โฆษกรัฐบาล ป้องภูมิใจไทยไม่เคยกดดันองค์กรตรวจสอบ ปล่อยตามกระบวนการศาล

โฆษกรัฐบาล ขอบคุณ "สนธิ" ชี้แนะ ยันรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา เร่งกวาดล้างทุนเทาเยอะสุด ชี้ทุกคดีทั้ง ฮั้ว สว.-เขากระโดงองคาพยพ "ภูมิใจไทย" ไม่เคยกดดันองค์กรตรวจสอบ ปล่อยตามกระบวนการศาล ลั่นวิกฤตโลกจ่อคอหอย แต่ไทยยังมัวแบ่งแยก บอกน่าเสียดายโอกาสประเทศ

8 กันยายน 2569 - นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวแถลงประกาศทวงคืนประเทศไทยขับไล่ทุนเทาต่างประเทศที่แอบแฝงทำธุรกิจต่างๆว่า จริงๆแล้วเรื่องของนายสนธิหรือว่าใครก็ตามที่ออกมาตั้งประเด็นหรือชี้แนะเรื่องอะไรต่างๆนั้น ในส่วนของรัฐบาล นายกฯ ครม. รวมถึงตนเอง ถือว่าต้องแสดงความขอบคุณในคำชี้แนะเรื่องต่างๆ อย่างที่นายสนธิออกมาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบทุนเทา รัฐบาลก็ให้ความจริงจังและดำเนินการ ซึ่งคิดว่าเป็นรัฐบาลแรกและเป็นรัฐบาลเดียวที่ทำเรื่องทุนเทาเยอะสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดทรัพย์หรือการจดทะเบียนบริษัทและตรวจสอบ ซึ่งจะเห็นชัดว่ากิจการพวกนี้ลดลง นอกจากนี้รมช.มหาดไทย ยังได้ไปดำเนินการในการเพิกถอน พื้นที่ของนอมีนีและต่างชาติที่ทำผิดในประเทศไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็เซ็นเนรเทศ ออกนอกประเทศไปแล้ว ตรงนี้ตนเห็นว่ารัฐบาลทำเยอะ

นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนคดีต่างๆที่มีการโจมตีมายังพรรคภูมิใจไทยหรือคนในรัฐบาล ซึ่งมันอยู่ในกระบวนการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮั้วสว.ที่อยู่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจริงๆแล้วอยู่ในกระบวนการ รวมถึงเรื่องเขากระโดงก็อยู่ในกระบวนการฟ้องของศาลแล้ว ทุกอย่างรัฐบาลให้อยู่ในกระบวนการ ซึ่งตนไม่เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยหรือคนที่อยู่ในองคาพยพ พรรคภูมิใจไทยหรือคนในรัฐบาล ออกมากดดันหน่วยงานหรือองค์กรหรือกระบวนการต่างๆก็ให้ดำเนินการไป อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้ามองในภาพรวมจะเห็นว่ารัฐบาลตั้งใจทำ อย่างกรณีเจอการโกงข้อสอบเข้ารับราชการ ซึ่งเราไม่ใช่คนทำแต่เป็นคนเจอ เมื่อเจอแล้วก็สอบสวนและนำไปสู่การจัดการดำเนินการ เมื่อเสร็จแล้วเห็นว่ายังมีปัญหาทางกฎหมายที่ยังเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ครบวงจร ก็ไปแก้ตรงนั้น

นายเอกภพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณคนที่คอยติดตามงานและเข้าใจว่าที่ผ่านมาหน่วยงานอาจทำไปแล้วและโดนแยกส่วนไป ทำให้ผู้ติดตามอาจไม่เห็นภาพรวมว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะนำภาพที่ทำมาสื่อสารแม้กระทั่งเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการพูดกัน ความจริงรัฐบาลทำมาก่อนแล้ว โดยเมื่อเดือนที่แล้วนายกรัฐมนตรีได้เซ็นตั้งคณะทำงานขึ้นมาและเพิ่งมีการประชุมกัน อีกทั้งมีการปรับขออนุญาต การจองใช้ไฟ ซึ่งจะต้องมีการจ่ายค่ามัดจำตามจำนวนไฟเพื่อให้การไฟฟ้าไปเตรียมระบบก่อน โดยที่ไม่ต้องควักกระเป๋าของรัฐบาลหรือองค์กรของรัฐต้องไม่ไปลงทุนให้เขา ในส่วนกฎระเบียบที่ยังมีความไม่ชัดเจนที่ต้องแก้ไขเราก็ดำเนินการ ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราดำเนินการอยู่

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สิ่งที่อยากจะสื่อสาร ทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกทางการเมืองได้ ไม่ว่ากลุ่มไหนก็ตาม แต่ทุกคนต้องคิดว่าประชาชนอยากจะได้รับสิ่งดีๆ ซึ่งประเทศชาติตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ในประเทศและไม่ได้อยู่ในการเมือง แต่ปัญหาใหญ่เกิดจากนอกประเทศที่การรบกันยังไม่จบ ปัญหาภัยพิบัติทั่วโลกและปัญหาโรคระบาดที่จะมาอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ ซึ่งปัญหาที่ท้าทายในโลกนี้มีเยอะมาก หากเรายังไม่จบเรื่องการแบ่งแยกประชาชนหรือการทำให้ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องมารวมกัน ตรงนี้คิดว่าเป็นโอกาสที่น่าเสียดาย

เมื่อถามว่ามีมิติที่จะเข้าไปรับฟังความคิดเห็นโดยตรงหรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า จริงๆแล้วในปัจจุบันตนได้ให้นโยบายทีมทำงาน ในฐานะการรับฟังด้วยไม่ใช่แค่สื่อสารหรือถ่ายทอดออกไปอย่างเดียว ฉะนั้นการรับฟังทั้งทางโซเชียลมีเดียหรือเรื่องที่ปรากฏตามสื่อหรือตามสาธารณะ ซึ่งในช่องทางการสื่อสาร หากมีใคร องค์กรไหน หรือหน่วยงานไหน อยากจะสื่อสารถึงเราและไม่รู้ว่าจะสื่อสารอย่างไรหรือติดต่อกระทรวงไหนอย่างไร สำนักนายกฯมีช่องทาง แต่อาจรู้สึกอยากจะมาพูดกับใครสักคน ทางทีมโฆษกฯก็เป็นจุดหนึ่งที่จะรับฟัง ถ้าเห็นว่าจะสามารถช่วยไปขับเคลื่อนอะไรต่อไปได้ โดยทีมโฆษกพร้อมรับฟังและไปถ่ายทอดให้ได้ก็ยินดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' โผล่คอมเมนต์ ตอก 'วิโรจน์' เลิกสันดาปพูดเองเออเอง หลังโพสต์เย้ยภูมิใจไทยงับเบ็ดเลข 229

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป

'ธรรมนัส' ยันสัมพันธ์ 'อนุทิน' เป็นเพื่อนกัน ยอมรับมีพบปะประสานงานบางเรื่อง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯ ปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีของกระทรวงที่ตนกำกับดูแลก็มาจากแผนในขณะนั้น ในขั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน

ครม.เดินหน้าปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ สกัดโกงสอบราชการ คุมเข้มอาวุธปืน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอร่างกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุ