“อนุทิน” ไฟเขียวตัวเลขเยียวยาไม่ต้องมาขออนุมัติ “พิพัฒน์” แจงเสียชีวิตได้รายละ 2.39 ล้านบาท เซ็นตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงขีดเส้น 15 วัน ลั่นพร้อมแสดงสปิริตหากผลสอบชัดเจน “สิริพงศ์” สั่งฟันอาญา-วินัย พร้อมงัดมาตรการปิดหัวลำโพง-แก้ปัญหาจุดตัดทั่วกรุง กำหนดเส้นตาย 3 เดือนต้องเห็นแผน จ่อห้ามรถสินค้าวิ่งเข้ากรุงช่วงกลางวัน ตรวจเข้มยาเสพติด-แอลกอฮอล์ทั้งระบบ “ศาล” ให้ประกัน “คนขับรถไฟ-คนโบกธง” ส่วน "กรวีร์" รอชงญัตติด่วนให้สภาฯ ร่วมหาทางออก
เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริเวณถนนอโศกมนตรี-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเงินเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า ได้ให้แนวทางไปดูแลผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนตัวเลขเงินเยียวยาไม่ต้องเสนอถึงตนเอง
เมื่อถามต่อว่า มีข่าวว่านายกฯ ได้เรียกผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า เจอมา 2 วันแล้ว ไม่ได้เรียกเข้าพบ
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และผู้เกี่ยวข้องตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนมาตรการเยียวยาและแผนยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยนั้น 1.มาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจะมอบเงินชดเชยและเยียวยาอย่างเต็มที่ กรณีเสียชีวิตรับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,390,000 บาท/ราย ส่วนกรณีบาดเจ็บ ขสมก.รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000-1,000,000 บาท (หากเกินกำหนด ขสมก.จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด พร้อมมอบเงินจากภาคีเครือข่าย 30,000 บาท และกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท รฟท.มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้า ICU) โดยการดูแลต่อเนื่องและผู้ได้รับผลกระทบ และ ขสมก.รับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกทั้งหมด
นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 14 คน มีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยกำหนดกรอบสรุปผลภายใน 15 วัน ส่วนประเด็นใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ ปัจจุบันมีทั้งใบอนุญาตที่ออกโดย รฟท.และใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดยพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าวมีใบอนุญาตของ รฟท.ถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างกระบวนการรับรองโดยกรมการขนส่งทางราง
“หากผลการศึกษาได้ข้อสรุปใน 3 เดือน และผลระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่มีความจำเป็นที่ให้รถไฟทั้งรถไฟขนสินค้า และรถไฟขนส่งผู้โดยสารไปสิ้นสุดที่สถานีหัวลำโพง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ กระทรวงคมนาคมก็พร้อมปิดสถานีรถไฟหัวลำโพงด้วย เนื่องจากมีสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) แล้ว ส่วนเส้นทางรถไฟจากทางทิศตะวันออกมายังสถานีกลางบางซื่อที่ยังไม่ก่อสร้างนั้น กระทรวงคมนาคมก็จะเร่งให้มีการเชื่อมต่อให้เร็วที่สุด” นายพิพัฒน์กล่าว
ตรวจสารเสพติด 100%
นายสิริพงศ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย รฟท.จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟ ฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 2.ความผิดทางวินัย รฟท. และ ขสมก.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที และ 3.ยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน (รฟท., ขสมก., บขส.) ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น
“กระทรวงคมนาคมยังสั่งเข้มมาตรการด้านความปลอดภัย โดยกำหนดว่าหากไม้กั้นทางรถไฟไม่ปิด จะไม่อนุญาตให้ขบวนรถเคลื่อนตัวเด็ดขาด จากเดิมที่อาจใช้เพียงสัญญาณมือหรือชะลอความเร็ว”
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนแม่บทแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับเส้นทางรถไฟสายเหนือและสายอีสาน แต่ยังเหลือบางพื้นที่โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออกที่ยังมีจุดตัดระดับดินเข้าสู่ กทม. ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ จึงได้สั่งการ รฟท.กลับมาทบทวนแผนในการแยกเส้นทางรถไฟออกจากถนน รวมถึงเร่งศึกษาแนวทางลดจำนวนขบวนรถที่วิ่งผ่านจุดตัดระดับดิน โดยเฉพาะรถขนส่งน้ำมันที่จะไม่อนุญาตให้วิ่งผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในช่วงเวลากลางวันอีกต่อไป เบื้องต้นกำหนดให้รถสินค้าวิ่งได้เฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น.
