"อนุทิน" ยันไม่ตอบควบ รมว.กลาโหม หรือ รมว.มหาดไทย เพราะกำกับอยู่แล้ว ย้ำรอรับรอง สส.-เลือก ปธ.รัฐสภา-นายกฯ ก่อน กกต.ลุยเอาผิด กปน.เขตเลือกตั้ง 2 หน่วยเลือกตั้ง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณฯ น่าเชื่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังผลนับคะแนนใหม่แตกต่างจากครั้งแรก กมธ.พัฒนาการเมือง สว. เตรียมจำลองเลือกตั้ง 4 มี.ค. ร่อนหนังสือเชิญ "วิษณุ-บวรศักดิ์-จรัญ-เจษฎ์" พร้อมทูต 7 ประเทศร่วมสังเกตการณ์
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงความสนใจจะมานั่งควบ รมว.กลาโหมหรือไม่ เพื่อคุมกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงเองว่า ตำแหน่งนายกฯ คุมอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ถ้าได้นั่ง รมว.กลาโหมจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ต่อให้ไม่ได้นั่งก็คุม รมว.กลาโหมอยู่แล้ว กำกับดูแลอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า สรุปจะควบ รมว.มหาดไทยเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยว่ากัน คำตอบเดิมคือรอรับรอง สส.ให้เรียบร้อย รอเลือกประธานรัฐสภา รอเลือกนายกฯ ให้เรียบร้อย ตอนนี้จะไปพูดเรื่องตำแหน่งอะไรก็ไม่ได้ ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการโปรดเกล้าฯ ไปพูดอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ เพราะนายกฯ มีอำนาจเพียงทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้มีพระปรมาภิไธย เราจะไปพูดอะไรก่อนไม่ได้เป็นอันขาด
เมื่อถามว่า การสัมมนาพรรค ภท.ในวันที่ 8 มี.ค. ที่ จ.บุรีรัมย์ จะรู้เลยใช่หรือไม่ว่าพรรคไหนร่วมรัฐบาลกับ ภท. นายอนุทินรีบตอบสวนทันทีว่า ไม่เกี่ยวกันเลย อันนั้นเป็นการปฐมนิเทศ สส. เพราะเรามี สส.เพิ่มจาก 70 คนเป็น 192 คน เราก็ต้องมาปฐมนิเทศให้เขารู้จักกัน ทำให้มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน รู้จักอุปนิสัยกัน ก็มีทั้งการพูดคุยรูปแบบวิชาการ แล้วก็จะมีคนมานำเต้นไก่ย่างถูกเผา ส่วนวันเปิดประชุมสภาให้รอก่อน
ที่รัฐสภา สำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่ 5 โดยตลอดทั้งวันมี สส.มารายงานตัว 14 คน ทำให้ขณะนี้มีสส.มารายงานตัวแล้วทั้งหมด 115 คน จาก 396 คน แบ่งเป็นพรรคภูมิใจไทย 50 คน พรรคประชาชน 1 คน พรรคเพื่อไทย 52 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน
ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี (กกต.จว.สุพรรณบุรี) เผยแพร่ข้อมูลกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 การนับคะแนนเลือกตั้งสส.จังหวัดสุพรรณบุรีใหม่ และการดำเนินการกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย 1.สำนักงานกกต.จว.สุพรรณบุรี พบภาพและคลิปทางโซเชียลมีเดีย ที่ปรากฏภาพเหตุการณ์กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) นับคะแนนเลือกตั้งไม่ถูกต้อง โดยไม่แสดงบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เห็นเครื่องหมายการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง และขีดคะแนนเลือกตั้งในลักษณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถมองเห็นการขีดคะแนนได้ สำนักงาน กกต.จว.สุพรรณบุรี จึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นต่อ กกต.เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่
กกต.จ่อฟัน กปน.สุพรรณฯ
2.กกต.ได้มีคำสั่งที่ 306/2569 ลงวันที่ 24 ก.พ. 2569 สั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.จังหวัดสุพรรมบุรีใหม่ ดังนี้ (2.1) สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง เขตเลือกตั้งที่ 2, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลบ้านช้าง อ.สองพี่น้อง เขตเลือกตั้งที่ 2 (2.2) สส.แบบบัญชีรายชื่อ, หน่วยเลือกตั้งที่ 11 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง เขตเลือกตั้งที่ 2, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า เขตเลือกตั้งที่ 2
3.กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 ได้ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง สส.
