คำกล่าวแถลงนโยบายรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หรือ "หนู 2" ตลอด 1 ชั่วโมง 8 นาที มีความแตกต่างกับรัฐบาล "หนู 1" อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญสอดแทรกเข้ามาจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกจากวิกฤตพลังงาน ทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญ และงบประมาณที่จะใช้สนับสนุนงานด้านต่างๆ ใหม่
การเจาะลึกลงรายละเอียด ที่เป็นนโยบายประชานิยมจากการหาเสียงเห็นได้ว่า ลดจำนวนโครงการลง แต่ยังคงไว้ในนโยบายเรือธงอย่าง "คนละครึ่งพลัส" เพราะด้านหนึ่งจะช่วยเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน แต่นั่นก็ทำให้นโยบายด้านสวัสดิการสังคมไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
“ในนโยบายนี้ หลักประกัน สวัสดิการ ไม่ได้อยู่ในแนวคิดท่านเหรอครับ เมื่อวานสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหารือที่นี่ ยังอยากให้ขึ้นเบี้ยยังชีพ แต่ผมเคยได้รับคำอธิบายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า พรรคแกนนำไม่มีนโยบายเรื่องเบี้ยยังชีพ เพราะพรรคท่านจะไม่ให้เน้นการให้ปลา จะเน้นการให้เบ็ด ผมกราบเรียนตรงนี้ขึ้นมาเพราะ...
...ผมอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอยู่ในภาวะที่จะต้องบริหารด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับเงินทอง ท่านต้องแยกให้ออก และชี้ทางให้คนเห็นว่า เราจะไปทางไหน การใช้เงินของรัฐบาล มันมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน บางโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บางโครงการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากบางเรื่อง บางโครงการมันคือสวัสดิการสิทธิขั้นพื้นฐาน” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในสภาฯ
ขณะที่นโยบายด้านต่างประเทศและความมั่นคงถูกลดระดับลงไป เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเคยเป็นไฮไลต์หลักในช่วงที่รัฐบาลชูธงกระแส “รักชาติ” เข้าสู่โหมดการพักรบ ทำให้คำแถลงนโยบายฉบับนี้ เขียนรวมเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ความมั่นคงโดยภาพรวมเท่านั้น
แต่ก็ยังตอกย้ำการยกเลิก MOU 44 และการเดินหน้าโครงการทหารอาสา 1 แสนนาย ตามแคมเปญที่พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศไว้ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ขณะที่ MOU 43 ไม่ได้ระบุว่าจะมีการยกเลิก เพราะฝ่ายที่เกี่ยวข้องมองว่ายังมีประโยชน์ในช่วงที่ต้องเจรจาเรื่องเขตแดนต่อไปในอนาคต ต่างจากเดิมที่ไทยเสียเปรียบ เพราะกัมพูชารุกล้ำวางกำลังอยู่ฝั่งเรา การประท้วงหรือผลักดันจึงทำได้ยาก
ที่สำคัญคือทั้ง 2 ฝ่ายได้นำมาใช้เป็นช่องทางการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางบกผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชามาแล้ว ต่างจาก MOU 44 ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน หรือการพิสูจน์เส้นเขตแดนทางทะเลมาก่อน และการจะดำเนินการได้ก็ต้องตกลงเส้นเขตแดนทางบกที่ชัดเจนให้จบก่อนด้วย
ส่วนการยกเลิกฝ่ายเดียวนั้น ประเทศไทยสามารถทำได้ฝ่ายเดียวตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมติคณะรัฐมนตรีหรือกระบวนการทางรัฐสภา แต่หากกัมพูชาไม่ยอมรับ อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง หรือการนำเรื่องเข้าสู่ศาลระหว่างประเทศ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่า MOU นี้มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลต่อๆ ไป และการยกเลิกอาจทำให้ไทยเสียกลไกในการเจรจาเรื่องเขตแดนที่ใช้มาอย่างยาวนาน
ในด้านสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กองทัพ ได้เน้นย้ำเรื่องพัฒนาระบบการป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อม เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
รวมถึงการจัดหาและปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งจากผู้ผลิตภายในประเทศและภายนอกประเทศจะต้องเป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมทั้งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของคนไทย เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศเศรษฐกิจ
ซึ่งเหล่านั้นมีแผนพัฒนาของแต่ละเหล่าทัพที่วางไว้แล้ว แต่ก็ต้องใช้งบประมาณปกติ และงบกลางเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ในกรณีที่อาจเกิดการสู้รบในระลอกที่ 3
ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้อย่างกว้างๆ เน้นหนักไปที่การ “สานต่อ” จากผล “ประชามติ” ที่ทำควบคู่กับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา โดยจัดลำดับความสำคัญไว้ในลำดับท้ายๆ ต่างจากกับที่เคยทำ MOA กับพรรคประชาชน และเขียนในนโยบาย “หนู 1”
จึงไม่แปลกที่ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะอภิปรายทวงถามพันธกิจและเจตจำนงของรัฐบาลต่อการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมไปถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการแสดงออกทางการเมือง ที่ไม่ปรากฏในเล่มคำแถลงนโยบาย
“อยากสอบถามไปยังพรรคร่วมรัฐบาลถึงเจตจำนงทางการเมืองและความเป็นนักประชาธิปไตยว่าปรากฏอยู่ตรงไหนของเอกสารฉบับนี้” นายณัฐพงษ์ระบุ
“นโยบายฉบับนี้ไม่เขียนถึงการจัดทำ รธน. ทั้งที่ประชาชน 21 ล้านเสียงลงประชามติ จะมาเทกันกลางแดดอย่างนี้ไม่ได้ เหตุใดถึงไม่บรรจุในนโยบาย” นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภาระบุ
ทั้งหมดนั้นทำให้เห็นภาพรวมของนโยบายรัฐบาลที่ให้น้ำหนักไปที่วิกฤตพลังงาน ซึ่งกำลังขยายวงกระทบถึงค่าครองชีพของประชาชน ต่อเนื่องไปยังปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่จะตามมา
อันเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชนโดยตรง รัฐบาลจึงต้องเดินหน้านโยบายฉุกเฉินเพื่อเร่งกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่ีมีต่อ ครม.หนู 2 ให้ฟื้นกลับมาเร็วที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัมพันธ์ลึก“ชัชชาติ-กลุ่มคนทำงาน” โหนผู้ว่าฯกทม.?-กัปตันทีมมีคำตอบ
สนามเลือกตั้ง เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 50 เก้าอี้ ที่จะเปิดรับสมัครผู้ลงชิงชัย ระหว่าง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.
ล้างแก๊งฮุบพะงัน เย้ยพิพัฒน์ร้อนตัว
นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่พะงัน ล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะ ฮึ่มสั่ง ตร.ลากเส้นทางเงิน พร้อมลุยจัดระเบียบชายหาด
อนุทินสั่งครม.ลุยกู้ มั่นใจพรก.ไม่สะดุด‘ไทยช่วยไทยพลัส’เดินตามไทม์ไลน์
“นายกฯ” โชว์ขี่รถพ่วงข้างพุ่มพวงพา "ศุภจี” ซ้อนท้าย เปิด “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ” กระจายสินค้าราคาถูก
ยุทธการถอนรากนอมินีเปิดทาง"สมุย-พะงันโมเดล เมื่อสวรรค์นทท.กลายเป็นขุมทรัพย์ต่างชาติ
ชั่วโมงนี้ถ้าใครไปเที่ยวเกาะพะงัน หรือเกาะสมุย ความรู้สึกมันอาจจะเปลี่ยนไป จากที่เคยรู้สึกว่านี่คือสวรรค์ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แต่ตอนนี้มันเริ่มมีกลิ่นอายของ
หนูปลอบหายห่วง‘ตี๋C4’ ตร.ตื่นล้างบางใน3เดือน
นายกฯ ย้ำคดี “หมิงเฉิน ซัน” หากพาดพิงใครดำเนินคดีหมด
'สส.สุราษฎร์ฯ' โต้เดือด 'อิสราเอล' ยึดเกาะพะงันยันไม่ใช่เรื่องจริง
สส.สุราษฎร์ฯ โต้เดือด อิสราเอลยึดเกาะพะงัน ยันไม่จริง ชี้เป็นดรามาสร้างภาพครึกโครม ยอมรับมีนอมินีรับจ้างเปิดบริษัทแต่เนื้อร้ายตัดทิ้งหมด แจงยิวเยอะช่วงนี้เพราะกลับบ้านไม่ได้ จากเหตุสงครามกับอิหร่าน

