
29 มิ.ย.2569-นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน(ปชน.) กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์การพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งผู้ว่านกทม.จากเหตุดึงนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ กทม.ว่า เราน้อมรับและรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่อง แต่เฉพาะกรณีของนายสุรพล เรายืนยันว่าการทำงานทางการเมือง การเดินทางไปข้างหน้า จำเป็นต้องโอบรัดและเปิดกว้างและคนที่เคยเห็นต่าง มาร่วมเดินทางกับเรา แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง แล้วเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่า การดึงเอานายสุรพลมา อาจมีผลทำให้การเลือกตั้งออกมาสู่ผลลัพธ์ในวันนี้ แต่คิดว่าสิ่งที่พรรคต้องทำคือการทำงานทางความคิด ทำความเข้าใจกับโหวตเตอร์ แม้ว่าครั้งนี้เราทำไม่สำเร็จ เราควรรับฟัง เดินหน้าทำงานทางความคิดต่อไป
ถามว่า แนวทางหลอมรวมทางความคิดพรรคจะทบทวนหรือไม่ว่าจะเดินแนวทางนี้ต่อไป หรือจะปรับปรุงแนวทางอื่น นายพิจารณ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าการทำงานทางการเมืองจำเป็นต้องเปิดรับบุคคลที่เคยเห็นต่างกัน มีจุดยืนแตกต่างกัน แต่คิดว่าประเด็นเรื่องนี้อยู่ที่ความปราณีตในการสื่อสาร อยู่ที่กลไกและกระบวนการที่ออกแบบทั้งในและภายนอกพรรค ทำงานกับโหวตเตอร์มากขึ้น
“อย่างที่เรียนว่า ทุกการเลือกตั้ง ความเป็นไปได้ของผลการเลือกตั้งออกได้ทุกทาง แม้เราเคยแลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเจ้าของทุกเสียง หน้าที่พรรคคือสร้างความไว้วางใจ ทำงานให้หนักขึ้น เรายังมี จ.ลำพูน ที่เรามีนายก อบจ.อยู่ เราต้องทำงานเข้มข้นสร้างผลงาน เรามีสมาชิกสภาท้องถิ่นอีกว่า 300 คนทั่วประเทศ การทำงานท้องถิ่นเดินหน้า ทำให้ประชาชนเห็นความตั้งใจมุ่งมั่น กลับไปที่ภาพใหญ่ก็เช่นกัน”
ซักถึงเหตุผลในการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง กทม.และเมืองพัทยา เลขาฯพรรคปชน.กล่าวว่า ไม่ได้ตอบในฐานะผู้วิเคราะห์ทางการเมือง แต่ในฐานะเลขาธิการพรรค ต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนเห็นว่าการเปิดประตูให้พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปบริหาร กทม.สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เราคิดได้ว่า วิธีคิดของพี่น้องในการใช้สิทธิผ่านคูหาเลือกตั้งในสนามใหญ่และสนามท้องถิ่น มีความคิดแตกต่างกัน นั่นไม่ใช่การแก้ตัวจากผลการเลือกตั้ง ในฐานะพรรคการเมือง ต้องสื่อสารให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ในเรื่องนโยบาย และวาระที่เข้าไปผลักดัน
ถามย้ำถึงกรณีการดึงตัวนายสุรพลมาร่วมงานกับพรรค เป็นเรื่องความประณีตทางการสื่อสาร หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการเดินหมากผิดพลาดใช่หรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า เหมือนกับที่ตนตอบ เราเชื่อว่าการทำงานทางการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เดินทางไปข้างหน้า จำเป็นต้องโอบรับคนเห็นต่างมาร่วมงานกันมากขึ้น นี่คือหลักการที่เราวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้นพรรคอนาคตใหม่
“ที่ใช้คำว่าประณีต หมายถึงเรื่องกระบวนการและการศึกษา และทำความเข้าใจทั้งจากผู้สนับสนุนพรรคกับสมาชิกพรรค คิดว่าเราจำเป็นต้องทำงานทางความคิด ทำความเข้าใจจากทุกฝ่าย ทุกองคาพยพของพรรคให้หนักแน่น และลงรายละเอียดมากกว่านี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ห้ะ! 'ปชน.' นัด 30 ส.ค. เปิดศาลาวัด ทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงิน เอาซากมาถมที่ทำฮวงซุ้ยเขากระโดง
รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เชิญชวนแฟนคลับ 'มาทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงินกัน' วันที่ 30 ส.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัด
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก
ขนทีมฉายหนังวนเกมฮั้วสว.บี้กกต.เร่งสาง
"ปชน." เปิดโปงหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 4 "พนิดา" ปูดโพยแพตเทิร์นเดียวกันล็อก 6-7 คนต่อกลุ่ม
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

