร่งดำเนินการ โดยจะนำบัตรประจำตัวไปมอบให้สมาชิกในภายหลัง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร” นายศิโรจน์กล่าว
ถามว่า หลังจากที่ กกต.รับรอง สส.ครบอย่างน้อย 95% จะสามารถเปิดประชุมสภานัดแรกได้ในช่วงใด เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ต้องดูก่อนว่า กกต.จะประกาศผลรับรอง สส.ได้เกินกว่า 95-100% วันไหน ถ้า กกต.ประกาศวันมาแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 ระบุว่า ภายใน 15 วัน ทางสภาจะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อขอเปิดประชุมสภานัดแรก
มีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.วันที่ 25 ก.พ. เวลา 10.00 น. ให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยด้านสืบสวนสอบสวนก็จะมีการเสนอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ที่ประชุมพิจารณาควบคู่ด้วย เพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตได้จำนวนเท่าใด จากทั้งหมดที่มี 400 เขตเลือกตั้ง โดยจะยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 100 คน ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.ให้นโยบายกับทางสำนักงานว่า ให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 1 มี.ค. และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือนหน้า
กกต.จ่อรับรองเลือกตั้ง สส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.จะเสนอให้ กกต.พิจารณารวม 396 เขตเลือกตั้ง โดยอีก 4 เขตที่เหลือคาดว่าจะยังไม่ประกาศ เนื่องจากอยู่ระหว่างที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ และนับคะแนนใหม่ประกอบด้วย ในวันที่ 1 ก.พ. โดยมีจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6, จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 4 จ.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8
ในส่วนของ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คนนั้น กกต.จะต้องรอผลการนับคะแนนใหม่ ใน 16 หน่วยเลือกตั้ง 10 จังหวัด ซึ่งจะมีการออกเสียงลงคะแนนใหม่และนับคะแนนใหม่ ในวันที่ 26 ก.พ. และ 1 มี.ค. ประกอบด้วย จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6, จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 และ 8, จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 2, จ.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 และ 14, จ.สกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 32, จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 11 เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 4, จ.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8, กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 74, จ.ตรัง เขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 18 และ จ.สมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 33 ซึ่งหลังจากนับคะแนนเสร็จแล้ว กกต.จะมีการพิจารณาเรื่องการประกาศรับรองผลในส่วนที่เหลือนี้ ในช่วงต้นเดือน มี.ค. เพื่อให้ได้ สส.ครบ 500 คน จากนั้นภายใน 15 วันหลังประกาศรับรอง คาดว่าจะมีการประชุมเปิดสภาเพื่อเลือกประธานรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามไทม์ไลน์การจัดการเลือกตั้งเดิม กกต.วางแผนไว้ว่าหลังจากวันเลือกตั้งแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ตรวจการเลือกตั้งรายงานว่าไม่พบการเลือกตั้งที่ทุจริต และครั้งนี้เรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งมีไม่มากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 และจนถึงขณะนี้จังหวัดยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ และกฎหมายเปิดโอกาสให้ กกต.ประกาศรับรองผลไปก่อนแล้วสอยภายหลังได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี
ขณะเดียวกัน ในประเด็นที่คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าการพิจารณาของศาลจะใช้เวลาพอสมควร หากรอก็จะไม่เป็นผลดี เนื่องจากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง อีกทั้ง กกต.ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด และรหัส 9 ตัว บนในส่วนของเล่มที่ เลขที่บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ที่ถูกมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใครนั้น ถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ ขณะที่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. แม้จะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ส่วนของต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ
ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หรือที่เรียกว่าบัตรเขย่ง จากที่สำนักงานได้ตรวจสอบตามรายงานผลการนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (สส. 5/18 และ สส. 5/18 บช.) พบว่า มีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตร ในกว่า 50 หน่วย โดยหลายหน่วย กกต.ได้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วความสนใจของสังคมก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้มีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอ กกต.เห็นชอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่มีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง เพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหรือไม่ แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่าสามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิ์ที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ด้วย
สั่งนับคะแนนใหม่ 9 หน่วย 5 จ.
