ไทยจี้อิหร่านขอโทษ ประท้วงยิงเรือมยุรี-ถกอาเซียน ประสาน‘โอมาน’เร่งช่วย3ชีวิต

"นายกฯ" สั่งประสานช่วยเหลือ 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี" ที่ยังสูญหาย ลั่น "อิหร่าน" โจมตีเรือไทยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ รองปลัด กต.หารือทูตอิหร่าน  จี้ให้ออกแถลงการณ์ขอโทษพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง      "ไทย" ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับ เรียกร้องให้เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ "กต." นัด "รมต.ต่างประเทศอาเซียน" ถกแนวทางรับมือตะวันออกกลาง 13  มี.ค.นี้ "ผบ.ทร." คุย "ผบ.ทร.โอมาน" ขอให้เร่งค้นหาลูกเรือไทย "โฆษก ทร." ปัดข่าวลือ 2 ใน 3 ลูกเรือเสียชีวิต แจงไทม์ไลน์เตือนเรือทุกลำเลี่ยงผ่านช่องแคบฮอร์มุซตลอด เผยเรือ 3 ลำที่ลูกเรือไทยทำงานอยู่พื้นที่ปลอดภัยหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยที่สูญหายหลังเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยชื่อ “มยุรีนารี” ถูกโจมตีขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงคมนาคม (คค.) ได้ประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานให้เกิดความสะดวกที่สุดในการดูแลลูกเรือไทยที่อยู่ในเรือมยุรีนารี ซึ่งหวังว่าลูกเรือทั้งหมดจะมีความปลอดภัย

ถามว่า มีการตั้งคำถามเหตุใดเรือสินค้าสัญชาติไทยจึงสัญจรผ่านช่องแคบทั้งที่มีการประกาศเตือนการโจมตีแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า  บางข่าวบอกว่าเตือนแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าการเดินเรือเป็นอย่างไร และเขาจะเชื่อฟังใคร ซึ่งอาจจะเป็นน่านน้ำสากลหรือไม่ เนื่องจากเรืออยู่ในช่องที่เป็นอ่าวเข้าไป ซึ่งต้องรอความชัดเจน

"คนส่วนใหญ่ของไทยปลอดภัยก็ถือว่ายังมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นอยู่ อีกทั้งได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตในการเข้าไปดูแลให้ถึงตัว แต่ก็ทราบว่าใช้เวลามากในการเดินทาง  ซึ่งได้ประสานกับประเทศที่ดูแลลูกเรือเรียบร้อยแล้ว" นายอนุทินกล่าว

ซักว่าทางการไทยจะทำหนังสือไปยังอิหร่านเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ส่วนการเชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้ามาชี้แจงนั้น ได้มอบมอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศดำเนินการ

ถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อิหร่านหรือไม่ นายกฯ ย้ำว่า ต้องดูที่เหตุผลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งการเข้ามาทำร้ายเรือของไทยไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เมื่อถามว่าบริษัทเอกชนที่เป็นเจ้าของเรือสินค้าได้ติดต่อชี้แจงเพิ่มเติมกับรัฐบาลหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า คงมีการติดต่อกับกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการรับผิดชอบ

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เรื่อง พัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ระบุว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาและการตอบโต้โดยอิหร่าน โดยการโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมีแนวโน้มจะเพิ่มความตึงเครียดทั้งในและนอกภูมิภาค  สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประชาชนของประเทศนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทยด้วย

อีกทั้งล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือ เมื่อเรือสัญชาติไทยลำหนึ่งที่มีลูกเรือคนไทย 23 คน ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ในห้วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ  อาทิ การคุ้มครองพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

"ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจา การทูต และการหารือ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป" แถลงการณ์ระบุ

กต.ประท้วงยิงเรือไทย

วันเดียวกัน นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยรองปลัดฯ   ได้หยิบยกกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือชาวไทย 23 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยจึงขอประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย และขอให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับจะรายงานการประท้วงของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป

 รองปลัดฯ แจ้งว่า ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนในภูมิภาคด้วย รวมทั้งได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งสำเร็จลงเรียบร้อยด้วยดี และขอให้ทางการอิหร่านดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในอิหร่านด้วย

ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. กล่าวว่า ในทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาค และยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงคนไทย อย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุ

ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก

"ในช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) กต.ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และ รมว.การต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.การต่างประเทศของโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน” นายปาณิดลกล่าว

รองโฆษก กต.กล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางต่ออาเซียน และแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือและเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียนและการเป็นแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ถามถึงมีกระแสข่าวลูกเรือ 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้ว รองโฆษก กต.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้  อยากให้รับฟังจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่าความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

ประสานโอมานช่วย 3 ลูกเรือ

ด้าน พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันลูกเรือไทยจำนวน 20 คนปลอดภัยแล้ว แม้บางรายจะมีอาการบาดเจ็บบ้างเล็กน้อย โดยบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของเรือมยุรีนารี ก็ได้รับผิดชอบดูแลลูกเรือทั้งหมด เพื่อส่งตัวกลับประเทศไทย ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่เหลือ ทราบว่าเป็นช่างเครื่อง ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในขณะนี้ว่าปลอดภัยหรือไม่

"วันนี้ (12 มี.ค.69) กองทัพเรือจะเร่งประสานงานเพื่อช่วยให้ได้เร็วที่สุด เพื่อนำตัวไปรวมกับลูกเรือชุดก่อนหน้านี้ 20 คน พร้อมกันนี้จะเร่งตรวจสอบว่าการโจมตีเรือมยุรีนารีเกิดจากอาวุธชนิดใด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือสินค้าต่างๆ ของไทย" พล.ร.อ.ธาดาวุธกล่าว

เสนาธิการทหารเรือกล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความหวังวิตกและความอันตรายต่อการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะต้องประเมินในภาพรวมต่อไปว่าคู่ขัดแย้งทั้งอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป

"กองทัพเรือและ ศรชล.จะต้องกำหนดมาตรการ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การเดินเรือสินค้าและคนไทยที่ปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวปลอดภัย" เสนาธิการทหารเรือกล่าว

ส่วน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์  โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 มี.ค.2569) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้ส่งข้อความด่วนตรงถึง พล.ร.ต.ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ

"กองทัพเรือยังคงมีความห่วงใยต่อชะตากรรมของลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังตกค้างบนเรือ โดย ผบ.ทร.ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือโอมาน ในการเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบและช่วยเหลือลูกเรือที่ยังตกค้างให้ได้โดยเร็วที่สุด" พล.ร.ต.ปารัชกล่าว

โฆษก ทร.กล่าวว่า กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มกำลัง และขอยืนยันว่า จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในทุกช่องทางในการติดตามและช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือจนกว่าจะได้รับความชัดเจน

พล.ร.ต.ปารัชกล่าวว่า กองทัพเรือได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงในการเดินเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งเตือนและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ภาคการเดินเรือของไทย เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินเรือได้อย่างปลอดภัยโดยวันที่ 24 ก.พ.2569 กรมยุทธการทหารเรือ ออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 1 ถึงสมาคมเจ้าของเรือไทยและบริษัทเจ้าของเรือ เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมขอให้ผู้ประกอบการรับทราบสถานการณ์และพิจารณาดำเนินการตามข้อแนะนำด้านความปลอดภัยในการเดินเรือ

จากนั้นวันที่ 2 มี.ค.2569 กรมยุทธการฯ ออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 2 ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยกองกำลัง IRGC ของอิหร่าน พร้อมเสนอแนะให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และแจ้งมาตรการเบื้องต้นสำหรับการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยง พอมาวันที่ 6 มี.ค.2569 กองทัพเรือจัดการประชุมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทเจ้าของเรือ เพื่อกำหนดแนวทางดูแลความปลอดภัยเรือสินค้าไทยในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (HRA) โดยผลการประชุมได้จัดทำเป็นคำแนะนำการนำเรือ

กระทั่งวันที่ 7 มี.ค.2569-ปัจจุบัน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โดย ศคจร. ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ทำหน้าที่เป็นจุดประสานหลัก (POC) ในการติดตามสถานการณ์เรือไทยที่กำลังจะเข้าหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการรับข้อมูลรายงานจากเรือและบริษัทเดินเรือ ทำการพล็อตและติดตามเป้าเรือ พร้อมรายงานสถานการณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน

โฆษกกองทัพเรือกล่าวด้วยว่า กองทัพเรือขยายวงติดตามเรือ 3 ลำ ที่มีลูกเรือไทยทำงานอยู่ ปัจจุบันทิ้งสมอในเขต UAE-โอมาน หลังเกิดเหตุเรือมยุรีนารีถูกโจมตี พร้อมเชื่อว่า ทร.โอมานกำลังเร่งหาทางช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารีที่ติดค้างในเรืออย่างเต็มที่ แต่ต้องประเมินความเสี่ยงรัดกุม

"เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าเรือยังลอยลำไปตามกระแสน้ำแบบไร้การควบคุม ซึ่งจากเหตุการณ์มีข้อสังเกตว่า บริเวณช่วงท้ายเรือได้รับความเสียหาย และคาดว่ามีการอพยพฉุกเฉิน จึงไม่แน่ใจว่ามีการทิ้งสมอหรือไม่ หากทิ้งสมอไม่ทันเรืออาจจะมีไหลไปตามกระแสน้ำ และอาจจะเคลื่อนที่จากเดิมเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมยังอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ"  โฆษกกองทัพเรือระบุ

วันเดียวกัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน มอบหมายให้นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนเดินทางไปรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน จำนวน 18 คน บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางกลับมาแล้วรวมแล้ว 35 คน และจะมีแรงงานเดินทางกลับมาเพิ่มอีก 33 คน จากประเทศบาห์เรน 6 คน ประเทศอิหร่าน 27 คน โดยขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้วเกือบ 1,000 คน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะแจ้งความคืบหน้าของเที่ยวบินให้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้ 'อิหร่าน' โจมตีเรือไทยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ อาจเป็นน่านน้ำสากล

นายกฯ ชี้ "อิหร่าน" โจมตีเรือไทยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ มอบ "สีหศักดิ์" คุยทูตรอฟังเหตุผล สั่งระดมกำลังหาอีก 3 ชีวิต มองเรือสินค้าเข้าช่องแคบฮอร์มุซ อาจเป็นน่านน้ำสากล หลังถูกถามแล่นเรือเข้าพื้นที่เตือนภัย