"ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ" รวม 6 ราย โดน กกต.จัดหนัก ฟันขวางเลือกตั้ง-อั้งยี่-ยุยงปลุกปั่น-นำเข้าข้อมูลเท็จ "ปชน." ฟ้องศาลทุจริต ฟัน 7 เสือ กกต.พ่วงแสวงและ ผอ. ยกคดี "วาสนา" เป็นบรรทัดฐาน เตรียมดึง "อ.วิษณุ" ขึ้นแท่นพยาน ภาคประชาชนร้องดีเอสไอดำเนินคดี กกต. "สว.นันทนา" ขอโทษ ปชช. เหตุกฎหมายไม่เปิดช่องถอดถอนองค์กรอิสระ "สุชาติ" เอาคืน "รักชนก" หมิ่นพาดพิงโกงเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เข้าแจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัส QR code บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต เลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. วันที่ 22 ก.พ.นั้น
มีรายงานว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดี ประกอบด้วย 6 ราย ได้แก่ 1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain 3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black. 4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน 6.นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง โดยตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 กำหนดว่า ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ผู้กระทำต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ผู้ใดกระทำการใดๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนฯ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี สำหรับมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการ โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 ขณะที่มาตรา 322 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมฯ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฟ้องศาลฟัน 9 กกต.
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ เดินทางเข้ามายื่นฟ้องกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์ เจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง รวม 9 ราย ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 โดยศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2569
นพ.วาโยกล่าวว่า มีคดีตัวอย่างกรณีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. เมื่อปี 2549 ก่อนจะมีคำพิพากษาออกมาเมื่อปี 2558 ศาลได้ลงเป็นความผิดฐาน พ.ร.ป.กกต. มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ในขณะนั้น เทียบกับปัจจุบันคือ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 แม้คำวินิจฉัยครั้งนั้นจะตีตกในความผิดมาตรา 157 แต่ครั้งนี้ได้ยื่นในข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วย เพื่อปิดช่องโหว่และต้องการให้ กกต.ได้รับผิดทางอาญา และตนยินดีต่อสู้หากคดีนี้ต้องลากกันไปยาวนานจนถึง 10 ปี ที่ผ่านมาราษฎรฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริตที่เป็นการฟ้องเจ้าพนักงานยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้แต่การระบุพยานก็มีกระบวนการที่ต่างจากคดีอาญาทั่วไป แต่ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนถือเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิโดยชอบที่จะฟ้องคดีแบบนี้ต่อ กกต.ได้
ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีประชาชนยื่นฟ้อง กกต.จะเป็นฟ้องซ้ำนั้น นพ.วาโยกล่าวว่า การรวมสำนวนเป็นดุลยพินิจของศาล แต่ไม่ใช่การฟ้องซ้ำซ้อนแน่นอน เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน หากศาลนัดตรวจคำฟ้องแล้วไม่รับฟ้องจะกลายเป็นยกฟ้องไปโดยปริยาย ตนจะฟ้องคดีใหม่ไม่ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่น โดยตนยื่นฟ้องคดีนี้ โจทก์ที่ร่วมยื่นฟ้องคือพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย และพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองในเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะแต่ละพรรคต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย
"การฟ้องครั้งนี้มีพยานหลายท่าน ทั้งนักกฎหมายที่อยู่หน้าสื่อแทบทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ดร.วิษณุ เครืองาม หรือคนอื่นๆ เราก็เชิญมาด้วย บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 บริษัท เราก็เชิญมาทั้งหมด รวมถึงเอกสารทีโออาร์ สัญญาจ้าง รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต." รองหัวหน้าพรรค ปชน.ระบุ
ส่วนกรณี กกต.กทม.ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนนั้น กกต.อ้างว่าต้องฟ้องร้องประชาชน โดยระบุว่าถ้าไม่ทำจะโดนมาตรา 157 ประหลาดมาก มองว่าเป็นการฟ้องปิดปากอยู่แล้ว