มีรายงานด้วยว่า ในการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาและตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริงจากสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ หรือมีการทักท้วงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการนับคะแนน เมื่อวันที่ 1 ก.พ. และวันที่ 8 ก.พ.2569 เช่น การปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน การอ่านคะแนนโดยไม่แสดงบัตรเลือกตั้งให้เห็นโดยเปิดเผย การขีดคะแนนโดยไม่เปิดเผยการขีดคะแนนให้เห็นอย่างชัดเจน การขีดคะแนนเกิน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนเลือกตั้งใหม่เพิ่มเติมนั้น กกต.ได้มีมติให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส.ใหม่ จำนวน 9 หน่วย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง
โดย จ.สุพรรณบุรี 4 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองฯ หน่วยเลือกตั้งที่ 11 ตำบลสนามชัย ให้นับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอบางปลาม้า หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลองครักษ์ ให้นับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอสองพี่น้อง หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบางตาเณร ให้นับคะแนนใหม่ สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอสองพี่น้อง หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลบ้านช้าง ให้นับคะแนน สส.แบบแบ่งเขต, จ.จันทบุรี มี 2 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอแหลมสิงห์ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลพลิ้ว ให้นับคะแนนใหม่ สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ และเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอท่าใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลทุ่งเบญจา นับคะแนนใหม่ สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตดินแดง หน่วยเลือกตั้งที่ 74 แขวงดินแดง ให้นับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ, จ.ตรัง เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอกันตัง หน่วยเลือกตั้งที่ 18 ตำบลกันตัง ให้นับคะแนนใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ จ.สมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอกระทุ่มแบน หน่วยเลือกตั้งที่ 33 ตำบลอ้อมน้อย ให้นับคะแนนใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รวม 5 จังหวัด 8 เขต 9 หน่วย โดยให้ดำเนินการนับคะแนนใหม่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ว่า ขณะนี้ยังมีประเด็นข้อสงสัยที่ กกต.ยังไม่ชี้แจงรายละเอียดให้สังคมได้รับความกระจ่าง โดยเฉพาะจำนวนตัวเลขของผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่แท้จริง รวมถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ยังมีปัญหาเรื่องการลงคะแนน เรื่องบัตรเขย่งที่ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ดังนั้นหาก กกต.เร่งรับรองผลการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะค้านกับความรู้สึกของประชาชน กกต.ควรเร่งชี้แจงสื่อสารกับประชาชนในทุกประเด็นข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งก่อน
“ควรรอผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินที่อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของบุคคลที่ยื่นให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ยังรอคำชี้แจงจาก กกต.ด้วย ดังนั้นเมื่อคนยังสงสัย แต่ กกต.รีบร้อนรับรองผล อาจถูกมองได้ว่าทำไปเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่” น.ส.นันทนากล่าว
ถามถึงการเข้าชื่อเพื่อเสนอคำร้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยกระบวนการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ส่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ สว.รายนี้ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหลายประเด็น โดยประเด็นเป็นวาระที่ขอให้พิจารณาคือ สั่งให้การเลือกตั้ง สส.รอบนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นตามเจตนารมณ์และขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงวันที่ 26 ก.พ.นี้ ก่อนให้ สว.ร่วมลงชื่อคำร้องต่อไป
เช่นเดียวกับ นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งนับไปได้แค่ 95% นอกจากนี้ ในวันที่ 26 ก.พ. เวลา 10.30 น. ทนายอั๋นระบุว่า จะไปยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งความเอาผิดกับนายแสวงและ กกต.ชุดปัจจุบันด้วย
ฟ้องศาลคดีทุจริตเอาผิด กกต.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติลับบัตรเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องของ กกต. ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่าๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ฉะนั้นต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง เมื่อถามว่าสมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบ จะยังเป็นความลับอยู่ไหม นายปกรณ์ถามกลับว่า ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา
ซักว่าการตีความ “ลับ” ในแวดวงราชการตีความอย่างไร เลขาฯ กฤษฎีกากล่าวว่า หากตามระเบียบของราชการจะมีระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องรับของทางราชการจะมีเรื่องลับ ลับมาก และลับที่สุด หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ซีเคร็ต ถ้าลับมากก็เป็น Confidential แล้วลับที่สุดก็ top secret
เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจากการเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า สื่อก็ทำกับตนบ่อยๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อยๆ
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.อ.ยงยุทธ เสาแก้วสถิต อาชีพทนายความ ยื่นฟ้องนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกที่เป็น กกต. และเลขาธิการ กกต. รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา 69, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561มาตรา 149 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
คำฟ้องระบุว่า ตนเองใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนชาวไทย ขอยืนฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานคณะกรรรมการการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2-7 ในฐานะ กกต. และจำเลยที่ 8 ในฐานะเลขาฯ กกต. โดยจำเลยที่ 1-7 มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องร่วมกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จำเลยทั้ง 8 ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย จำเลยทั้ง 8 มีเจตนาทุจริตร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตร เลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งบัตรสีเขียว ใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้งทุกใบ บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง โดยจำเลยทั้ง 8 มีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง อันแสดงถึงความไม่สุจริตและไม่โปร่งใส เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อมาในวันที่ 8 ก.พ.2569 จำเลยทั้ง 8 เจตนาร่วมกันกันสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบดังกล่าวไปใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
โดยศาลรับคำฟ้องไว้ และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 09.30 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรยิงระเบิดค.ใส่ไทย ซัดไร้วินัยจ่อฟ้องยูเอ็น
ทบ.แฉ "กัมพูชา" ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ค.40 มม. ตกบริเวณพลาญหินแปดก้อน
ครม.ถกรับมือ สั่งเอกนิติ-ศุภจี จับตาภาษีUS
นายกฯ มอบ “เอกนิติ-ศุภจี-สศช.” ติดตามภาษีทรัมป์ใกล้ชิด
ยธ.อุบหมายจับเบนสมิธ ธปท.คุมเบิก5ล.สกัดเทา
"แบงก์ชาติ" ลุยสกัดธุรกรรมสีเทา ไม่เกินกลาง มี.ค. คลอดเกณฑ์ใหม่
อนุทินยังไม่ปิดดีลรบ.
“อนุทิน” ย้ำเป็นคนดีลตั้งรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีการปิด เพราะต้องรอ กกต.แถลงเป็นทางการก่อน
กกต. สั่งนับคะแนนใหม่ 9 หน่วย 5 จังหวัด ขีดเส้นให้จบ 1 มี.ค.
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณา และตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริงจากสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ หรือมีการทักท้วงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการนับคะแนน เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569
กกต.ปล่อยผี ประกาศรับรอง 'สส.แบ่งเขต' ล็อตแรก 396 คน 25 ก.พ.นี้
จับตา กกต.ปล่อยผี ประกาศรับรองผลเลือกตั้งสส.แบ่งเขตล็อตแรก พรุ่งนี้ ( 25 ก.พ.) หลังมั่นใจปมบาร์โค้ด ไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ บัตรเลือกตั้งใหม่ใช้วิธีพิเศษจัดพิมพ์ ยันมีรหัสทุกอย่างครบ ส่วนปมบัตรเขย่งแค่หลักร้อย ใน 50 กว่าหน่วย เล็งเอาผิดขบวนการถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

