นายกฯ สั่งเตือนก่อนระบายน้ำ เลี่ยงปะทะคารมในพื้นที่ เผยโอนเงินเยียวยาแล้ว 48,600 ครัวเรือน

นายกฯ กำชับกรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนระบายน้ำ ป้องกันความขัดแย้งซ้ำรอยฉะเชิงเทรา สั่งเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม เตรียมรับฝนระลอกใหม่ เน้นอพยพกลุ่มเปราะบางให้ปลอดภัย โดยเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ เผยโอนเงินช่วยเหลือแล้ว 48,600 ครัวเรือน ย้ำสำรวจความเสียหายตามจริง ไม่ปรับข้อมูลเพื่อให้เข้าเกณฑ์รับเงิน

10 ตุลาคม 2569 - เมื่อเวลา 08.45 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการในช่วงท้ายของการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยกำชับให้กรมชลประทานประสานความร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และฝ่ายปกครอง ให้ความสำคัญกับการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าทุกครั้ง ก่อนดำเนินการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ พร้อมกำกับดูแลและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบและป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทราว่า ทุกฝ่ายควรพยายามบริหารสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารม เนื่องจากทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการต่างปฏิบัติงานเพื่อประชาชนเช่นเดียวกัน โดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ ไม่สามารถให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมหรือหักล้างการตัดสินใจของผู้มีอำนาจได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้เร่งทำความสะอาด ตรวจสอบความปลอดภัย และคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็ว โดยกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดต้องระดมทรัพยากรช่วยเก็บขยะมูลฝอยและฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร ส่วนราชการ กระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และทรัพยากรที่จำเป็น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจให้เร่งถอนทรัพยากรกลับไปซ่อมบำรุงและเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการในภูมิภาคอื่นต่อไป

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ ขอให้ทุกหน่วยงานบริหารสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด การประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยต้องใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย กระชับ และสื่อสารอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน เช่น ความกดอากาศ หรือปริมาณน้ำ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ยาก

หากมีการประกาศอพยพ จะต้องจัดหน่วยติดตามและเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบว่าประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้สูงอายุ ต้องไม่มีผู้ใดตกค้างอยู่ภายในบ้านเรือนอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วจำนวน 48,600 ครัวเรือน คิดเป็นประมาณร้อยละ 12 ของจำนวนที่คาดการณ์ไว้ โดยกำชับว่าการจ่ายเงินต้องเป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และต้องสำรวจข้อมูลตามข้อเท็จจริง ไม่ควรพยายามปรับข้อมูลให้เข้าเกณฑ์เพื่อรับเงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ เนื่องจากงบประมาณมีจำกัดและยังต้องนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนในด้านอื่นด้วย การดำเนินการจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อป้องกันปัญหาจากการตรวจสอบในภายหลัง

“รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน การประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูล และการเฝ้าระวังดูแลประชาชนในชุมชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง สำรวจจำนวนผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในแต่ละครัวเรือน เพื่อเตรียมอพยพบุคคลกลุ่มนี้ออกจากพื้นที่ก่อนหากเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทราบตำแหน่งของกลุ่มเปราะบางเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้

พร้อมย้ำให้นำบทเรียนจากกรณีผู้ป่วยติดเตียงอพยพไม่ทันในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา มาเป็นข้อควรระวังในการวางแผนรับมือภัยพิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก

นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า การสำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิดเป็นข้อปฏิบัติที่ต้องดำเนินการทันที ส่วนจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจเครื่องมือและเครื่องจักรของทางราชการ เช่น รถสุขา เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และรถขุด เพื่อจัดทำบัญชีเตรียมพร้อมระดมไปสนับสนุนจังหวัดอื่นเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดควรช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุดก่อน โดยใช้งบทดรองราชการ พร้อมเตรียมเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุกและรถขุดในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องรอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น รวมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินในแต่ละระดับให้พร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุริยะ ควง ปิยะรัฐชย์' ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำสุโขทัย เร่งเดินหน้าโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำ SK6-คลองบายพาส บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่

'กรวีร์' หนุนเดินหน้า Mega Project คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผันน้ำออกทะเล กุญแจสำคัญลดความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ระยะยาวที่หลายรัฐบาลได้ร่วมกันผลักดันและวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาและผ่านมติ ครม.ในที่สุด

'อนุทิน' มั่นใจเสียงรัฐบาล 'กล้าธรรม' โหวตให้ก็สาธุ! ยังไม่คิดปรับ ครม.หลังซักฟอก

นายกฯ มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก 5 วัน ยืนยันไม่มีดีลล่วงหน้ากับกล้าธรรม แต่หากยกมือหนุนก็ “สาธุ” เผยยังไม่คิดปรับ ครม.หลังอภิปราย หยอก “พลพีร์”

นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วม-รับมือฝนระลอกใหม่ จับตา 14 จังหวัดใต้!

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. แม้วันหยุด กำชับเร่งระบายน้ำพื้นที่ตกค้าง ฟื้นฟูบ้านเรือน จัดการขยะ เฝ้าระวังโรคหลังน้ำลด พร้อมเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนทันทีที่ได้รับรายชื่อจากจังหวัด เตือนภาคใต้ 14 จังหวัด รวมถึงเพชรบุรีและประจวบฯ เตรียมรับฝนระลอกใหม่ เผยบ่ายนี้นัดผู้ว่าฯ ภาคใต้ตอนล่างถกแผนเผชิญเหตุที่ปัตตานี