“ศิริกัญญา” ชี้รัฐบาลใช้เกณฑ์แข็งตัวมาเกินไป ทำคนจนจริงหลุดขบวนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ฉะ ก.คลังไม่มีแผนรองรับอุทธรณ์ ทำคนสับสนอลหม่าน
17 กรกฎาคม 2569 - bเมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศรับรองสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาหลายคนถูกตัดสิทธิ์ ว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีการลงทะเบียนใหม่และจะพยายามลดจำนวนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ ซึ่งเราสังเกตได้จากตัวงบประมาณที่ปีนี้ตั้งวงเงินไว้แค่ 42,000 ล้านบาท จากปกติใช้อยู่ที่ประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลคิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าจำเป็นจะต้องลดจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ ให้เหลือประมาณ 9-10 ล้านคน จึงต้องมีการปรับเกณฑ์ให้เข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิ์ แต่วิธีการลดจำนวนอาจจะทำให้มีหลายคนที่เป็นคนจนจริง เดือดร้อนจริง ต้องตกหล่น
“วันนี้เป็นวันประกาศผลเราก็จะได้ข่าวตั้งแต่เช้าว่าคนที่ตกคุณสมบัติทั้งๆที่เป็นคนที่เดือดร้อนจริง บางเกณฑ์เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จากที่ไม่มีรถก็กลายเป็นว่าเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไปมีรถเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง แต่จะมีคนเอาชื่อไปสวมสิทธิ์ เป็นต้น หรือที่ดินตัวเองซึ่งไม่เคยมีถึง 10 ไร่ ก็กลายเป็นมีเกิน 10 ไร่ หรือรถมอเตอร์ไซต์ที่ห้ามมีเกินหนึ่งคัน แต่ลูกนำชื่อไปใช้ ก็กลายเป็นว่า ตนเองต้องหลุดจากสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯเช่นเดียวกัน
จึงเป็นคำถามตัวโตๆว่าความพยายามของรัฐบาล ที่ต้องการกรองคนออกไปให้มากที่สุด วันนี้กลับกลายเป็นว่ากรองคนที่เดือดร้อนจริงออกไปด้วย และคนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจะตกหล่นหรือไม่ จึงต้องรอดูว่ากระบวนการการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าคนที่ลงทะเบียนทางไหนก็อุทธรณ์ทางนั้น ไปที่ธนาคารเต็มไปหมด และยังมีการระบุไว้ที่เว็บไซต์ว่า ถ้าข้อมูลจากหน่วยไหนผิดก็ให้ติดต่อไปที่หน่วยงานนั้น ตอนนี้กรมการขนส่งทางบกที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองรถ สายไหม้โทรไม่ติดไปแล้ว ให้ไว้กี่เบอร์ก็โทรไม่ติด เป็นการสะท้อนการทำงานของกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ที่อาจจะยังไม่ได้เตรียมพร้อมเรื่องกลไกการอุทธรณ์ให้เรียบร้อย ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น และหน่วยงานอื่นก็อาจจะยังไม่เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการอุทธรณ์วันนี้
“จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านอยู่ตอนนี้ จึงอยากให้รัฐบาลรีบเร่งแก้ปัญหานี้ให้สมกับความตั้งใจที่อยากจะหาผู้เดือดร้อนจริงให้เจอ อย่าให้เขาต้องหลุด เพราะตาข่ายการกรองถี่เกินไป เข้มงวดเกินไปจนคนที่จนจริงไม่ได้รับประโยชน์”น.ส.