ซักฟอกสกัดยุบสภา ฝ่ายค้านลั่นยื่นญัตติเร็วที่สุดหลังเปิดสมัยประชุม22พ.ค.

“อนุทิน” ย้ำอำนาจยุบสภาเป็นของ “บิ๊กตู่”  คนเดียว คนอื่นอยากให้เป็นอย่างไรก็ไม่มีผล มั่นใจเสียงหนุนรัฐบาลเพียงพอ ปัดข่าว "เนวิน" แนะดึงเด็กเพื่อไทยปทุมธานีเข้าสังกัดภูมิใจไทย “เพื่อไทย” สั่งฝ่ายค้านทำการบ้านประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว 2 สัปดาห์มาหารืออีกรอบ คาดปลาย เม.ย.ถึงรู้ยื่นเมื่อใด รับต้องคำนึงหลายองค์ประกอบ "วิษณุ" ชี้สูตรคำนวณ ส.ส.เปิดกว้าง  แต่กระตุกว่าห้ามขัดแย้งรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา           

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ปฏิเสธตอบคำถามถึงฝีมือการทำอาหารของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน 3 ป.เมื่อวันที่ 4 มี.ค. โดย  พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามและเดินออกจากโพเดียมไป ก่อนหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าสั้นๆ  ว่า "ไร้สาระ ไม่อร่อยจะกินทำไมล่ะ"

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจชิงยุบสภาก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน พ.ค.นี้ว่า อำนาจยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯ คนเดียว เราจะคิดอย่างไรอยากให้เป็นอย่างไรก็ไม่มีผลอะไร เพราะอำนาจอยู่ที่นายกฯ

เมื่อถามถึงตัวเลขสนับสนุนรัฐบาลจะเป็นไปได้ตามที่เคยระบุไว้ที่ 260 เสียงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามั่นใจในตัวเลขที่สนับสนุนรัฐบาล ยังมีความมั่นใจ เพราะดูแล้วเสียงที่จะสนับสนุนรัฐบาลเพียงพอ

 “ส่วนตัวเลข 260 เสียง นักข่าวไปเขียนว่าเป็นตัวเลขของผมการันตี ผมจะไปการันตีอะไร ผมการันตีได้เฉพาะเสียงของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น เพียงแต่คิดว่ารัฐบาลน่าจะมีเสียงที่น่าเพียงพอ เพราะตอนที่เรามาเป็นรัฐบาลก็มีเสียงมากกว่าอยู่แล้วถึงได้เป็นรัฐบาล ไม่อย่างนั้นจะมาเป็นรัฐบาลได้อย่างไร” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินยังกล่าวถึงภาพการพูดคุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในจังหวัดศรีสะเกษเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดและเรื่องการเมือง โดยมีแนวโน้มว่าจะมาร่วมพรรค  ภท.ในอนาคตว่า ไปเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดศรีสะเกษเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งคนเป็นเจ้าภาพคือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรค ภท. และที่ศรีสะเกษ ส.ส.เป็นญาติกันหมด เพียงแต่จะอยู่พรรคไหนเท่านั้นเอง และเวลาเราไปส่วนใหญ่ ส.ส.ก็มาต้อนรับ เพราะเราไม่มีอะไรกับใครอยู่แล้ว

 “ภาพที่ปรากฏออกมาเป็นการร่วมรับประทานอาหารเช้า เพราะหลังเปิดงานกีฬาแห่งชาติผมต้องค้างคืนอยู่ที่นั่น ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคจะยึด ส.ส.ทั้งศรีสะเกษนั้น จะไปยึดได้อย่างไรเพราะ ส.ส.เป็นของคนไทยทุกคน ยึดไม่ได้หรอก แต่พรรคขอทำงานให้หนักๆ ทำงานให้เต็มที่ และหากประชาชนเห็นว่าเราทำงานเต็มที่เขาก็จะเลือกเราเอง” นายอนุทินกล่าว

เสี่ยหนูปัดข่าวเกาเหลาเมืองปทุมฯ

เมื่อถามว่า มีกระเเสข่าวนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แนะนำนายศุภชัย  นพขำ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ไปคุยเรื่องการเมืองกับนายอนุทิน หลังมีกระแสข่าวว่าเกิดความขัดแย้งกับ  พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ที่พรรคเพื่อไทยจะมอบให้เป็นหัวหน้าทีมจังหวัดปทุมธานี  นายอนุทินกล่าวว่าเป็นแค่กระแสข่าว ซึ่งอ่านแล้วและยังไม่ได้โทรศัพท์หานายเนวิน และไม่ได้เจอมานานแล้ว ยืนยันว่านายศุภชัยไม่ได้ติดต่อเข้ามา และขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องอะไรพวกนี้ ถ้าพรรคมันดีดูแล้วมีอนาคตน่าจะทำงานได้ ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ เราก็ยินดีต้อนรับทั้งหมด

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวนายอนุทินไปจีบ ส.ส.ใต้และอีสาน เพื่อเตรียมตัวรับการเลือกตั้งสมัยหน้าจริงหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า "เคยจีบใครติดล่ะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยปากแบบนี้"

รายงานข่าวแจ้งว่า นายศุภชัยได้เดินทางไปเชียร์ทีมสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามช้าง อารีนา ที่เปิดบ้านพบกับราชบุรี มิตรผล เอฟซี เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งได้พบกับนายเนวินและพูดคุยกันทั้งเรื่องฟุตบอลและการเมือง ซึ่งนายเนวินได้แนะนำนายศุภชัยไปพบนายอนุทิน  เพื่อวางแนวทางการพัฒนาด้านสาธารณสุขของจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งหารือเรื่องทิศทางการเมืองในอนาคต  เพราะขณะนี้นายศุภชัยกำลังมีปัญหากับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่า แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมร่วมกันผ่านระบบซูม มีวาระสำคัญคือ การพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 โดยขณะนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา จึงได้มอบหมายให้ทุกพรรค ไปเตรียมและรวบรวมข้อมูลประเด็นปัญหาที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะมีการประชุมร่วมกันทุก 2  สัปดาห์ เพื่อหารือว่าข้อมูลที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของแต่ละพรรคนั้นมีน้ำหนักมากเพียงพอหรือไม่ หากข้อมูลมีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะล้มรัฐบาลได้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลให้เร็วที่สุด  หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 22 พ.ค. เพื่อไม่ให้  พล.อ.ประยุทธ์ชิงยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปก่อน

ปลาย เม.ย.ตกผลึกยื่นอภิปราย

“ฝ่ายค้านต้องขอดูองค์ประกอบ ปัจจัย รวมทั้งสภาพปัญหาและอุปสรรคในช่วงนั้นด้วยว่าเป็นอย่างไร เช่น วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระแรกวันที่ 1-2 มิ.ย.เป็นต้น หากเรื่องเหล่านี้เข้ามาสู่สภาในช่วงดังกล่าว ก็จะมีผลต่อการตัดสินใจยื่นอภิปรายว่าจะเป็นช่วงเวลาใด” นพ.ชลน่านกล่าว

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ช่วงเวลาที่จะยื่นอภิปรายต้องสัมพันธ์กันระหว่าง 4 เรื่อง คือ เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ, เรื่องงบประมาณ, เรื่องกฎหมายลูก  และเรื่องวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 22 พ.ค.ก็อยากยื่นอภิปรายเลย แต่ต้องดูว่ามีวาระจำเป็นเร่งด่วนอื่นที่สภาต้องพิจารณาหรือไม่ อาทิ เรื่องกฎหมายลูก, เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง, เรื่องผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน หรือเรื่องโควิด 

