สส.โชว์ซื้อข้าวกินเอง

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ-ความสงบสุขในพื้นที่ ขณะที่ ครม.อนุทิน 2 ส่งประวัติให้ สลค.ครบ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ “ปกรณ์” ลาออกบอร์ด PTTGC จ่อนั่งรองนายกฯ ส่วนการประชุมสภายัง 2 วันเหมือนเดิม ทึ่ง! ปรากฏการณ์หาข้าวกินเอง สส.พกปิ่นโตเข้าสภา “หมอวรงค์” ยันส่งชื่อผู้ช่วย สส.แค่ 3 คน  ฉีกใบสมัครอีก 5 ชุดทิ้ง

ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งมีการส่งประวัติและคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน ครม.อนุทิน 2 ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบนั้น มีรายงานว่าขณะนี้บุคคลที่ถูกเสนอรายชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ส่งประวัติและคุณสมบัติให้ สลค.ตรวจสอบครบแล้ว

ล่าสุด สลค.อยู่ระหว่างส่งให้หน่วยงานต่างๆ  เร่งตรวจสอบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว นอกจากนี้ วันเดียวกันได้มีการเผยแพร่เอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์  เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ลาออกจากประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ตั้งแต่วันนี้ (25 มี.ค.) โดยให้เหตุผลว่า ลาออกจากตำแหน่ง/บริษัท เนื่องจากมีภารกิจอื่น ซึ่งนายปกรณ์มีชื่อจะมาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี  ได้เข้าไปคอมเมนต์เฟซบุ๊กของนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ว่า "ขอบพระคุณพรรคประชาชาติที่มาทำงานเพื่อชาติ และประชาชนด้วยกัน ผมได้กราบเรียนเชิญอาจารย์วันนอร์ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขอให้ท่านได้มาช่วยดูแลพี่น้องมุสลิม และการสร้างความสงบสุขและสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และท่านได้กรุณาตอบรับแล้วครับ"

ทั้งนี้ นายซูการ์โนได้ตอบกลับว่า “ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสกับพรรคประชาชาติครับ”

ที่รัฐสภา วันเดียวกันนี้ นายโสภณ ซารัมย์  ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ  เป็นต้น เพื่อหารือเรื่องการกำหนดวันเวลาในการประชุมและสมัยการประชุม

หลังการประชุมเสร็จสิ้น นายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า  ที่ประชุมได้มีการหารือประเด็นหลักๆ คือเรื่องวันเวลาประชุม เบื้องต้นยืนยันนัดประชุมเหมือนที่เคยเกิดขึ้น ที่ผ่านมาคือวันพุธและวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ แต่เราพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจจะมีวาระอื่นๆ ทั้งรายงานของหน่วยงานต่างๆ หรือการเสนอร่างกฎหมายของ สส. รวมถึงการเสนอร่างกฎหมายของภาคประชาชน ที่อาจจะมีการค้างการพิจารณา หรือในอนาคตหากคณะรัฐมนตรีมีการยืนยันกฎหมายกลับมาที่ประชุม จึงเปิดช่องให้มีการประชุมเพิ่ม กรณีที่มีการพิจารณาวาระค้างการพิจารณา ก็จะประชุมเพิ่มในวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน

รวมทั้งที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่า การประชุมสัปดาห์ไหนที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็อาจจะมีการประชุมชดเชย เพื่อทำให้สภาแห่งนี้มีการนำปัญหาของประชาชนมาพูดคุยกันอย่างเต็มที่ และการประชุมสภาฯ จะเริ่มในเวลา 09.00 น. ส่วนจะจบเมื่อไหร่คงขึ้นอยู่กับวาระของแต่ละวัน

นอกจากนี้ ได้มีการหารือกันถึงวันเวลาของการปิดสมัยประชุม ทั้งในสมัยที่ 1 และสมัยที่ 2 โดยในสมัยที่หนึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ไปถึงวันที่ 11 ก.ค. ขณะที่สมัยที่ 2 เริ่มวันที่ 25 ส.ค.เป็นต้นไป  และปิดวันที่ 22 ธ.ค. เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา 120 วัน โดยใช้กรอบนี้ตลอดการประชุม 4 ปี