“ให้ รฟท.ศึกษาภายใน 3 เดือนว่าสามารถย้ายจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าออกไปนอกกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมดหรือไม่ เช่น ชุมทางบ้านภาชี นครปฐม และ ICD ลาดกระบัง เพื่อไม่ให้รถสินค้าวิ่งผ่านจุดตัดในเขตเมืองอีก” นายชยธรรม์กล่าวและว่า ส่วนรถโดยสารเตรียมพิจารณาให้ผู้โดยสารจากสายตะวันออกหยุดที่สถานีลาดกระบัง และเชื่อมต่อด้วย Airport Rail Link ส่วนสายใต้และสายตะวันตกอาจให้หยุดที่ตลิ่งชันและต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ากรุงเทพฯ แทน โดยจะศึกษามาตรการชดเชยค่าโดยสารเพิ่มเติมให้ประชาชนด้วย
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รฟท.ในฐานะรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า สำหรับพนักงานขับรถไฟจะต้องผ่านการเป็นช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเลื่อนตำแหน่ง พร้อมผ่านการตรวจสุขภาพและสารเสพติด ปัจจุบัน รฟท.มีพนักงานขับรถประมาณ 951 คน และได้ส่งรายชื่อให้กรมการขนส่งทางรางรับรองแล้วกว่า 591 ราย โดยคาดว่าจะดำเนินการครบภายในเดือน ก.ค. 2569 ส่วนกรณีพนักงานขับรถไฟที่เกิดเหตุมีสารแอมเฟตามีนและสารกัญชาในปัสสาวะ รฟท.จึงมีคำสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเอง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีก 2 รายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พนักงานกั้นถนนและช่างเครื่อง ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นชั่วคราว
พิพัฒน์พร้อมรับผิดชอบ
ส่วนกรณีสังคมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องรอผลสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากความบกพร่องของใคร หากพบว่ามีความละเลยจนเกี่ยวข้องถึงตนเอง ก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบตามขั้นตอน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้กำชับทุกหน่วยงานให้ยึดความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ทั้งการตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดของผู้ควบคุมยานพาหนะทุกประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต
สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายสยมพร (สงวนนามสกุล) พนักงานขับรถไฟ และนายอุเทน (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟในช่วงเวลาเกิดเหตุ ไปฝากขังศาลอาญารัชดาฯ ในระหว่างควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายอุเทนว่า ขณะเกิดเหตุได้มีการโบกธงและกดปุ่มแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวพยักหน้าเบาๆ แต่เมื่อถูกถามต่อว่า เหตุใดระหว่างโบกธงจึงไม่หันกลับไปมองขบวนรถไฟ และเหตุใดจึงลดธงลงอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด และระหว่างขึ้นรถควบคุมตัวผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำว่า อยากกล่าวอะไรหรือขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยนายอุเทนตอบสั้นๆ เพียงว่า “ขอโทษ” ส่วนนายสยมพร ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ สีหน้าเคร่งเครียด
ด้าน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตํารวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวว่า จากการสอบปากคําพบว่าพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟให้การไม่ตรงกันในบางประการ จึงต้องหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยคนโบกธงยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าคนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ โดยทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นไว้ว่าการผ่านแต่ละจุดตัด เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นรถไฟมีการโบกธงถูกต้องและครบทุกขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่
“ได้ทําการเรียกช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคําแล้ว โดยจะเน้นไปที่เรื่องของหน้าที่ในการปฏิบัติ พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังการรถไฟฯ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องการเดินรถทั้งหมด ว่าขั้นตอนของการผ่านจุดตัดแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการ รฟท.เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ ดูมุมมองการขับรถไฟว่ามองเห็นสัญญาณไฟชัดเจนมากน้อยเพียงใด ก่อนเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูลและขอเอกสารจากกล่องดำ พร้อมทั้งเรียกนิติกรการรถไฟฯ มาสอบถาม เนื่องจากพนักงานคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต”
ถามถึงพนักงานขับรถไฟที่มีกระแสข่าวว่ามีสารเสพติดในร่างกายนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ยืนยันว่าเป็นความจริง โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเสพมาก่อนขับประมาณ 10 วัน ซึ่งตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน
ต่อมาที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลมักกะสันนำตัวนายสยมพรและนายอุเทนมายื่นฝากขังต่อศาลอาญา ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 291, 300 และ 390 ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ท้ายคำร้องพนักงานสอบยังทำการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบพยาน 30 ปาก ผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยเหตุดังกล่าวจึงขอหมายขังระหว่างวันที่ 18-29 พ.ค. หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนผู้เสียหายและพยานสำคัญในคดีขอคัดค้าน เนื่องจากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ให้ประกันคนขับ-คนโบกธง
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว นายอุเทนยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาเป็นหลักประกัน โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 150,000 บาท ส่วนนายสยมพร ศาลให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมวางเงินประกัน 100,000 บาท หากผิดสัญญาประกันปรับ 150,000 บาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเช่นกัน รวมทั้งให้ทั้งคู่มารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ขับขี่รถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นรถไฟแล้วทั้ง 2 ราย และจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ขับขี่รถโดยสารประจําทางเพิ่มเติม ส่วนของคดีอาญาจากการตรวจพบสารเสพติดในตัวพนักงานขับรถไฟนั้น ตํารวจจะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป หากทราบถึงประเด็นที่มาความเกี่ยวข้อง จะทำการสืบสวนข้อมูลย้อนหลังเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
“สํานักงานตํารวจแห่งชาติพร้อมเป็นเจ้าภาพในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กทม. การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อกําหนดมาตรการการป้องกันอาจมีการยกระดับจุดตัดผ่านรถไฟ ยืนยันไม่ให้เป็นแค่อุบัติเหตุและจะดำเนินคดีเท่านั้น แต่จะต้องไปจัดการในการป้องกันเยียวยาในระดับประเทศต่อไป” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า มีร่างส่งเข้ามาทั้งหมด 8 ร่าง 3 ชิ้นส่วน และเมื่อเช้าได้ส่งชิ้นส่วนเพิ่มมาอีก 1 ชิ้น ทุกรายการได้ตรวจชันสูตรเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอผลดีเอ็นเอ โดยตอนนี้มีครอบครัวเข้ามาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว 7 ครอบครัว โดยเป็นต่างชาติ 1 ครอบครัวเป็นชาวเมียนมา ตอนนี้กำลังรอผลพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งคาดว่าผลตรวจจะออกไม่เกินเย็นวันนี้ (วันจันทร์) หรือวันพรุ่งนี้ (วันอังคาร) ส่วนขั้นตอนสุดท้ายก็จะให้ญาติไปดำเนินการและออกใบมรณบัตร และรับร่างไปดำเนินการต่อ คาดว่าญาติจะเข้ามารับร่างได้ในวันพุธ ที่ 20 พ.ค.หรือวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ค.