เมื่อถามว่า จะหลบการอภิปรายให้กฎหมายลูกใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ใช่การหลบ ถ้าเปิดสภาแล้วกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน  แต่ถ้าเสร็จช่วงเวลาเดียวกันก็จะพิจารณาอีกทีว่าอะไรก่อนอะไรหลัง ซึ่งเราจะหารือกันอีกครั้ง คาดว่าปลายเดือน  เม.ย.ถึงจะชัดเจนว่าจะยื่นอภิปรายช่วงใด ส่วนประเด็นอภิปรายนั้นมอบหมายให้แต่ละพรรคไปรวบรวมประเด็น อีก 2 สัปดาห์จะสรุปประเด็นรอบแรกก่อนที่จะกลั่นกรองให้เหลือประเด็นที่คมชัดที่สุด ส่วนจำนวนผู้อภิปรายรอบนี้ทุกพรรคเห็นตรงกันจะใช้คนไม่มากเหมือนทุกครั้ง จะเนื้อๆ เน้นๆ เฉพาะคนที่มีทักษะขั้นสูงจริงๆ 

ถามว่า รัฐบาลมั่นใจมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ นายสุทินกล่าวว่า มองตรงกันข้าม หากเราติดตามข่าววันนี้ มีแต่เสียงสั่นคลอนรัฐบาลมากกว่าเสียงสนับสนุน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งก่อนก็มีเหตุการณ์กบฏเขย่าขวัญจนรัฐบาลเกือบไปแล้ว คราวนี้สถานการณ์เชี่ยวกรากยิ่งกว่าเดิมอีก  คิดว่าคงลำบากกว่าครั้งที่ผ่านมา 

เมื่อถามว่า คิดว่านายกฯ จะยุบสภาหนีการอภิปรายหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้อ่านใจ พล.อ.ประยุทธ์ยาก รู้แต่ว่าสถานการณ์ปิดล้อมจนทำให้นายกฯ หนักใจกว่าทุกครั้ง

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค  พท.กล่าวว่า หากเรามีข้อมูลหมัดเด็ดที่จะใช้ในการอภิปราย รัฐบาลก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่จัดทำงบประมาณปี 2566 อีกต่อไป ฝ่ายค้านอยากอภิปรายให้ทันก่อนที่จะไปถึงช่วงเดือน ส.ค. เพราะจะมีเรื่องของวาระการดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย ไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่ยังมีเวลาอีกหลายเดือน จะขอดูข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่จะใช้อภิปรายให้ชัดเจนก่อน

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. …  เตรียมแปรญัตติใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMP) โดยคำนึงถึง ส.ส.พึงมีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ว่าได้อ่านข้อเสนอแล้ว แต่ไม่ทราบเรื่องและไม่เข้าใจมันคืออะไร และไม่เข้าใจว่าจะทำได้อย่างไร

ชี้ร่างแก้ไขหลักเปิดกว้าง

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับมาใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม นายวิษณุกล่าวว่า เอาเถอะเพราะร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขียนเปิดกว้าง ใครจะแก้อย่างไรก็แก้ได้ทั้งนั้น และใช้ร่างนี้เป็นหลักด้วย ไม่ใช่ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก แต่อย่าให้ไปขัดกับรัฐธรรมนูญ 3  มาตรา พูดได้แค่นี้ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกัน แต่จะทำอย่างไรยังคิดไม่ออก

เมื่อถามว่า สูตรการคำนวณของ นพ.ระวีต้องใช้ ส.ส.ทั้งสภาหรือ 500 คนมาหาร จะเป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ แต่รวมความแล้วอย่าให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะ กมธ.วิสามัญ กล่าวว่า การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนำคะแนนจากบัตรเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อหารด้วย 500 เพื่อคิดเป็น ส.ส.พึงมี แล้วนำ ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งมาหักลบนั้น เป็นการคำนวณตามความนิยมพรรคการเมืองที่แท้จริง ซึ่งเป็นการคิดคำนวณคล้ายกับการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเมื่อปี  2562 แต่เป็นการสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และครั้งนี้ใช้บัตร 2 ใบ ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยหลายประเทศก็ใช้วิธีคิดแบบนี้

 “มั่นใจว่าการคิดคำนวณแบบนี้ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ  และเป็นการสะท้อนความนิยมของพรรคการเมืองจริงๆ  รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย” นายอัครเดชกล่าว

ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการ กมธ.วิสามัญ กล่าวว่า การเสนอคำแปรญัตติของ นพ.ระวีเสนอได้ตามสิทธิของ ส.ส.  แต่ในชั้น กมธ.ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นว่าคำแปรญัตติดังกล่าวจะขัดกับรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 มาตรา 91  หรือไม่ เพราะเนื้อหาที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า การคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้นำคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมารวมกัน  แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนรวมข้างต้น

 “เจตนารมณ์ของมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไข  คือให้หารจำนวน 100 คน เพื่อให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรง ไม่ใช่ใช้ 500 คนซึ่งเป็นโดยอ้อม ส่วนที่มีการอ้างถึงถ้อยคำในมาตรา 93 และ 94 ของรัฐธรรมนูญนั้น  ในชั้นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กมธ.เห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และแม้จะไม่แก้ไขก็ไม่มีผลในทางบังคับใช้ เหมือนเป็นไส้ติ่งเท่านั้น มาตรา 93 และ 94 เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับบัตรเลือกตั้งใบเดียว และ กมธ.เคยแก้ไขแล้ว  แต่ถูกร้องว่าส่อขัดหลักการจึงตัดออกภายหลัง แต่ในที่ประชุมมองว่าแม้คงไว้ก็ไม่มีผลใดๆ ทิ้งไว้แบบเดิมไม่มีปัญหา” นายนิกรกล่าว

นายนิกรยังกล่าวถึงกระแสข่าวยุบสภาว่า เป็นเรื่องปกติของสภาที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะเข้าสู่ช่วงปีที่  4 และเป็นครั้งสุดท้ายของฝ่ายค้านที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้นต้องจัดเต็มเพราะมีโอกาสเดียว ส่วนรัฐบาลต้องตั้งรับเต็มที่ ดังนั้นไม่มีกลิ่นยุบสภาอะไรทั้งสิ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รวยไม่ไหว' ชาวบ้านตะโกนบอก 'อนุทิน' ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม

นายกฯ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน ‘รวยไม่ไหว’ เลือกมากับมือ จะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม ร้องนายกฯ ขอสุขาเคลื่อนที่-อาหารไม่พอ สั่ง ‘รมว.กลาโหม’ จัดครัวให้ ควักเงินส่วนตัวเหมาร้านลูกชิ้น-อาหารตามสั่ง-ก๋วยเตี๋ยว แจกคนในชุมชนเฉพาะหน้าไปก่อน เรียกหกประชุมครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด บอก กังวล เสียใจ ห่วง ปชช.

ถก 'ครม.นัดพิเศษ' เตรียมประกาศวันหยุดราชการสัปดาห์หน้า

นายกฯอนุทิน ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วันนี้ในเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล และการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล

พ่ายฝน300มม.! ‘ชัชชาติ’ สารภาพยากต่อการรับมือให้รอ3วันนํ้าแห้ง

กรุงเทพฯ วิกฤต “ชัชชาติ" เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. ยอมรับยากต่อการรับมือ หากต้องการแก้อย่างมีประสิทธิภาพต้องลงทุนเพิ่ม ระบุสถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2-3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์

‘อนุทิน’รีบบินกลับ!

"อนุทิน" รีบกลับไทยก่อนกำหนด ประชุมคอนเฟอเรนซ์กำกับสถานการณ์น้่ำท่วมกรุง รัฐบาลเตือน 25 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ย้ำพื้นที่ฝนสะสมสูงเตรียมพร้อมอพยพ เปิดจุดจอดรถหนีน้ำฟรี

นายกฯโรดโชว์ แวะจีบอังกฤษ ลงทุนนวัตกรรม

นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม

‘จีน-สหรัฐ’ คุมเข้มAI ตั้งช่องทางสื่อสาร

จีนและสหรัฐอเมริกาตกลงที่จะจัดตั้ง "ช่องทางการสื่อสาร" สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ทั้งสองฝ่ายกล่าวหลังจากที่การประชุมสุดยอดที่วอชิงตันไม่ประสบความคืบหน้าใดๆ