
เตรียมเฮ! ไทยช่วยไทยพลัสแจก 1,000 บาท 4 เดือน “เอกนิติ” เผยไทม์ไลน์ลงทะเบียน พ.ค. เริ่มใช้ มิ.ย. เคาะสัดส่วน 60:40 แย้มกลุ่มเปราะบางอาจไม่ต้องสมทบ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า จะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือน พ.ค. และใช้ภายในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และตามนโยบายนายกฯ อาจเป็น 60:40 คือรัฐบาล 60 ประชาชน 40 และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งส่วนนี้ไม่ต้องเอามาสมทบ แต่ประชาชนชั้นกลางทั่วไปสามารถใช้ได้ในส่วนที่จะเป็น 60:40
“จะเป็นการเยียวยาค่าครองชีพผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม”
เมื่อถามว่า เดือนละ 1,000 บาทหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า เบื้องต้นเป็นอย่างนั้น
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ซึ่งยืนอยู่ด้วยได้กล่าวว่า ไม่ใช่คนละครึ่งแล้ว และทยอยแบ่งจ่าย 4 เดือน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังศึกษาและคิดโมเดลดำเนินการอยู่ แต่หลักๆ น่าจะคล้ายเดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจากคนละครึ่งเป็นไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงเปลี่ยนตัวเลขและสัดส่วนการดำเนินโครงการ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ารัฐจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40%
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบงบกลาง ซึ่งน่าจะมีประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนการโอนงบประมาณ กำลังให้สำนักงบประมาณไล่เช็กจำนวน” นายภราดรกล่าว
เมื่อถามว่า จะเริ่มโครงการเฟสแรกได้เมื่อไหร่ นายภราดรกล่าวว่า น่าจะเริ่มได้ในช่วงเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ในช่วงแรกของโครงการจะไม่ใช้งบประมาณจากการโอนงบ เพราะหากโอนงบแล้วน่าจะใช้ได้ไม่เร็วกว่าเดือน ก.ค. เพราะฉะนั้นการดำเนินโครงการในเฟสแรก ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. คงต้องใช้งบกลางไปก่อน
เมื่อถามถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ นายภราดรกล่าวว่า ต้องให้รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจเป็นผู้เสนอเรื่องขึ้นมาว่าจะมีนโยบายอย่างไร หลังจากนั้นค่อยมาหารือกัน
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า รายละเอียดของโครงการดังกล่าว ต้องสอบถาม รมว.การคลัง เพราะขณะนี้ยังไม่นิ่ง เนื่องจากการดำเนินนโยบายต้องตัดสินใจหลายเรื่อง ทั้งนี้ การตั้งเป้าโครงการ ยังคงเป็นช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.
ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า รัฐบาลจะเดินหน้ารักษาวินัยการคลัง ควบคู่กับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนโอกาสจากเวทีโลกให้เป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับประชาชนทุกคน ในส่วนที่รัฐบาลจะดำเนินการออกพระราชกำหนดกู้เงินนั้น สถาบันการเงินต่างชาติและสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมีความเข้าใจและเล็งเห็นในความจำเป็น
“สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ เราจำเป็นต้องมีทุนใหม่เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนสู้โดยลำพัง และทุกบาทของเงินก้อนนี้จะถูกตรวจสอบได้ และมีแผนการสร้างรายได้เพื่อส่งคืนคลังอย่างชัดเจน ซึ่งรัฐบาลจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ถึงมือประชาชน และตรวจสอบได้” น.ส.รัชดากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รับเปลี่ยนชื่อใหม่ ไม่มีแลนด์บริดจ์ ยังเชื่อม2ฝั่งอ่าว
“พิพัฒน์” รับเต็มปาก "แลนด์บริดจ์" ไม่มีแล้ว ลุยทบทวนแผน-เคาะชื่อใหม่
ยิ่งชีพปูด9ราย เอี่ยวคดี‘ฮั้วสว.’ ภท.จ่อฟ้องหมิ่น
“ไอลอว์” เปิด 9 ชื่อ "รมต.-นักการเมืองสีน้ำเงิน" เอี่ยวฮั้วคดี สว.
หนูลั่นเส้นเงินถึงใครก็ฟัน ก.กลางเลื่อนประชุม3คณะ
นายกฯ แจงร่วมประชุม "ก.กลาง" ต่อเมื่อมีปัญหา แต่ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว
ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจน
“อนุทิน” ไม่สบายใจเสียงติติงหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้มสั่งขยายเวลาอุทธรณ์ ยึดหลักเป็นธรรม
หึ่ง!‘บิ๊กราญ’นอนมา เคลียร์แล้วชงนั่งผบ.ตร.คนที่16/ครม.เคาะ‘รพีภัทร์’ปลัดกษ.
ครม.ไฟเขียวตั้ง “รพีภัทร์" นั่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ เหลืออายุราชการอีก 7 ปี
จับตา ก.ตร. 22 ก.ค. เคาะ ผบ.ตร.คนที่ 16 ลุ้นชื่อ 'บิ๊กราญ' นั่งเก้าอี้
จับตาการประชุม ก.ตร. 22 ก.ค.นี้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แท

