สภาชำแหละปัญหาวิกฤตพลังงาน “6 พรรค” ร่วมเสนอญัตติด่วน “โรม-มาร์ค” บี้ “นายกฯ-รมต.” มาชี้แจง โดน "ภท.” แย้งไม่ใช่อภิปราย บังคับฝ่ายบริหารมาตอบไม่ได้ “กรณ์” ซัดรัฐบาลล้มเหลวทำประชาชนทุกข์ร้อน แนะเก็บธรรมเนียมลาภลอย-ลดภาษีสรรพสามิตแก้ปัญหา “เอกนัฏ” จี้เปิดข้อมูลการส่งน้ำมัน ฝากถึง "รมว.พลังงานคนใหม่” กล้าฝ่าวิกฤต ฟังเสียง ปชช.มากกว่า ขรก. “ยศชนัน” ชู 3 มิติแก้พลังงานอย่างรอบคอบ “อรรถวิชช์” ซัด "ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน “ปชน.” แฉมีเรือขนน้ำมันเถื่อนไปโรงกลั่นมาขายฟันกำไรชาวบ้าน
ที่รัฐสภา วันที่ 25 มีนาคม 2569 ตั้งแต่ช่วงเช้า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคการเมือง หารือเรื่องการพิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบกับสถานการณ์สงครามภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาพืชผลเกษตร ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงผลการหารือว่า ที่ประชุมเห็นว่าเนื่องจากเรื่องนี้ค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงจะเปิดให้สมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ จากที่หารือกันนั้นคาดว่ามี สส.ผู้อภิปรายเกือบ 100 คน ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ประธานสภาฯ จึงระบุว่า หากเป็นเช่นนั้นให้มีผู้ที่อภิปรายเปิดเป็นระยะเวลา 15 นาที และปิด 10 นาที ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ ใช้ 7 นาทีต่อคน เพื่อให้สมาชิกได้ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนอย่างเต็มที่ ในกรณีนี้จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการใดๆ แต่เป็นการอภิปรายเพื่อส่งข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
จากนั้นเวลา 09.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณทำหน้าที่ประธาน โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นได้หารือถึงกรอบเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละสัปดาห์ ที่ประชุมเห็นตรงกันให้มีการประชุมสภา 2 วันต่อสัปดาห์ ในวันพุธและวันพฤหัสบดี โดยในแต่ละเดือนให้เพิ่มการประชุมสภาในวันศุกร์ 1-2 ครั้ง เพื่อเร่งพิจารณากฎหมาย
เวลา 10.00 น. ที่ประชุมสภาได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่มีผลกระทบต่อประชาชน มี สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คน ได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.), นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.), นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม (กธ.) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.)
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เรียกร้องให้นายอนุทินหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. แย้งว่า การให้นายกฯ มาชี้แจงสามารถทำได้หากประธานสภาฯ อนุญาต แต่ญัตติด่วนดังกล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การให้นายกฯ มาชี้แจงสามารถทำได้ในการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายโสภณกล่าวเสริมว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นเรื่องฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนต่อไป
โดยนายเอกนัฏกล่าวเสนอญัตติว่า ปัญหาขณะนี้คือเรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84 ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊มและผู้ประกอบการ เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะ
“วันนี้ยังไม่รู้ รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยัง รมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืมก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่าปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏกล่าว
ซัดรบ.แก้วิกฤตพลังงานล้มเหลว
ต่อมานายวีระยุทธเสนอญัตติว่า การพาประเทศไทยฝ่าวิกฤตโลกป่วน ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่สูงกว่าช่วงเวลาปกติ เพราะต้องมีทั้งความเข้าใจเศรษฐกิจโลก ความกล้าตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดคือความเห็นอกเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อย โดยเสนอว่ามี 3 เรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อกู้วิกฤตครั้งนี้ คือ 1.เพื่อความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พรรค ปชน.จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศบก.เปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการวิกฤตแบบปิดมาเป็นการจัดการวิกฤตแบบเปิด ด้วยการเปิดรับฟังเสียงให้รอบด้าน เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ และกล้าจับคนผิดมาลงโทษ 2.เปลี่ยนจากการตรึงราคา เป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันไดและช่วยกลุ่มเปราะบาง 3.เปลี่ยนจากโครงการธงเขียวเพื่อประชาสัมพันธ์ เป็นการดูแลทั้งซัพพลายเชนและแจกคูปองแบบทั่วถึง ภาคเกษตรเป็นกลุ่มต่อไปที่ต้องเผชิญแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลาง เพราะเรานำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึงประมาณ 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด
ส่วนนายกรณ์เสนอญัตติว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ความวุ่นวายในประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาล นำมาสู่ความทุกข์ร้อนของประชาชน ประเด็นที่นายเอกนัฏ ในฐานะว่าที่ รมว.พลังงาน บอกถึงข้อมูลที่ย้อนแย้งระหว่างปริมาณการกลั่นน้ำมันที่มากเกินใช้แต่ละวัน แต่ไม่มีน้ำมันขายให้ประชาชน เป็นสิ่งยืนยันว่าไอ้โม่งมีจริง ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลขาดคือการติดตามข้อมูลน้ำมันทุกหยด นอกจากนั้นแล้วโครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหาเป็นเหตุให้น้ำมันขาดแคลน รวมไปถึงปัญหาการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน
“นายกฯ บอกว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความตื่นตระหนกเพราะบริหารล้มเหลว และกักตุนขอให้ดูที่ไอ้โม่ง ผมขอให้เอาจริง ไม่เช่นนั้นสุ่มเสี่ยงจะคิดว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน ความชัดเจนของรัฐบาลที่ส่งสัญญาณปล่อยลอยตัวน้ำมันตามที่นายอนุทินระบุเหตุผลสำคัญคือการไม่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันก่อนวิกฤติสงคราม ทำให้มีการกักตุนเก็งกำไร คือความล้มเหลวการบริหารจัดการ รวมทั้งรัฐบาลต้องมีส่วนร่วม โรงกลั่นต้องมีส่วนร่วม โดยพรรคมีข้อเสนอ กำไรเกินควรในช่วงวิกฤตควรแบ่งปันเป็นธรรมเนียมลาภลอยเพื่อลดภาระให้ประชาชนในกองทุนน้ำมัน รวมถึงลดภาษีสรรพสามิต ลด 6 บาท โดย 2 ข้อเสนอนี้จะทำให้น้ำมันมีราคาลดลงลิตรละ 9 บาท และรัฐบาลดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้วันที่ 1 พ.ค. เชื่อว่าค่าไฟฟ้าต้องปรับขึ้นแน่นอน ซึ่งเกิดจากกลไกตลาด ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนสูตรการซื้อไฟฟ้าที่เอื้อให้นายทุนที่ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น หากต้นทุนค่าแก๊สเพิ่มสูงขึ้น ภาวะที่ต้นทุนค่าแก๊สสูงขึ้น” นายกรณ์กล่าว
นายจาตุรนต์เสนอญัตติว่า การดูแลประชาชนไม่ควรมีแต่การพยุงราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ต้องช่วยลดความจำเป็นในการแบกรับต้นทุนน้ำมันของประชาชนด้วย การรับมือวิกฤตครั้งนี้จะหยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ประเทศไทยต้องวางแผนสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วยคือ 1.ต้องกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซให้หลากหลายขึ้น ไม่พึ่งพาภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป 2.ต้องทบทวนระบบสำรองพลังงาน การกระจาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังเก็บและขนส่ง ให้สามารถรองรับภาวะสะดุดของตลาดโลกได้จริง 3.ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันในภาคขนส่งและการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว และ 4.ต้องทำให้ภาคเกษตร ภาคขนส่ง และภาคการผลิตของไทยปรับตัวได้มากขึ้น ไม่ปล่อยให้ทั้งระบบเปราะบางต่อราคาน้ำมันโลกเช่นเดิม เพราะความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการมีน้ำมันพอใช้ในวันนี้ แต่คือการทำให้ประเทศมีความสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้ในระยะยาว
ด้านนายสัญญาเสนอญัตติว่า วิกฤตน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ เข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่กลับต้องเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลน ซึ่งน้ำมันไม่ได้ขาด แต่หายไปจากระบบ และน้ำมันไม่ถึงสถานีบริการจริง ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ ซึ่งสะท้อนความผิดปกติในกระบวนการกระจายสินค้า อาจมีบุคคลบางกลุ่มในระบบ ที่สับรางทำให้น้ำมันไหลไปอีกช่องทางหนึ่ง เพราะมีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบให้ตนในราคาลิตรละ 40-42 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล และไม่ใช่คนนอกแน่นอน
ยศชนันชู 3 มิติทางออกสำคัญ
