BCPปัดเมินลดค่าการกลั่น

นายกฯ ยังนิ่ง ซีอีโอบางจากแจงไม่ได้เมินคำเชิญ รมว.พลังงานหารือค่าการกลั่น ยืนยันติดภารกิจ ปฏิเสธจ่ายเงินให้อิหร่านแลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วน "ชัยชนะ" เล่นใหญ่ เรือน้ำมัน 1.8 แสนล้านลิตร แวะขายสิงคโปร์ 7 หมื่นล้านลิตร ทั้งๆ ที่้เรือบรรทุกน้ำมันลำใหญ่ที่สุดในโลกบรรทุกได้ 300 ล้านลิตร “บอร์ดคดีพิเศษ” ฉลุยรับสอบสวนกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวที่​​บริษัทเอกชนเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาล​ หลังออกประกาศรีดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลลง  2 บาทต่อลิตร​ ว่า​ขอให้ไปถามนายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พลังงาน

ส่วนกรณีที่นายชัยชนะ​ เดช​เดโช​ รองหัวหน้า​พรรคประชาธิ​ปัตย์​ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงถึงกรณีเรือขนส่งน้ำมันของไทยแวะขนถ่ายน้ำมันที่ประเทศสิงคโปร์​กว่า​ 7 หมื่นล้านลิตรนั้น ​ นายกฯ​ ระบุว่า​ ให้ทางกระทรวงพลังงานเป็นผู้ชี้แจง​ แต่ไม่ตอบคำถามว่าตามหลักกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่

ทั้งนี้ นายชัยชนะอ้างถึงการเจรจาให้เรือน้ำมันของประเทศไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า  เหลือ 2 ลำ เป็นของบางจากและเอสซีจี หากกำหนดการเดิมวันที่ 24 มี.ค. จากที่รัฐบาลได้แถลงเรือน้ำมันทั้ง 2 ลำจะต้องมาถึงไทย 6 เม.ย. แต่จากการตรวจสอบระบบ ship Track​ พบว่ามีเรือหนึ่งลำบรรทุกน้ำมันกว่า 1.8 แสนล้านลิตร ได้แวะจอดที่สิงคโปร์ พบว่ามีการส่งน้ำมันออกไป 7 หมื่นล้านลิตร และเมื่อมาถึงไทยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. เหลือน้ำมัน 1.1 แสนล้านลิตร จึงมีข้อสงสัย แม้ทราบว่าบางจากสามารถจำหน่ายน้ำมันให้กับสิงคโปร์ได้

เขากล่าวว่า สิ่งที่ตนสงสัยคือรัฐบาลแถลงว่าเรือทั้ง 2 ลำ รัฐบาลไทยเป็นผู้เจรจา แต่ทำไมเรือ 1 ใน 2 ลำถึงวิ่งเข้าสิงคโปร์ก่อนที่จะมาไทย จึงอยากให้รัฐบาลได้เปิดเผย ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว  เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง ว่าตามหลักกฎหมายสามารถดำเนินการได้หรือไม่

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทางสิงคโปร์จะร่วมมือกับทางบริษัท บางจากฯ เจรจาในการขนส่งน้ำมัน นายชัยชนะกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่า โดยหลักการเจรจาน้ำมันต้องเข้าไทยทั้งหมดหรือไม่ แต่หากเจรจาแล้วไปแบ่งขายสิงคโปร์ ก็ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ทราบจำนวนสต๊อกน้ำมัน

ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันในโลกนี้ในภาพรวมมีอยู่ 3 ขนาด เรือขนาดใหญ่พิเศษมาก ความจุ 300,000-550,000 ตัน บรรทุกได้กว่า 300 ล้านลิตร เรือขนาดใหญ่ บรรทุกน้ำมันดิบประมาณ 80-160 ล้านลิตรต่อเที่ยว ส่วนเรือขนาดกลาง เรือชายฝั่ง มีตั้งแต่ไม่กี่พันตัน จนถึงระดับที่พบการขนส่งน้ำมันดีเซลได้หลักล้านลิตร เช่น 2,700 ตัน หรือประมาณ 3.2 ล้านลิตร

ฉะนั้นการที่นายชัยชนะอ้างว่ามีเรือ 1 ลำ บรรทุกน้ำมันกว่า 1.8 แสนล้านลิตร ได้แวะจอดที่สิงคโปร์ เป็นข้อมูลที่้คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงไปมาก

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่าเรือขนนํ้ามันไทยมีการแอบแวะส่งน้ำมันให้กับสิงคโปร์ว่า เราติดต่อให้เรือลำนั้นกลับมาไทย ส่วนเรือที่ไปที่สิงคโปร์ ตนไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ก็สำคัญ เราต้องยืนยันว่าเรือจะต้องเดินทางมาประเทศไทยเท่านั้น เพราะเราขอในนามประเทศไทย

เมื่อถามยํ้าว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่บริษัทของเรือดังกล่าวจะแวะส่งน้ำมันให้สิงคโปร์   นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของบริษัทเอกชนดังกล่าว แต่ตามความเข้าใจ เรือขนของของไทยต้องมาประเทศไทย

 เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเจรจาซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่กระทรวงพลังงานและ ปตท.เป็นผู้พิจารณา ในหลักการเขาสามารถขายให้เราได้  แต่จะทำหรือไม่นั้น อยู่ที่รายละเอียดระหว่างกระทรวงพลังงานและ ปตท.ไปพูดคุย เนื่องจากต้องพิจารณาว่าน้ำมันของรัสเซียเหมาะสมกับโรงกลั่นของไทยหรือไม่ รวมถึงมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินผ่านระบบแบงกิง ซึ่งต้องระวัง เพราะการจ่ายเงินแบบนี้อาจทำให้ถูกคว่ำบาตร และการโอนเงินยังมีข้อติดขัด

