'พริษฐ์' เปิดหลักฐานเส้นเงิน อ้างโยงขบวนการโกง สว. 2 จังหวัด

'พริษฐ์' เปิดหลักฐานเส้นเงินใหม่ อ้างโยงขบวนการโกง สว. 2 จังหวัด พบ 'สว.สรชาติ' โอนให้ผู้ช่วย 'ภัณนิภา' ก่อนโอนถึงผู้สมัคร สว. 7 คน รวม 1.05 แสนบาท จี้ เร่งชี้แจง

28 กรกฎาคม 2569 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขบวนการโกง สว. ที่กำลังถูกกล่าวหานั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในการจ้างคนมาลงสมัคร เพื่อให้มาลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครตัวจริงที่ทางขบวนการได้ล็อกตัวไว้ผ่านโพยใบสั่ง แน่นอนว่าหลักฐานสำคัญที่สุดที่จะบ่งชี้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวคือ เส้นทางการเงิน แต่ทุกท่านทราบดีว่าเส้นทางการเงินเป็นหลักฐานที่เราเห็นถึงร่องรอยได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากการจ้างส่วนใหญ่มักทำผ่านเงินสด ตามที่พยานบุคคลจากจ.นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ เคยให้การตรงกัน

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนได้รับหลักฐานเส้นทางการเงินจากอย่างน้อย 2 จังหวัด ได้แก่ หลักฐานเส้นทางการเงิน 1 จ.สุราษฎร์ธานี เชื่อมโยงกับนายสุบิน ศักดา ซึ่งเมื่อวันก่อน iLaw ได้เปิดหลักฐานเส้นทางการเงินของนายสุบิน ซึ่งคาดว่าเป็นทีมงาน สส. ของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย โดยมีหลักฐานการโอนเงินจากนายสุบินไปสู่ผู้สมัคร สว. ทั้งหมด 10 คน ยอดรวม 32,000 บาท ช่วงวันที่ 15-16 มิ.ย. 2567 ซึ่งเป็นช่วง 1 วันก่อนการเลือก สว. ระดับจังหวัด

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า หลักฐานเส้นทางการเงิน 2 จ.หนองบัวลำภู เชื่อมโยงกับ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ซึ่งเป็นเส้นเงินอีกส่วนที่ได้เปิดบนเวทีเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงนายสรชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็น สว.หนองบัวลำภู จากกลุ่ม 13 โดยได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มในการเลือกระดับประเทศ หากจำได้บนเวทีวิปฝ่ายค้านครั้งแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน พยานบุคคลจากหนองบัวลำภู คือนายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ เล่าว่า ตนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการจัดตั้งและจ้างคนมาลงสมัคร สว. นำโดยนายสรชาติ และได้เล่าว่ามีบางช่วงที่นายสนั่นชัยได้ยินนายสรชาติโทรไปรายงานนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับรายชื่อผู้สมัคร สว. ที่ถูกดึงมาอยู่ในขบวนการ

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า หลักฐานเส้นทางการเงินที่ถูกเปิดนี้ สอดรับกับข้อกล่าวหาของพยานบุคคลดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ พบการโอนเงินจากนายสรชาติ ไปสู่น.ส.ภัณนิภา ผาสุข ที่พยานหลายคนแจ้งตรงกันว่าเป็นเลขานายสรชาติ โดยมียอดโอนจากธนาคาร A จำนวน 51,300 บาท และยอดโอนจากธนาคาร B จำนวน 502,300 บาท รวมทั้งหมด 553,600 บาท นอกจากนี้ ยังพบการโอนเงินจากน.ส.ภัณนิภา ไปสู่ผู้สมัคร สว.หนองบัวลำภู 7 คน ยอดรวมทั้งหมด 105,000 บาท ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 2567 ดังต่อไปนี้
1.น.ส.ธัญญรัตน์ สุวรรณพรหม ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 อ.ศรีบุญเรือง จำนวน 6 ยอด รวมทั้งสิ้น 36,000 บาท
2.น.ส.สุมาลัย ทรงแสงฤทธิ์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 อ.ศรีบุญเรือง จำนวน 2 ยอด รวมทั้งสิ้น 3,000 บาท
3.นายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 อ.ศรีบุญเรือง จำนวน 1 ยอด รวมทั้งสิ้น 1,000 บาท
4.น.ส.ปิยลักษณ์ ศิลาแดง ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 13 อ.ศรีบุญเรือง จำนวน 3 ยอด รวมทั้งสิ้น 15,000 บาท
5.นายสมภาร สุขอ้วน ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 19 อ.สุวรรณคูหา จำนวน 2 ยอด รวมทั้งสิ้น 40,000 บาท
6.นายสมศักดิ์ บุญดี ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 6 อ.ศรีบุญเรือง จำนวน 5 ยอด รวมทั้งสิ้น 5,000 บาท
และ 7.นายสัมฤทธิ์ กองอ้น ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 อ.สุวรรณคูหา จำนวน 1 ยอด รวมทั้งสิ้น 5,000 บาท

