'ปกรณ์' ผุดทีมรัฐ-เอกชน รื้อกฎหมายเอื้อทำธุรกิจ เร่ง 2 เดือน ชงครม.

‘ปกรณ์’ เผยผลหารือ กกร. เห็นพ้องตั้งทีมรัฐ-เอกชน ลุยปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้เอื้อการทำธุรกิจ เน้นพุ่งเป้า 7 กลุ่มรับอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งเป้า 2 เดือน ชง ครม.

12 มิ.ย. 2569 – นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงการประชุมหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าเป็นการหารือกับภาคเอกชนถึงการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

โดยภาคเอกชน ได้สะท้อนปัญหาสำคัญในหลายมิติ อาทิ ความยุ่งยากซับซ้อนของข้อบังคับทางกฎหมายที่ล้าสมัย การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่อันนำไปสู่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันระบบการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing / Single Gateway) การปรับปรุงมาตรการปกป้องทางการค้าให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการปลดล็อคข้อจำกัดด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบโจทย์บริบทโลกยุคใหม่

ทั้งนี้สิ่งที่ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคเอกชนและได้แลกเปลี่ยนกับภาคเอกชน ใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1.ต้องแก้ไขวิธีคิด ไม่ใช่แค่แก้กฎหมายเป็นจุดๆ ซึ่งกฎหมายที่มีอยู่ “กฎหมายของโลกเก่า” ที่กำลังถูก Disrupt การแก้กฎหมายเพียงบางจุดอาจไม่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการออกแบบกฎหมายใหม่ทั้งระบบเพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

2.เร่งผลักดันทางการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing / Open Data) โดยผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐให้เป็นระบบเดียว เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน ลดภาระประชาชน และเพิ่มความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ในตัว

3.ต้องร่วมกันหาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Engine) ทั้งนี้ได้ฝากโจทย์สำคัญให้ภาคเอกชนช่วยกันคิดว่านอกจากการแก้ปัญหากฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจเดิมในปัจจุบันแล้ว ประเทศไทยควรมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ๆ อะไรบ้าง เพื่อเตรียมผลักดันกฎหมายรองรับธุรกิจในอนาคตและสร้างรากฐานไว้ให้ลูกหลานต่อไป

นายปกรณ์ ระบุว่า สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในลำดับต่อไป เพื่อไม่ให้การหารือสูญเปล่า ได้กำหนดแผนงานและเวลาที่ชัดเจน ดังนี้

1.ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน โดยให้จัดตั้งคณะทำงานชุดเล็ก โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นประธาน และมีตัวแทนจาก กกร. 3 คน ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 3 คน และตัวแทนจาก ก.พ.ร. 3 คน

2.จัดทำแผนและเลือกเรื่องด่วน (Quick Wins) คณะทำงานจะนำเสนอข้อเสนอทั้งหมดมาคัดกรองจัดลำดับความสำคัญ และเลือกประเด็นที่สามารถทำได้ทันทีหรือประเด็นที่ทำเรื่องเดียวแต่แก้ปัญหาได้หลายด้าน เปรียบเสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว มาเป็นเรื่องนำร่อง

3.เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยนำข้อเสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมายเข้าสู่การรับฟังความคิดเห็นส่วนกลางเป็นระยะเวลา 30 วัน

4.นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2 เดือน โดยตั้งเป้าหมายว่ากระบวนการทั้งหมดจะต้องได้ข้อสรุปเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือนจากนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว

รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน

‘คลัง’ถกตลท.-FETCOเร่งเคาะTISAจับตาตัวเลขสิทธิประโยชน์/หวังบูมตลาดทุน

‘คลัง’ เปิดบ้านรับ ตลท.-ก.ล.ต.-FETCO หารือเร่งสรุปมาตรการ TISA หวังช่วยหนุนตลาดทุน หลังได้ข้อสรุปตรงกันแล้ว 90% จับตาเคาะตัวเลขสิทธิประโยชน์

'สุรศักดิ์'เผยยังไม่มีเอกชนปรึกษา เรื่องซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก เชื่อติดปัญหาราคา-ความคุ้มค่า 

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2026 ว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้มีการหารือกับภาคเอกชน 

‘สรรเพชญ‘ถกเอกชนลุยอัปเกรดท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ

’สรรเพชญ‘หารือสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ เร่งยกระดับท่าเรือแหลมฉบังทั้งระบบ ลุยแก้ปัญหากฎหมายขนส่งถ่ายลำ ตู้สินค้าตกค้าง และสางปมรถติดหน้าท่าเรือ ส่งไทยสู่ท่าเรือมาตรฐานโลกฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

'ไหม' จี้รัฐบาลทบทวน มติครม. ออกเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ยุติความสับสน

'ไหม' แนะ 'รัฐบาล' ทบทวนมติ ครม. ออกหลักเกณฑ์กลั่นกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มองแม้ทบทวนเฉพาะปีนี้ แต่รอบภาษีปีหน้าต้องมาลุ้นกันอีก