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงประเด็นการแต่งตั้งผู้ช่วยประจำตำแหน่ง สส. และบำนาญ สส. โดยกล่าวว่า  อย่างน้อยๆ สิ่งแรกที่เราเรียกร้องคือการยกเลิกอาหารของ สส. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้ให้ความร่วมมือต่อกระแสเรียกร้องความต้องการของพี่น้องประชาชน ตนถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่การยกเลิกอาหารของ สส. และอย่างน้อยก็จะนำไปสู่การประหยัดงบประมาณของชาติปีละประมาณ 72 ล้านบาท ถ้า 1 สมัยก็เกือบ 300 ล้าน ประเด็นนี้เองเมื่อเริ่มต้นที่ สส.แล้ว ตนอยากจะฝากไปยังท่าน สว. ซึ่งตนถือว่าท่านคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนเช่นกัน

เขากล่าวว่า ประเด็นที่ 2 คือการยกเลิกผู้ช่วย ซึ่งขณะนี้สภาได้กำหนดให้ทั้ง สส.และ สว.มีผู้ช่วยทั้งหมด 8 คน ซึ่ง 8 คน ณ ขณะนี้มีเงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท 7 คน และอีกหนึ่งคนจะมีเงินเดือน 24,000 บาท ที่เรียกว่าตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ การที่มีตำแหน่งผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญรวมกันถึง 8 คน สะท้อนถึงความใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ให้ สส. รวมทั้ง สว.มากเกินความจำเป็น เรายังยืนยันที่จะเรียกร้องให้ทั้งเพื่อน สส. รวมทั้ง สว. ลดผู้ช่วยให้เหลือ 3 คน

“ถ้าเราสามารถลดผู้ช่วยได้เหลือแค่ 3 คน และคิดในแง่ของการปรับเงินเดือนในวันที่ 1 ต.ค. ที่จะมีการปรับเงินเดือนผู้ช่วยจาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาท เฉพาะ สส. เราจะประหยัดงบประมาณของแผ่นดินได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 540 ล้านบาท ถ้า 1 สมัยประหยัดงบประมาณของชาติได้  2,160 ล้านบาท ถ้า สว.ให้ความร่วมมือด้วย 200 ท่าน เท่ากับ 1 ปีจะประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ไม่ต่ำกว่า 3,000   ล้านบาท นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียกร้องเชิญชวนให้ท่านผู้แทนปวงชน ในภาวะที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันแพง ประเทศชาติต้องประหยัด”

ประเด็นที่ 3 ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก กองทุน สส.และ สว.หลังจากที่ไม่มีตำแหน่ง คือบำนาญ อันที่ 2 สิทธิในการรักษาพยาบาลหรือตรวจร่างกาย อันที่ 3 สิทธิในการส่งลูกหลานอายุไม่เกิน 25 ปีสามารถเบิกค่าเล่าเรียนได้ สิทธิที่ 4 กรณีทุพพลภาพ จะได้เงินเพิ่มเติมอีก 15,000 บาท นอกจากเงินบำนาญ และสิทธิที่ 5 ถ้าเสียชีวิต ครอบครัวจะได้อีก 200,000 บาท

“ผมยืนยันนะครับว่าผมจะตั้งผู้ช่วย 3 คน นี่คือเอกสารที่สภาให้ผมมาทั้งหมด 8 ชุด เพื่อกรอกในการที่จะรับสิทธิในผู้ช่วย ผมตั้งใจทำจริงๆ และจะทำเป็นแบบอย่าง ผมจะไม่ส่ง 5 คนนี้ครับ ผมจะฉีกทิ้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมจะแต่งตั้งแค่ 3 คน” นพ.วรงค์กล่าว พร้อมฉีกเอกสารต่อหน้าสื่อมวลชนกลางห้องแถลงข่าว 

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ได้สั่งเมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว จากร้านอาหารตามสั่ง ครัววิทยุ 1 ระหว่างรออาหารได้พูดคุยกับสื่อมวลชนที่ได้สอบถามว่าได้ลองซื้ออาหารครบทุกร้านหรือยัง นพ.วรงค์ตอบว่า ก็จะลองไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการโปรโมตร้านอาหารให้โรงอาหารไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการรับประทานอาหารกลางวันของกลุ่ม สส. โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย โดย สส.หลายคนต่างโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่าได้รับประทานอาหารที่โรงอาหารกลางของรัฐสภา ขณะที่บางคนนำปิ่นโตอาหารกลางวันมารับประทานที่ห้องพัก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตหมอใหญ่ขยับ‘พล.ต.อ.’

"รมว.ยธ." ยันพิจารณาพักโทษ "ทักษิณ" ทัน 11 พ.ค. เรื่องยังอยู่ที่คณะกรรมการเรือนจำ "ก.ตร." ไฟเขียวนายพลสีกากี 60 ตำแหน่ง