ใหม่ ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 โดยผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ พบว่า (3.1) การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 11 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า เขตเลือกตั้งที่ 2 (3.2) ผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่มีความแตกต่างจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 จนน่าเชื่อว่า กปน.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง เขตเลือกตั้งที่ 2 ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง เขตเลือกตั้งที่ 2 แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
4.ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สั่งรับกรณีตามข้อ (3.2) เป็นสำนวนการสืบสวน และมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการสืบสวนและไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงเตรียมจัดจำลองการเลือกตั้ง ว่า ในวันพุธที่ 4 มี.ค. เพื่อเสาะหาข้อเท็จจริงในส่วนของบัตรเลือกตั้งว่า ถ้ามีบาร์โค้ดจะสามารถสืบกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ จะได้รับการพิสูจน์เพื่อความโปร่งใส ได้ประสานงานกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ซึ่งจะเป็นผู้สาธิตกระบวนการการจำลองการเลือกตั้ง แล้วจะมีการเชิญผู้สังเกตการณ์จากหลายสาขาวิชาชีพมาร่วมด้วย และอาจร่วมในการเดาผลการเลือกตั้งจำลองครั้งนี้ ว่าการเลือกตั้งในระบบบาร์โค้ดแบบนี้ ถ้าจะมีการแฮ็กให้ได้ผลออกมาสามารถทำได้หรือไม่
นายนรเศรษฐ์ระบุว่า กมธ.ได้ออกหนังสือเชิญไปยังผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ ทูตทั้ง 7 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และยังมีการเชิญนักวิชาการที่ให้ความเห็นในประเด็นเหล่านี้ ทั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ซึ่งเราได้ทำหนังสือเชิญไปหมดแล้ว รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ถูก กกต.ดำเนินคดี
ถอดรหัสบาร์โค้ดจับผิด กกต.
"ความตั้งใจของเราก็เพื่อให้ความจริงได้ถูกพิสูจน์ในเชิงวิชาการวิทยาศาสตร์ ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าตัวบาร์โค้ดที่เป็นข้อถกเถียงว่าลับหรือไม่ลับ จะเป็นความลับจริงหรือไม่เมื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้ง แล้วจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมสังเกตการณ์กันในวันที่ 4 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ซึ่งเราได้ส่งหนังสือเชิญไปยัง กกต.ทุกคน รวมถึงเลขาธิการ กกต.ให้มาร่วมสังเกตการพิสูจน์ ทั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นการเมืองใดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มีเจตนาที่จะเปิดพื้นที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากการทดลองไปพิจารณาและปรับปรุงการเลือกตั้งครั้งต่อไป" นายนรเศรษฐ์กล่าว
ด้านนายสมชัยกล่าวว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก แต่ทำให้เห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ แม้ไม่มีต้นขั้วหรือบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เลขลำดับ หรือเอาบัตรที่ลงคะแนนแล้วออกมาก็ตาม ในจังหวะของการนับคะแนนก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเลือกใคร หากเป็นแบบนี้จริงการเลือกตั้งจะไม่เสรี ประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์มีสิทธิ์ตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่าท่านเลือกใคร โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งหรือหมู่บ้านที่มีคนไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อย ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
"ดังนั้นการพิสูจน์ของเราคือ การจัดทำบัตรเลือกตั้งอะไรบางอย่าง ให้สื่อมวลชนเข้าไปเป็นตัวแทน 10 คน เข้าไปเลือก และเมื่อถึงขั้นตอนการนับคะแนนจะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน โดยจะให้ทีมวิเคราะห์ดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง ให้ถอดรหัสเอง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร สุดท้ายจะมีการเฉลยว่ากระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% นี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้า กกต.ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว" นายสมชัยกล่าว
ขณะที่นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม หนึ่งในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวเสริมว่า การตรวจสอบพยายามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ได้ตั้งธงว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร ชี้ว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ นายนรเศรษฐ์พร้อมคณะได้นำสื่อมวลชนไปดูสถานที่จำลองการเลือกตั้ง โดยมีการตั้งคูหาและบัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งมีบาร์โค้ดอยู่บนบัตร และใช้ชื่อของก๋วยเตี๋ยวเป็นตัวเลือกในการกาบัตรเลือกตั้งแบบจำลอง ซึ่งมีทั้งหมด 6 เบอร์
นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรหรือบุคคลที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สง่างามไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรม จึงเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต.ในการฟ้องร้องเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งตนพร้อมเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของ กกต.ในทุกคดี เพราะสังคมต้องเดินด้วยความกล้าหาญไม่ใช่ความหวาดกลัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทพิสูจน์ ‘รัฐบาลไร้รอยต่อ’ รับมือผลกระทบสงคราม!
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
ออกหมายจับ! เบนสมิธ-เมีย ฟอกเงินพันล.
ตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ "เบน สมิธ-ภรรยา" พบหลักฐานหลอกลงทุนข้ามชาติ
รัฐ-เอกชนรับมือวิกฤต เร่งหาแหล่งน้ำมัน-ก๊าซ
นายกฯ ประชุมทีมเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน ลั่นทุกวิกฤตมีโอกาส
สั่งคุมเข้มสถานทูต2ขั้วในไทย
ไทยประเมินสงครามตะวันออกกลางลากยาว “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ
สงครามอ่าวยืดเยื้อ ‘ทรัมป์’คาดเกิน4สัปดาห์/ยุโรปหวั่นลุกลามจีนจี้ให้เจรจา
สงครามอ่าวรอบใหม่จบยาก "ทรัมป์" คาดอาจกินเวลา 4 สัปดาห์
'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

