
นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังภาครัฐ–เอกชน–ภาคการกุศล ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสาธารณสุข มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
12 ต.ค.2569-นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย Desmond Kuek ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Temasek Trust เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการระดมทุนเพื่อสังคม (Philanthropy) และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการนำร่องและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาในวงกว้าง
นายกฯได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหาร Temasek Trust เกี่ยวกับบทบาทของการระดมทุนเพื่อสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าไทยมีโอกาสพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนโครงการที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าหรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั้งนี้ Temasek Trust แสดงความสนใจร่วมมือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจไทยในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางสังคมและสามารถขยายผลได้ในอนาคต
ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และศักยภาพของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่มาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การจัดการกากจากกระบวนการผลิตพลังงาน ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและการยอมรับของประชาชน ผ่านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ นายกฯได้กล่าวถึงแนวคิดการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและจุดแข็งของแต่ละประเทศ ทั้งพื้นที่และศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนของไทย ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย ตลอดจนเงินทุนและศักยภาพด้านการลงทุนของสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
นายกฯกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Centre) และโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยภาคเอกชนควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและใช้พลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและประโยชน์ของสังคมโดยรวม
ด้านสาธารณสุข ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดอุบัติใหม่ การพัฒนาระบบตรวจวินิจฉัยและเฝ้าระวังโรค รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศในภูมิภาคในการรับมือวิกฤตด้านสุขภาพ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและระบบบริการสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบและภาระต่อระบบสุขภาพเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมสนับสนุนการปรับแนวทางการดูแลสุขภาพจากการมุ่งรักษาโรคไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ผู้บริหาร Temasek Trust กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานขององค์กรที่มุ่งพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านการสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการนำร่องร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน โดยโครงการที่ประสบผลสำเร็จสามารถถ่ายทอดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขยายผลในระดับประเทศหรือภูมิภาค พร้อมเห็นว่า ความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เป็นประเด็นร่วมที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร Temasek Trust ได้ฝากความปรารถนาดีจากนาง Ho Ching ประธาน Temasek Trust และนาย Lee Hsien Loong อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมแสดงความยินดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) รวมถึงกล่าวถึงความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกในการพัฒนากลไกเชื่อมโยงเงินทุนเพื่อสังคมกับแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนา เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง
“นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Temasek Trust และพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางรับมือกับความท้าทายที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญ โดยเห็นว่าไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้เพียงลำพัง การเรียนรู้และร่วมกันลงมือปฏิบัติจะช่วยสร้างแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม นำไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อประชาชนในภูมิภาค”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ปัดพักประชุม บกปภ.ช. แค่หลีกทางประชุมธนาคารโลก-IMF ย้ำ คลอง ร.1 เสร็จทันฤดูน้ำหลาก
นายกฯ แจงไม่ได้พักประชุม บกปภ.ช. แต่ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมธนาคารโลก-IMF สั่งเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ มี ‘รมต.ภาคใต้’ อยู่ในพื้นที่แล้ว ย้ำ คลอง ร.1 ต้องเสร็จทันฤดูน้ำหลาก หลังรัฐบาลอนุมัติงบกลางซ่อมแซม
5วันเยอะไป! นายกฯ ชี้ซักฟอกเดือนต.ค.โอเค เชื่อใจ 'เพื่อไทย' ไม่มีวันปล่อยมือ
‘อนุทิน’ บอกซักฟอกเดือนต.ค.เวลาโอเค มอง 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้าภท. ไม่ทำให้รัฐบาลแตก เชื่อใจเพื่อไทยไม่มีวันปล่อยมือ
นายกฯ ชี้คุมสถานน้ำท่วมได้ พักยาว 'บกปภ.ช.' พร้อมชูเพชรบุรีโมเดล
นายกฯ หัวโต๊ะ 'บกปภ.ช.' ก่อนพักยาว หลังคุมสถานการณ์น้ำท่วมได้ กำชับยังต้องมอนิเตอร์ต่อ เผยจ่ายเยียวยาแล้ว 5 รอบ 1.3 แสนครัวเรือน กว่าพันล้าน ชมเพชรบุรีจัดการน้ำดี-แห้งเร็ว ชูแบบอย่างให้จังหวัดอื่น
จับตา! ศึกซักฟอก 'อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์' โดนหนักสุด
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตา อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์ โดนหนักสุด" โดยระบุว่า
ดุสิตโพลชี้ ‘นายกฯ-รัฐบาล’ สอบตกแก้น้ำท่วม คะแนนมาเป็นที่โหล่
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “น้ำท่วมปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,254 คน
นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง
นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ” ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย

