
“ธนาธร” ลุยทริปภาคใต้ 3 จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงา ขอคะแนนดันพรรคก้าวไกล เข้าทำเนียบเป็นรัฐบาล พร้อมยกอำนาจให้องค์กรปกครองท้องถิ่นดูแลพื้นที่
20 พ.ย.2565 – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า วันนี้มาภูเก็ตในทริปภาคใต้สามจังหวัดได้แก่ กระบี่ พังงาและภูเก็ต วัตถุประสงค์เพื่อพบปะผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่แต่เดิม เพื่อพูดคุยถึงแนวอุดมการณ์ ทิศทางการทำงานการเมืองของเราข้างหน้า และสำคัญที่สุดพูดถึงการสร้างพรรคก้าวไกลให้เป็นที่ยอมรับของพี่น้องชาวภาคใต้ในระยะยาวต่อไปซึ่งจะพูดเรื่องการกระจายอำนาจ
นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้คณะก้าวหน้าได้รวบรวมรายชื่อจากพี่น้องประชาชนจำนวนกว่า 80,000 รายชื่อ เพื่อนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ซึ่งเป็นหมวด ว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราพูดถึงการให้อำนาจให้งบประมาณกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้นจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรมมากขึ้น ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีงบประมาณที่เพียงพอ ที่จะจัดการบริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บขยะ การบริหารประปา การดูแลศูนย์เด็กเล็ก ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้ และแต่ละตำบลจะได้มีความเจริญมีงบประมาณที่จะมาแก้ไขปัญหาของตัวเอง
“เคยได้ยินพี่น้องประชาชนพูดมั้ยครับ เลือกตั้งเท่าไหร่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง เลือกตั้งเท่าไหร่บ้านเมืองของเราก็เหมือนเดิมเหตุผลที่เหมือนเดิมคือให้ อบต.เทศบาลดูแลนั้นไม่ได้งบประมาณอย่างเพียงพอ ไม่ได้อำนาจอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการถ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณเพียงพอปัญหาต่างๆที่อยู่ในท้องที่ในตำบลสามารถจัดการเองได้ ไม่ต้องรอเรื่องของบประมาณที่กรุงเทพฯ ซึ่ง ปัญหาขอยกตัวอย่าง ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ สามารถจัดการได้เองมีงบเพียงพอ ไม่ต้องไปของบจากกระทรวง กรมต่างๆที่กรุงเทพฯ ” นายธนาธร กล่าว
นายธนาธร กล่าวว่า สำหรับภูเก็ต หวังว่าการเปิดประเทศที่ในสองเดือนหลังนี้จะทำให้ชาวภูเก็ตกลับมามีการค้าขายที่คึกคัก มีการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งระหว่างมาที่ภูเก็ตเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น ประมาณ 80-90% ของจำนวนก่อนโควิดแล้ว ซึ่ง เริ่มกลับมาครึกครื้น จะทำให้ประชาชนที่เป็นหนี้จากช่วงโควิดกลับมามีรายได้เริ่มใช้ชีวิตประกอบธุรกิจอย่างปกติได้ และขอให้กำลังใจพ่อแม่พี่น้องชาวภูเก็ตทุกคน
นายธนาธร กล่าวว่า ขอเรียนกับพ่อแม่พี่น้องชาวภูเก็ต พวกเราสมัยอนาคตใหม่ มาวันนี้เป็นพรรคก้าวไกล พวกเราตั้งมั่นอยู่ในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ต้องการสร้างประเทศที่มีความเสมอภาคที่มีความเป็นธรรม ทรัพยากรของประเทศถูกใช้ไปเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ การพัฒนากระจายทั่วถึงเราอยากสร้างประเทศไทยที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมีเทคโนโลยีของตัวเอง มีอุตสาหกรรมใหม่ๆให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้มีงานทำ
“ เราอยากจะปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ พวกเราขอความสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องชาวภูเก็ต สนับสนุนพวกเราดูสักครั้งหนึ่ง ถ้าทำงานได้ไม่ดีกับคะแนนที่ทุกท่านมอบให้เรา รอบหน้าค่อยหยุดก็ได้ ขอให้ผลักดันพรรคก้าวไกล ให้เป็นรัฐบาลให้ได้ ” นายธนาธร กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
'ไหม' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส2' ไม่ช่วยกระตุ้นศก. แซะหั่นแจกอีก 2 ด. แค่กระตุ้นความนิยมรบ.
'ศิริกัญญา' จวก 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' ปลดล็อกงบกู้ 2 แสนล้าน แต่หั่นเหลือเดือนละ 500 บ. แซะ แจกเงินกู้วิกฤตศรัทธา
'จุติ' หนุนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เดินหน้าปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบปีละ 1 แสนล.
‘จุติ’ หนุนต่ออายุอีก 2 เดือน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าเร่งปฏิรูปภาษี-ปราบทุจริต-ลดงบซ้ำซ้อน ประหยัดเงินปีละ 1 แสนล้าน
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน
รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด
ภาคประชาสังคมชง 'ดับไฟใต้' 16 ข้อ ยึดปชช.ศูนย์กลาง
ดร.อังคาร กาญจนเพชร ประธานสมัชชาพลเมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน