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวีเสนอญัตติว่า การแก้ปัญหาน้ำมันคลาดแคลน ระยะแรกเสนอให้นำภาษีสรรพสามิตมาช่วยอุดหนุนกองทุนน้ำมัน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ผ่านมายืมแต่จมูกคนอื่นหายใจ วันนี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยใช้ปาล์มแทนน้ำมันใต้ดิน คือการใช้ปาล์ม และกรรมาธิการได้ศึกษา B100 พบว่ามี 11 ล้านลิตร แต่นำไปผสมแค่ 3 ล้านลิตร ซึ่งตนเชื่อว่าหากเราสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทางเกษตรได้ เงินก้อนนี้ไม่วิ่งไปต่างประเทศ แต่จะกลับมาวิ่งในประเทศ ดังนั้นควรมีวิสัยทัศน์ในอนาคตที่จะใช้ในส่วนนี้
จากนั้นได้เปิดให้ สส.ที่ลงชื่ออภิปรายญัตติกว่า 100 คน ได้อภิปรายคนละ 5-7นาที โดยนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรค กธ. อภิปรายว่า วิกฤตน้ำมันในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตาก รุนแรงอย่างมาก ประชาชนต้องต่อคิวยาวหลายกิโลเมตรเพื่อรอซื้อน้ำมัน บางแห่งต้องถือแกลลอนรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง และยังมีการลักลอบนำน้ำมันข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในรูปแบบถูก และผิดกฎหมาย ทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศยิ่งตึงตัว นโยบายของรัฐบาลการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน อาจทำให้ราคาพุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท และจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย ยา และสินค้าเกษตร ซึ่งถ้ารัฐยังแก้ไม่ตรงจุด วิกฤตจะกลับมาอีกแน่นอน
เวลา 14.30 น. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า ขอเสนอ 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งรับมือ ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะขาดแคลน ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ทั้งด้านการขนส่งและการใช้เครื่องจักร 2.ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอายุสั้น อาจทำให้ระบบซัพพลายเชนเกิดความติดขัด นอกจากนี้ยังรวมถึงปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นจากการนำเข้า ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป จึงข้อตั้งคำถามถึงความพร้อมของภาครัฐในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้ายุทธศาสตร์ และ 3.นโยบายควบคุมราคาสินค้าของรัฐ ที่ปรับลดรายการสินค้าควบคุม อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญทางเลือกที่จำกัด ทั้งการกักตุนสินค้า การลดคุณภาพ หรือยุติกิจการ
“ต้องการให้รัฐใช้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและแม่นยำ แก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่การใช้งบประมาณแบบหว่านแห ควรจำแนกกลุ่มเอสเอ็มอีตามระดับผลกระทบ ทั้งกลุ่มวิกฤต กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มปกติ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และควรเร่งบังคับใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ เปิดเผยโครงสร้างต้นทุนสินค้าและสถานะคลังวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยและเม็ดพลาสติก เพื่อให้เห็นภาพทั้งระบบ” นางการดีกล่าว
เวลา 15.40 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. อภิปรายว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของหลายกระทรวง ของทุกภาคส่วน ซึ่งมิติต่างๆ ที่จะทำให้เราสามารถมองปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างรอบคอบและครบวงจร ขอเรียกว่า 3 มิติในการบริหารจัดการสภาวะวิกฤตตะวันออกกลาง ประกอบด้วย มิติที่ 1 คือปัจจัย 4 ประกอบด้วยเรื่องอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เราต้องดูแลเรื่องกลไกราคานอกถึงการรักษาพยาบาล มิติที่ 2 เรื่องที่อยู่อาศัย ค่าไฟ เนื่องจากการเดินทางมารักษาทางไกลต้องใช้พลังงานในการเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และมิติที่ 3 คือในส่วนของอนาคต ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน การใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามตั้งแต่โรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน ทั้งนี้ ตนหวังว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างทั่วถึงเพื่อประโยชน์ของประชาชน ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. อภิปรายว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีความเปราะบางของโครงสร้างพลังงานที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศปริมาณสูง ทำให้เมื่อมีภัยสงครามจะส่งผลต่อราคาพลังงานของไทยทันที ดังนั้นสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะให้แก้ไขคือ การผลักดันโครงสร้างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานใหม่ของไทย ผลักดันนโยบายของรัฐบาลที่เปลี่ยนไปตามรัฐบาลให้เป็นกฎหมายที่ใช้ต่อเนื่อง ผ่านกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างแรงจูงใจของการลงทุนพลังงานทางเลือก นอกจากนั้นต้องส่งเสริมและวิจัยชีวมวล นำของเหลือใช้จากการเกษตรมาผลิตไฟฟ้า
'อรรถวิชช์-ปชน.'แฉไอ้โม่ง
ส่วนนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายว่า ตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่าน้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน้าปั๊มไม่มีวิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหน ไอ้โม่งคือโรงกลั่น ประชาชนจะเก็บภาชนะได้หรือ อย่างเก่งมีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร ต้องถามว่าโรงกลั่น 6 โรง และเครือข่ายของเขาว่าน้ำมันไปไหน
“รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชยและเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่านายกฯ มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมาย ควรทุบโรงกลั่น โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา” นายอรรถวิชช์กล่าว
เวลา 18.00 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เราพบเห็นเรือที่ออกไปหาปลา แต่เราพบเห็นเรือที่แอบขนน้ำมันเถื่อน ขนขึ้นมาทางชายฝั่งไปยังโรงกลั่นที่มีการขออนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น รง.105 รง.106 ขอให้ท่านไปตรวจสอบว่าในระยะเวลาที่ผ่านมานี้มีการอนุญาตให้กับโรงกลั่นใดบ้าง มีการขนขึ้นที่สมุทรสาคร สมุทรปราการ อยุธยา ขอให้ไปตรวจสอบได้ เพราะเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี สุดท้ายเมื่อกลั่นเสร็จก็เอาไปขายฟันกำไร ซึ่งเกษตรกรทั้งประมงและเกษตรกรก็รับรู้เรื่องนี้ แต่นั่งดูตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้ ร้องไปยัง สส. ตนก็อยากนำเรื่องนี้ไปสะท้อนในสภา ว่าเรื่องเหล่านี้หน่วยงานภาครัฐมองไม่เห็นเลยหรือ คนเป็นรัฐบาลมาแล้ว คนเป็นรัฐบาลต่อเนื่องมา มองไม่เห็นเลยหรือ ไปนั่งทนดูได้อย่างไรให้ประชาชนนอนเฝ้าและกางมุ้งในปั๊มน้ำมัน ซึ่งก็เกิดขึ้นในรัฐบาลท่าน
นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า กำลังตามหาไอ้โม่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงในประเทศไทย หากวันนี้เปิดให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยได้ ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอยู่ต้องปล่อยน้ำมันออกมา วันนี้จะมาเฉลยไอ้โม่งตัวนั้นเป็นใคร คนที่กักตุน ตามหาง่ายที่สุดจากผู้กลั่นน้ำมันในไทยที่มีอยู่ 6 โรง คือ 3 โรงถือหุ้นโดย ปตท. 45% อีก 2 โรงถือหุ้นโดยบางจาก ประกอบด้วยกองทุนวายุภักษ์ สำนักงานประกันสังคม และกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวม 34% ส่วนอีก 1 โรงถือหุ้นโดยเอกชนคือ เชฟรอน หากจะตามหาน้ำมันให้ตามจาก 6 โรงนี้ หากนายกรัฐมนตรีเรียกโรงกลั่น 6 แห่งมาคุยแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง ให้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อให้โรงกลั่น 6 แห่งนี้ต้องขายแข่งกับตลาดโลก ทำให้น้ำมันลดลงทันที 7 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน สส.ส่วนใหญ่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายไปทางเดียวกัน ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพงโดยด่วน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ส่งน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน พร้อมให้เตรียมรับมือปัญหาสินค้าอื่นๆ ขึ้นราคา ทำให้ค่าครองชีพประชาชนขึ้นตามราคาน้ำมัน ลดความตื่นตระหนกจากวิกฤตพลังงานโลก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตหมอใหญ่ขยับ‘พล.ต.อ.’
"รมว.ยธ." ยันพิจารณาพักโทษ "ทักษิณ" ทัน 11 พ.ค. เรื่องยังอยู่ที่คณะกรรมการเรือนจำ "ก.ตร." ไฟเขียวนายพลสีกากี 60 ตำแหน่ง
สส.โชว์ซื้อข้าวกินเอง
“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว
สงกรานต์มีนํ้ามัน! ลุยอัดดีเซลดันB20ห้ามขึ้นค่าโดยสารงัดแพ็กเกจอุ้ม5กลุ่ม
"อนุทิน" ยอมรับปล่อยมือตรึงดีเซล ปชช.อ่วม ยันใช้ทุกช่องทางช่วยเหลือ
สั่งอัคราชดใช้ 386ชาวบ้าน ผจญพิษ20ปี
ศาลสั่ง "เหมืองทองอัครา" ชดใช้ค่าเสื่อมสุขภาพและจิตใจ เยียวยาสูงสุดรายละกว่า 2 เเสนบาท
ศาลทุจริตภ.4ไร้อำนาจ รับคดีกกต.ปมบาร์โค้ด
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 ชี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดี กกต.ปม QR Code
ส่งซิกรบรอบ3/สว.ชงฉีกMOU43
"อนุทิน" สยบข่าวเปิดศึกไทย-กัมพูชา รอบ 3 บอก “ไม่มีอะไรน่ากังวล”

