'กรณ์' ตั้ง 7 ประเด็น รัฐบาลเดินตามหลัง 'ดาต้าเซ็นเตอร์' จี้ 'เอกนิติ' ตอบให้ชัดเจน

'กรณ์' ตั้ง 7 ประเด็น รัฐบาลเดินตามหลัง ตามไม่ทันดาต้าเซ็นเตอร์ สุ่มเสี่ยงสร้างความเสียหายให้ปชช.-ประเทศ ชี้ นโยบายย้อนแย้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เผย สหรัฐฯชี้เป้าไทย เป็นทางลัดให้จีนใช้ชิประดับสูง หวัง 'เอกนิติ' นำข้อสังเกตไปพิจารณาในการประชุม กรรมการดาต้า ครั้งแรก 4 ก.ย. นี้

3 กันยายน 2569 - ที่รัฐสภานายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความห่วงใยต่อปัญหา Data Center ที่รัฐบาลเปิดทางให้มาลงทุนในประเทศไทย ว่าสะท้อนให่เห็นถึงปัญหานโยบาย และการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ไม่ทันเหตุการณ์และสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยและประชาชนคนไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ณ ปัจจุบันปัญหาหลักๆมีอยู่ 7 เรื่อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นปัญหานี้มานานแล้ว และได้ยื่นญัตติด่วนให้สภาฯพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับการลงทุน Data Center ตั้งแต่ สมัยประชุมที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลตื่นตัวที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center ขึ้นมาในช่วง ส.ค.ที่ผ่านมาแต่ก็ยังมีคำถามมากกว่าคำตอบ คือประเด็น 1. การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล แม้วันนี้จะมีคณากรรมการที่รัฐบาลขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีเจ้าภาพที่จะดูแลเรื่องนี้ กฎเกณฑ์กติกาอย่างไรประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรแต่ในกรณี Data Center นี้ยังไม่มี มีการอ้างว่าสร้างเป็นคลังเก็บสินค้า ซึ่งใบอนุญาตก็มาจากหลายหน่วยงาน ที่ไม่มีการประสานทำงานกัน ไม่ว่าจะเป็นบีโอไอ มีการให้สิทธิพิเศษทางภาษี ซึ่งเจ้าภาพไม่มีจึงนำไปสู่ประเด็นคำถามว่าแม้แต่อีไอเอก็ไม่ได้ทำ

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า เป็นประเด็นที่น่ากังขามากเพราะปัญหามลพิษอาจจะเกิดจาก Data Center ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สังคมทั่วโลกล้วนแต่ตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรการการควบคุมและกำกับการสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ เรื่องการกำกับดูแลเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก็ยังไม่พอ เพราะยังไม่มีอำนาจ มีเพียงแต่เสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา และบางส่วนบางหน่วยงาน เช่นบีโอไอ ที่ออกหลังเกณฑ์มาเมื่อเดือน ส.ค.ก็ยังไม่มีความชัดเจน ว่ามีผลบังคับใช้กับโครงการที่ได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างหรือไม่ ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท

"วัวมันออกมายืนกลางสนามมันยังไม่หนีไปไหน หากล้อมคอกมันตอนนี้ก็ยังไม่ช้าเกินไป ถ้าปล่อยให้มันหลายไปเดือนร้อนแน่" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2. เรื่องไฟฟ้า ซึ่งรมว.พลังงาน พยายามชี้แจงแต่ก็ยังไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่าการส่งเสริม Data Center มีผลย้อนแย้งต่อนโยบายด้านพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลอย่างไร ขณะที่การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ที่เปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันหรือแก๊ส แต่วันนี้เรากลับได้ยินว่าเราควรส่งเสริม Data Center เพราะเรามีไฟฟ้าสำรองเหลืออยู่ และควรใช้ไฟฟ้าสำรองนี้ขายให้ Data Center แต่การขายไฟฟ้าสำรองที่เรามีอยู่ส่วนใหญ่ใช้แก๊สเป็นเขื้อเพลิง หมายความว่า เราจะต้องนำเข้าแก๊สแอลเอ็นจีในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น หากราคาผันผวนก็จะส่งผลต่อค่าเอฟทีหรือค่าไฟฟ้าของประชาชนโดยตรง ซึ่งรัฐบาลก็ยังไม่ตอบคำถาม หากขายไฟสำรองให้ Data Center ใช้หมดแล้ว ในอนาคตเราก็ยังต้องสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงฟอสซิลเพิ่มเติมหรือไม่

ประเด็นที่ 3 เรื่องน้ำ เป็นที่รู้กันว่า Data Center ใช้น้ำในปริมาณน้ำสูงมาก ถ้าเทียบกันเท่ากับการใช้น้ำประชากร 5-6 หมื่นคนต่อปี จึงมีคำถามว่า Data Center เข้ามาลงทุนใยนไทยมีสัญญาซื้อน้ำโดยตรงจากบริษัทเอกชนนั่นหมายความมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงน้ำก่อนประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่หรือไม่ รัฐบาลจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร

ประเด็นที่ 4 เรื่องมลพิษ ทั้งเสียง ความร้อน น้ำเสีย ที่ออกมาจากระบบ Data Center ใครรับผิดชอบและจะมีการบริหารจัดการอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าปัจจุบัน Data Center ไม่ได้ขอการพิจารณาของอีไอเอ จึงไม่มีมาตรการใดๆที่กำหนดเรื่องปัญหามลพิษว่าผู้ลงทุนจะต้องรับผิดชอบอย่างไร

ประเด็นที่ 5 เรื่องอธิปไตย เรากำลังส่งเสริมให้มีการลงทุน Data Center ของต่างประทศ แต่ประเทศไทยเรามีโมเดลเอไอที่เป็นของไทยอยู่เจ้าหนึ่ง แต่เราอาศรัยเทคโนโลยีซีพียูหรือชิป ที่คุณภาพค่อนข้างล้าสมัย เมื่อเทียบกับของต่างชาติ หมายงามว่าเรากำลังเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติมาลงทุน แต่กลับไม่ส่งเสริมให้ยกระดับคุณภาพ เอไอ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเพื่อศักยภาพการแข่งขันและการลงทุนของไทย

ประเด็นที่ 6 ทั้งหมดนี้มีมาตรการชัดเจนแล้วอย่างไรว่าผู้ประกอบการไทยหรือสตาร์ทอัพ จได้ประโยชน์จากการใช้ Data Center อย่างไร ผู้ประกอบการไทยมีสิทธิ์ มีโอกาสเข้าไปใช้งานมากน้อยแค่ไหน ขอชื่นชมบีไอที่พยายามแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด

ประเด็นที่ 7 ล่าสุดเราพบว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ชี้เป้าเอ่ยชื่อประเทศไทยว่าประเทศไทยอาจจะมีส่วนในการเป็นทางลัดให้กับจีนสามารถเข้าถึงการใช้ชิประดับสูงที่สหรัฐอเมริกา มีนโยบายที่จะปิดกั้นไม่ให้จีนเข้าถึง หรือพูดง่ายๆว่า สหรัฐฯอนุมัติ การส่งออกมาใช้งานที่ไทย และสหรัฐฯกำลังกล่าวหาว่าไทยให้ประเทศจีนมาใช้ซิป ซึ่งเคยมีข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกันกับประเทศไทย แต่มาเลเซียมีมาตรการชัดเจนในการดูแลเรื่องนี้ แต่ของประเทศไทยยังไม่มีมาตรการออกมาเลย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นความเสี่ยง เพราะอาจส่งผลต่อสิทธิการนำเข้าซีพียู หรือชิประดับสูง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโอกาสการพัฒนาธุรกิจ เอไอ หรือเศรษฐกิจทางด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยโดยรวมเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก

"ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วง เรื่องนี้ต้องมีคำตอบและความชัดเจน วันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) เข้าใจว่าคณะกรรมการที่มีนายเอกนิติ เป็นประธานจะมีการประชุมครั้งแรก หลังมีการตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนสิงหาคม ก็หวังว่าข้อสังเกตุเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน และช่วยส่งเสริมการลงทุน Data Center ในประเทศไทย มีผลทางลบต่อประชาชนน้อยที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจของไทย และระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ผมไม่ได้คิดไปเองแต่เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับสากลที่ทุกประเทศพยายามเร่งหาคำตอบอยู่ เพียงแต่สำหรับเราเราอาจจะเดินช้าไปนิด เราก็ขอทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้รัฐบาลตามโลกให้ทัน" นายกรณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' หวั่น 'Bangkok Blueprint' ไร้ความหมาย จี้ 'รัฐบาล-เอกนิติ' เอาจริงสแกมเมอร์ในประเทศ

'กรณ์' จี้ 'รัฐบาล-เอกนิติ' เอาจริงสแกมเมอร์ในประเทศ ชี้ 'Bangkok Blueprint' ไร้ความหมาย หากไม่ลุยปราบคนไทยมีคอนเนกชั่น-แก้จุดอ่อนข้อมูลรั่ว

'ภราดร' ชี้ซักฟอกแค่ 3 วันกำลังดี แจงนายกฯ คิวงานแน่น ไม่หวั่นหมัดเด็ด

'ภราดร' ยันอภิปรายแค่ 3 วันกำลังพอดี แจงนายกฯ มีคิวภารกิจต่างประเทศเพียบ ไม่หวั่น 'กรณ์' มีหมัดเด็ด เชื่อรมต.พร้อมชี้แจง

นายกฯ พบประธาน PAA ย้ำศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าปรับกฎหมายหนุนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ พบเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย ย้ำศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าปรับกฎระเบียบส่งเสริมการลงทุน ยกระดับความโปร่งใส–ธรรมาภิบาล ควบคู่ความร่วมมือด้านมนุษยธรรม

'บังซุป' โต้ 'มาร์ค' ผิดฟอร์มดำน้ำโจมตียกเลิกภาษีบาปเหตุถังแตก ย้ำเงินไม่ได้หาย 'กรณ์' ก็หนุน

'ศุภชัย' โต้ 'อภสิทธิ์' ไม่รู้จริงหรือแกล้งทำไม่รู้ หาว่ารัฐบาลถังแตก จ้องฮุบภาษีบาป ยัน การยกเลิก Earmarked Tax ไม่ใช่การยกเลิกภาษี ไม่ใช่การยุบงบ เงินไม่ได้หายไป "กรณ์" ก็สนับสนุน เหน็บดำน้ำไปเรื่อย เพราะกลัวตำขบวน ทำเรื่องการคลังกลายเป็นเรื่องการเมืองจนผิดฟอร์ม