สิริกัญญา กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นเพราะรัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณหรือไม่จึงทำให้มีการตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณคงเป็นส่วนหนึ่ง เพราะจริงๆ แล้วมีปัญหามาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นปีแรกที่รัฐบาลตั้งใจให้ลงทะเบียนใหม่ และวันนั้นก็ได้รับงบประมาณเพียงแค่ 30,000 ล้านบาทเท่านั้น เท่ากับว่าผู้ที่ถือบัตรคนจนจะต้องจะต้องหายไปอีกครึ่งหนึ่ง แต่ปี 2570 เพิ่มขึ้นเป็น 42,000 ล้านบาท ก็อาจจะทำให้ได้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกือบ 10 ล้านคน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า จริงๆ แล้วรัฐบาลก็พยายามจะคัดกรองคนให้ได้มากที่สุดโดยใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากๆ คือต้องผ่านทุกคุณสมบัติถึงจะได้รับสิทธิ์บัตรฯ แต่ความเป็นจริงในแต่ละความเดือดร้อน มีน้ำหนักและดีกรีไม่เท่ากัน เช่น คนที่รายได้ไม่สูง อาจจะมีที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่ที่ดินนั้นหาทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ซึ่งจะโชว์ในรายได้อยู่แล้วว่าได้ปีละไม่กี่หมื่นบาท หรือมีที่ดินมากกว่า 10 ไร่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่เดือดร้อน หรือเรื่องหนี้สิน ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่บังเอิญไปกู้หนี้ยืมสินเกิน 100,000 บาท กลายเป็นว่าก็ต้องหลุดจากเกณฑ์นี้ด้วย ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เขาอาจจะหารายได้จากที่ลงทุนไม่พอกับการจ่ายหนี้สินด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องหลุดจากเกณฑ์นี้ไป
“ดิฉันคิดว่ารัฐบาลอยากแก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่เคยปล่อยให้มีคนได้รับบัตรสวัสดิการฯเยอะเกินไป มีคนที่ไม่จนจริง ประกอบกับปัญหางบประมาณ ทำให้การคัดกรองที่เข้มงวดและแข็งตัวมาก กลายเป็นว่าคนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจริง”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหาอีอีซี ย้ำต้องไร้ทุนเทา ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย
'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ เบี่ยงประเด็นโยนฝ่ายค้านอยากเป็นรัฐบาล หวังสกัดซักฟอกโกง สว.
'ณัฐพงษ์' ซัดนายกฯ อย่าเบี่ยงประเด็น หลังถูกจี้ถามคดีโกง สว. ชี้หลักฐานชัดเจนจากบุคคลที่ร่วมขบวนการแล้วเสียผลประโยชน์ แย้มมีหลักฐานเด็ด แต่เก็บไว้เปิดช่วงซักฟอก
'เท้ง' ฟาด 'อนุทิน' ไร้ความกล้าหาญ โยนภาระท้องถิ่นฟันข้าราชการโกงสอบ ทั้งที่มีอำนาจเต็ม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณถึงกรณีที่รัฐบาลส่งเรื่องให้ท้องถิ่นดำเนินการถอดถอนข้าราชการที่ทุจริตการสอบ 5,925 คน แต่บางท้องถิ่นยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะกังวลที่จะไม่มีอำนาจและขัดต่อกฎหมายว่า
ดร.ณัฏฐ์ ตั้งคำถามซักฟอกปมฮั้ว สว. ชี้เรื่องเกิดก่อนรัฐบาลอนุทิน
ดร.ณัฏฐ์ กางกลไกรัฐธรรมนูญ หลังฝ่ายค้านเล็งยื่นซักฟอกรัฐบาลปมฮั้ว สว. ชี้เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2567 ตั้งคำถามอยู่ในขอบเขตตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่
'จตุพร' ชี้คดีฮั้วสว. ส้มล้มรัฐบาลไม่ได้ เพราะขาดความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรี
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ประเมินการเมืองในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเชื่อว่า สถานการณ์ครึ่งหลังเ
'พริษฐ์' จี้ กกต.-ดีเอสไอ ตอบให้ชัด มีหลายข้อสงสัยปม 'นายก ทต.โพนสา' แจงไม่เกี่ยวฮั้ว สว.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คำถามถึง กกต. และ DSI สืบเนื่องจากคำชี้แจงของ นายก วิทยา คำพวง เกี่ยวกับคดีโกง สว.