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า ทั้งนี้ ยอดโอนส่วนใหญ่ หรือจำนวน 95,000 บาทนั้น เกิดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือน มิ.ย. 2567 ก่อนการเลือกระดับอำเภอและจังหวัด โดยยอดโอนที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 หรือหลังการเลือก สว. เสร็จแล้ว มีจำนวน 10,000 บาท สอดรับกับคำบอกเล่าของนายสนั่นชัย ที่บอกว่าตอนได้ถูกแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. นายสนั่นชัยต้องโอนเงินเดือนบางส่วนกลับให้น.ส.ภัณนิภา เพื่อไปกระจายต่อให้อดีตผู้สมัคร สว. คนอื่นในขบวนการ แม้ล่าสุด นายสรชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวที่บอกว่าน.ส.ภัณนิภาเคยเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้นายสรชาติตอนลงสมัคร สส. ในปี 2566 แต่น.ส.ภัณนิภาไม่ได้มาร่วมงานกับนายสรชาติในการเลือก สว. และไม่รับรู้ถึงการโอนเงินจากน.ส.ภัณนิภาไปถึงผู้สมัคร สว. คนอื่น จากข้อมูลที่ปรากฎในขณะนี้นั้น ตนเห็นว่าคำชี้แจงดังกล่าวยังมีจุดที่น่าสงสัย เพราะหากน.ส.ภัณนิภาเป็นเพียงอดีตผู้ช่วยหาเสียง สส. ในปี 2566 จริง เหตุใดจึงมีหลักฐานการโอนเงินรวมกันเป็นหลักแสนบาท จากนายสรชาติไปยังน.ส.ภัณนิภา โดยนายสรชาติยังไม่เคยปฏิเสธหรือชี้แจงเส้นเงินดังกล่าว ซึ่งน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่าง 2 คน

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า พยานบุคคลหลายคนพูดตรงกันว่าเคยเห็น น.ส.ภัณนิภาติดตามและทำหน้าที่เป็นเสมือนเลขาให้กับนายสรชาติในช่วงของการเลือก สว. นายสนั่นชัยแจ้งว่าเคยได้รับการประสานงานจากน.ส.ภัณนิภาหลังจากการเลือก สว. เสร็จสิ้นแล้วทั้งการประสานเรื่องการแต่งตั้งนายสนั่นชัยเป็นผู้ช่วย สว.นายสรชาติ และการประสานเรื่องการให้นายสนั่นชัยโอนบางส่วนของเงินเดือนผู้ช่วย สว. ที่ได้รับจากสภากลับไปที่น.ส.ภัณนิภา อย่างไรก็ตาม นายสรชาติ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมไว้อย่างน่าสนใจว่า ไม่เคยคุยนายทรงศักดิ์เรื่องฮั้ว และไม่ได้อยู่ในสารบบเขาตั้งแต่ต้น อาจเพราะเรารู้มาก เขาก็อาจจะมองว่าควบคุมยากหรือไม่ ตนเห็นว่าคำชี้แจงดังกล่าวยังมีข้อพิรุธที่ต้องสืบต่อ เนื่องจากนายสรชาติถูกรับเลือกให้เป็น สว. กลุ่ม 13 โดยได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม คือ 66 คะแนน ในเมื่อกลุ่มดังกล่าวมีการกระจายตัวของคะแนนที่คล้ายกับกลุ่มอื่นๆ คือคะแนนอันดับ 1-6 เกาะกลุ่มกัน และห่างจากอันดับ 7 อย่างมีนัยสำคัญ จึงยังยากที่จะเชื่อว่านายสรชาติไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่ถูกกล่าวหาในการเลือกระดับประเทศ

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า นายสรชาติยังไม่ได้ชี้แจงให้ชัดว่า สารบบของนายทรงศักดิ์ที่นายสรชาติอ้างว่าไม่ได้เข้าไปอยู่ตั้งแต่ต้นนั้นหมายถึงอะไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าความหมายที่แท้จริงคือนายสรชาติ ไม่ได้ร่วมกับขบวนการตั้งแต่ต้นในระดับอำเภอหรือจังหวัด แต่เริ่มไปร่วมกับขบวนการดังกล่าวในขั้นตอนการเลือกระดับประเทศ จึงทำให้นายสรชาติได้รับเลือกด้วยคะแนนสูงสุดในกลุ่มในการเลือกระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอย้ำว่า ณ ปัจจุบัน เรายังไม่ได้เห็นการชี้แจงจากนายทรงศักดิ์ ในคำถามที่ฝ่ายค้านได้ตั้งไว้เมื่อวันก่อนว่า ในช่วงการเลือก สว. ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน 2567 นั้นนายทรงศักดิ์รู้จักนายสรชาติแล้วหรือไม่ และได้โทรติดต่อพูดคุยกันหรือไม่ หากคุยกัน ได้คุยกันเรื่อง สว. หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอ็ดดี้ อัษฎางค์' วิเคราะห์ใครอันตรายกว่ากัน ส้มรื้อราก-น้ำเงินรวบอำนาจ

นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ

'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง

นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่

'สุขสมรวย' โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน บอกฮั้วจริงน้องสะใภ้คงฉลุย

‘สุขสมรวย’ โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่เกี่ยวเลือก สว. ชี้ กกต.ตรวจสอบจบแล้ว ซัดอย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน  ชี้ถ้าฮั้วจริง น้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว พร้อมสั่งฝ่ายกม. ถอดเทปรายการดัง หลังเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง โอดผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้วิธีนี้

'จตุพร' ฟันธง! ส.ค. เกมฮั้ว สว. เดือด 'ส้ม-แดง-น้ำเงิน' ละเลงกันเละ

'จตุพร' ชงรื้อที่มา สว.ใหม่ แนะเอกซเรย์ทุกคนฮั้วกันหรือไม่ คาด ส.ค. ทุกสีงัดข้อมูลละเลงใส่กัน ป่วนการเมืองตะลุมบอน ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงินเละเทะ ไม่เหลือพื้นที่การเมืองดีให้ยืน