ด้านนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวถึงประเด็นที่ไม่มีตัวแทนบางจากเข้าพบนายเอกนัฏ  ตามคำเชิญเพื่อหารือเรื่องค่าการกลั่นเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ว่า ตนติดภารกิจจึงไม่ได้ไปตามคำเชิญ แต่ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่บางจากคอยเตรียมความพร้อมหรือสแตนด์บายอยู่ หลังจากนี้จะเข้าไปชี้แจงกับ รมว.พลังงาน ว่าตนภารกิจ จึงไม่ได้เข้าไปร่วมหารือในวันเวลาดังกล่าว

ถามว่า บางจากรู้สึกอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่กับการลดค่าการกลั่นลง 2 บาทตามนโยบายของกระทรวงพลังงานนั้น เขาตอบว่าประเทศไทยมีการปันส่วนน้ำมันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2516 หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่าไทยมีระบบที่สามารถตอบโจทย์กับสถานการณ์ได้ค่อนข้างมาก โดยมองว่ามาตรการต่างๆ ที่ออกมาเป็นการดูแลประชาชนอยู่แล้ว ตราบใดที่ยังอยู่บนกลไกของตลาด เชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้เดินทางถึงท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา ด้วยความปลอดภัย โดยมีการระบุถึงการจ่ายเงินให้กับรัฐบาลอิหร่านนั้น บางจากขอชี้แจงว่า เกิดจากการทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ของบางจากไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทย ในวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่ง รมว.การต่างประเทศทำหนังสือไปยังสถานทูตอิหร่านในประเทศไทย ในวันที่ 18 มีนาคม และเชิญทูตอิหร่านไปพบในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้น ทูตอิหร่านหารือไปยังรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งหารือร่วมกับรัฐบาลโอมาน และในวันที่ 23 มีนาคม บางจากรับแจ้งว่าเรือน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเรียบร้อยแล้วอย่างปลอดภัย ดังนั้นยืนยันว่าบางจากไม่มีการจ่ายเงินให้กับรัฐบาลอิหร่านแต่อย่างใด

"ปัจจุบันกลุ่มบางจากได้มีการปรับตัวเรื่องการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนจากน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง โดยที่ผ่านมาบางจากนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 15% ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทน ทั้งจากแอฟริกาตะวันตก และสหรัฐ โดยวางแผนจัดหาล่วงหน้า 2 เดือน ปัจจุบันโรงกลั่นในกลุ่มบางจากทั้ง 2 โรงเดินเครื่องกลั่นเกิน 100% รวมอยู่ที่ 2.9 แสนบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงครามอยู่ที่ระดับ 2.6-2.7 แสนบาร์เรลต่อวัน" นายชัยวัฒน์กล่าว

ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ   กรุงเทพฯ มีรายงานว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติเห็นชอบให้เรื่องสืบสวนการกักตุนน้ำมัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) หรือการเป็นคดีความผิดทางอาญาอื่น ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 9 (DSI) สนธิกำลังร่วมกับคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจังหวัดสงขลา สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา (กอ.รมน.จ.สงขลา) และปลัดอำเภอหาดใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 (Jobber) ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา

การปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมุ่งตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันอิสระ (Jobber) ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 อย่างเคร่งครัด

จากการตรวจสอบเบื้องต้นในผู้ประกอบการรวม 9 บริษัท พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 (Jobber) ในลักษณะซื้อมาขายไป (Trader) ไม่มีรถขนส่งน้ำมันเป็นของตนเอง และใช้วิธีเช่ารถขนส่งจากภายนอก อีกทั้งไม่มีสถานที่เก็บน้ำมันในครอบครอง

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารสำคัญอย่างละเอียด ทั้งเอกสารกำกับการขนส่ง บัญชีรับ-จ่ายน้ำมัน และหลักฐานการรับน้ำมันจากคลัง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง การเคลื่อนไหวของน้ำมัน และความสอดคล้องของปริมาณซื้อ-ขาย เพื่อป้องกันการลักลอบ กักตุน หรือกระทำผิดเงื่อนไขทางกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการคุมเข้มเพิ่มเติม ได้แก่ การให้ผู้ประกอบการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง การสุ่มตรวจซ้ำโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และการบูรณาการข้อมูลร่วมระหว่างหน่วยงาน เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติของระบบกระจายน้ำมัน โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 9 จะดำเนินการตรวจติดตามต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโปร่งใส และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในพื้นที่อย่างเข้มงวดต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นโยบายฉุกเฉินแก้เศรษฐกิจ ลดดีกรี"ชายแดน-แก้รธน."

คำกล่าวแถลงนโยบายรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หรือ "หนู 2" ตลอด 1 ชั่วโมง 8 นาที มีความแตกต่างกับรัฐบาล "หนู 1" อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญสอดแทรกเข้ามาจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกจากวิกฤตพลังงาน ทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญ และงบประมาณที่จะใช้สนับสนุนงานด้านต่างๆ ใหม่

แถลงนโยบายรัฐบาล9-10เม.ย. เก็งข้อสอบ รอหวดยับ"อนุทิน"

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรี ตบเท้าเข้าห้องประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อกรำศึกแถลงนโยบายรัฐบาล “ปกสีน้ำเงิน” ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่จะเริ่มต้นขึ้นเช้าวันที่ 9 เมษายน และสิ้นสุดลงช่วงก่อนเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน รวมเวลาการประชุมตลอด 2 วัน 9-10 เมษายน อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลามากสุดคือ 14.30 ชั่วโมง