เสาชิงช้าเริ่มระอุ! 'ก้าวไกล' ล็อบบี้หลายพรรค นั่งประธานสภากทม. 'เพื่อไทย' แก้เกมสู้

สะพัด กลุ่มสก.ก้าวไกล ล็อบบี้หลายพรรค หวังโดดเดี่ยวเพื่อไทย ส่งคนตัวเอง นั่งประธานสก. เพื่อไทย ดิ้น เตรียมรวบรวมเสียงสู้

24 พ.ค.2565 - มีรายงานถึงความคืบหน้าการสรรหาประธานสภากทม. ที่จะให้สก.ทั้ง 50 คน โหวตคัดเลือก โดยส.ก.ที่มีความอาวุโสบางคน ในพรรคก้าวไกล พยายามรวบรวมเสียงของพรรคก้าวไกลที่มี 14 เสียง และพยายามประสานไปยังพรรคประชาธิปัตย์ 9 เสียง กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯที่มี 3 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง หากรวมกันได้จะมีทั้งสิ้น 30 เสียงทันที และทำการโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทย เพื่อดันคนของกลุ่มตัวเองเข้าไปนั่งทั่งในประธานและรองประธานสภาฯสก.

ขณะที่ทางพรรคเพื่อไทย ที่ได้เสียงเลือกตั้งมาในสัดส่วนมากที่สุด 20 เสียง พยายามแก้เกม โดยประสานไปยัง กลุ่มสก. พรรคต่างๆเพื่อรวบรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่งเช่นกัน โดยเชื่อว่า สก.ไม่ว่าจะมาจากพรรคหรือกลุ่มการเมืองใด พร้อมเป็นตัวแปรได้ทั้งสิ้น เนื่องจากสก.หลายคน มีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน ไม่มีความขัดแย้งรุนแรงเหมือนในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนระหว่างขั้วฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล

อย่างไรก็ดี ทางแกนนำภาคกทม.ในพรรคเพื่อไทยมองว่า ยังพอมีเวลาเตรียมความพร้อม เพราะต้องรอให้ทางกกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นจะประเมินกันอีกครั้งว่า จะส่งแคนดิเดตคนใดที่เป็นตัวแทนในฝ่ายเพื่อไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”