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" พร้อมด้วยภาคประชาชน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี และ 7 กกต. ในข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการจัดการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. และ 22 ก.พ.69 ที่เข้าข่ายไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้เกิดบัตรเขย่งหลักหลายแสนใบ มีการนับคะแนนผิดปกติ การนำถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด เป็นต้น และทราบว่ามีคนไปร้องเรียนที่ กกต.เกือบ 7,000 เรื่องแล้ว ข้อครหาสำคัญคือการใช้บัตรพิเศษ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งย้อนกลับไประบุตัวตนของผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง
นายทิวา ลี้จากภัย ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ตามที่ กกต.ดำเนินคดีขัดขวางการเลือกตั้งกับนักวิชาการที่พยายามตรวจสอบบัตรเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งเที่ยงธรรมนั้น บุคคลที่ถูกแจ้งความสามารถดำเนินคดีกลับได้ทันที ในมาตรา 173, 174 หากได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา เพราะถ้าหากว่าไม่มีความผิดอาญาใดเกิดขึ้น แต่กลับถูกแจ้งความอาญา จะถือเป็นการแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งเอาผิด โดยพนักงานสอบสวนต้องรับแจ้งความด้วย แต่หากพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ จะถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ
สว.พันธุ์ใหม่ถอย
ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงถึงความคืบหน้าการยื่นฟ้องศาลกรณีการเลือกตั้งมิชอบตามรัฐธรรมนูญว่า จากการที่ให้ฝ่ายกฎหมายทำการศึกษารัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว.รวบรวมรายชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระใดๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้กลไก สว.ดำเนินการได้เลย ดังนั้นจึงขอส่งคำร้องดังกล่าวกลับคืนให้นายภัทรพงศ์ ศุภักษร กลับไปทำหน้าที่ในการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามมาตรา 157 หรือดำเนินการยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 โดยใช้สิทธิที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทนายอั๋นรับปากเป็นเจ้าภาพดำเนินการฟ้องร้องในครั้งนี้
"นี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระและนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น สส.หรือ สว. ก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบและถอดถอนองค์กรอิสระได้เช่นกัน แต่งตั้งได้อย่างเดียว แต่ไม่อาจถอดถอนได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นในส่วนของ สว. ต้องขอยุติกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งเพียงเท่านี้ และต้องขอโทษประชาชนในการทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย เพราะตามกลไกเราไม่สามารถทำได้ เราทำได้แค่ส่งเสียงเท่านั้น” น.ส.นันทนาระบุ
วันเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สส.ชลบุรี เขต 1 มอบหมายทีมทนายความเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) กรณีโพสต์เฟซบุ๊กในวันเดียวกับที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติไม่นับคะแนนใหม่เลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 โดยมีข้อความระบุว่า “จะได้เรียกได้เต็มปากว่า 'ไอ้รัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง’” พร้อมคอมเมนต์คำว่า “คนเฮ้งซวย” จึงตีความได้ว่ามีเจตนาพาดพิง ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าได้ตำแหน่งจากการทุจริต ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนรับคำร้องไว้สอบสวนแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สภาสูง’ตีตก‘มณฑล’ โหวต‘จิรุตม์’กกต.ใหม่
วุฒิสภาเห็นชอบ “จิรุตม์ วิศาลวิจิตร” นั่ง กกต.ใหม่ ส่วน "มณฑล สุดประเสริฐ” อด สว.สองขั้วปะทะเดือด
เช็กคลังอาวุธเตรียมพร้อม
“อนุทิน” ไม่ประมาทเช็กคลังอาวุธกองทัพรับมือเหตุไม่คาดฝันชายแดน
อนุทิน2ต้องไร้สีเทา ตรวจเข้มคุณสมบัติรมต. ยึดบรรทัดฐานศาลรธน.
"สส.ใหม่" คึกคักรับหนังสือรับรอง กกต.วันแรก 141 คน เข้ารายงานตัวสภา 47 คน
MPIพุ่ง1.46% ผลพวงส่งออก การเลือกตั้งสส.
สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม-MPI เดือน ม.ค.69 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัว 1.46%
ซวยแล้ว! เปิด 6 ชื่อ โดน กกต. แจ้งจับฐานขัดขวางเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น
เปิด 6 ชื่อเซ่นปมถ่ายภาพ ถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง กกต.จัดหนักแจ้งดำเนินคดีฐานขัดขวางเลือกตั้ง-อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จ "ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ" ไม่รอด
สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง วันแรก 141 คน
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 และให้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.ดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งในวันที่ 26 -27 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น.