“สถาบันนิติเวชวิทยายังไม่สามารถยืนยันได้สักรายเดียว เพราะแต่ละร่างนั้นอยู่ในสภาพไหม้เกรียม ลายนิ้วมือหาย จึงไม่สามารถยืนยันได้ด้วยการดูด้วยตา ต้องใช้ผลตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์เท่านั้น”
ชงญัตติด่วนในสภาฯ
วันเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 20 พ.ค.นี้จะมีการยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความคิดเห็นกรณีเหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมส่งข้อคิดเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงหลังการประชุม ครม.เงาว่า พรรคจะใช้ทุกกลไกที่มีในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล โดยจะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคมในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ส่วนภาพรวมข้อเสนอของ ครม.เงาต่อรัฐบาล 3 เรื่อง คือ 1.เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร 2.การสอบสวนหาสาเหตุต่างๆ และ 3.ขอให้รัฐบาลเร่งผลักดัน "มิสซิงลิงก์" ที่อนุมัติไปแล้วตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟบนผิวจราจรได้
ส่วนนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะประธาน กมธ.การคมนาคม วุฒิสภา กล่าวว่า มีการออกหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางราง รฟท. องค์การขนส่งทางบก ขสมก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพื้นที่ สน.มักกะสัน มาให้ข้อมูลในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ในเวลา 13.00 น.
“ผมสนับสนุนแนวคิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่าต่อไปจุดตัดทางรถไฟที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ควรพิจารณาว่าเป็นยกระดับหรืออุโมงค์ไปเลยในอนาคต ซึ่งจะได้ในเรื่องความปลอดภัย และลดปัญหาการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้นจากเวลาที่รถไฟมา เพราะรถไฟขบวนค่อนข้างยาว และกั้นก็ใช้เวลานาน ฉะนั้นปัญหาพวกนี้ต้องมาดูวิธีการแก้ปัญหาทางด้านความปลอดภัย รวมถึงวิธีการที่จะลดการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย”
ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ระบุว่า ข้อเท็จจริงใครจะผิดมากน้อย ขอให้พนักงานสอบสวนสอบข้อเท็จจริงให้ยุติก่อน ซึ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกคนถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือต้องการให้สภาทนายความแสดงความช่วยเหลือ เรายินดีรับช่วยเหลือทุกคนเพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่หวั่นศาลสั่งแจงพรก.กู้เงินใน7วัน
ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่ง ครม.แจงใน 7 วัน
ผุดคตท.ต้านโกง ถก10หน่วยงาน จี้เก็บภาษี‘แม้ว’
"ปกรณ์" นำ กกร.แถลงแจงปมนายกฯ ให้สัมภาษณ์โพลหน่วยงานรัฐส่อทุจริต
ลากไส้แก๊งกักตุนน้ำมัน เอาผิด6โรงกลั่นทั่วไทย
4 หน่วยงานตีปี๊บปราบขบวนการ "ไอ้โม่ง" ลากไส้ปมคลังน้ำมันอ่างทอง
ภท.ชงร่างแก้ไขรธน.20พค.
"สว.นรเศรษฐ์" ยกประชามติ 21 ล้านเสียงทวงรัฐบาลเดินหน้าแก้ รธน.
นายกฯหนู มั่นใจกู้เงิน 4 แสนล้านเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ลั่นตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน
'สมชัย' ลั่นยึดแนว 'อนุทิน' นัด 20 พ.ค.บุกกองปราบ แจ้งความเอาผิด กกต.หมิ่นประมาท
'สมชัย' ลั่นใครกล้าแจ้งความดำเนินคดีประชาชน ด้วยข้อกล่าวหาเท็จ รุนแรง หมิ่นประมาท เพื่อหวังปิดปากการวิจารณ์โดยชอบ ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับด้วย

