
นิพนธ์ ชู ยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอาหาร หวังเปลี่ยนพื้นที่ความขัดแย้งไปสู่พื้นที่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเวทีเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ปชป.ปลายด้ามขวาน
20 พ.ย.2565-ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผอ.เตรียมการเลือกตั้งพรรคฯ ร่วมเวทีเปิดตัวสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ปลายด้ามขวานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา พร้อมทั้งปราศรัยบนเวที “77 ปี พรรคประชาธิปัตย์ รากฐานของการพัฒนาคน พัฒนาชาติ” โดยมีมวลชนร่วมฟังกว่า 2,500 คน
นายนิพนธ์ กล่าวบนเวทีฯตอนหนึ่งว่า ตลอด 77 ปีของพรรคประชาธิปัตย์ นั้น ได้ดำเนินนโยบายที่ให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์อย่างมากโดยเริ่มตั้งแต่เด็ก อย่างนโยบายนมโรงเรียน อาหารกลางวัน เพื่อเสริมสร้างโภชนาการ นโยบายเรียนฟรี 12 ปี จนถูกนำไปบรรจุในรัฐธรรมนูญ ขยายโรงพยาบาลสู่อำเภอ ยกระดับสถานีอนามัยเป็น รพ. สต.โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อดูแลรักษาอาการเจ็บป่วย ฯลฯ นอกจากนี้ ในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น สาธารณูปโภคต่างๆ ฃยายถนนสี่ช่องจราจรออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ก็มีการจัดสรรงบประมาณมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้วางรากฐานการพัฒนาคน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาชาติให้เจริญรุ่งเรืองมาถึงปัจจุบัน
สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น มีข้อได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรมาก มีทั้งพืชพรรณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เราสามารถนำไปพัฒนาเพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เพิ่มมากขึ้นได้ รวมถึงเรามีความพร้อมในเรื่องสถาบันการศึกษาที่มีครบทุกจังหวัดที่สามารถจะยกระดับองค์ความรู้ต่างๆให้สูงขึ้นไปอันนำไปสู่การสร้างรายได้ให้พื้นที่ แต่ขณะเดียวกันปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างของพื้นที่นี้คือปัญหาความยากจน ที่เกณฑ์รายได้ประชาชนอยู่ระดับต่ำ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาสของพื้นที่นี้และเข้าใจชาว 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นอย่างดี
“วันนี้ประชาธิปัตย์จึงชูยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะครอบคลุมทั้งหมดในภาคการเกษตรที่มีความโดดเด่นในเรื่องสายพันธุ์พืช ผลไม้ ประมง ปศุสัตว์ ที่รสชาติที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ นำไปสู่การต่อยอดในภาคธุรกิจ สร้างเงิน สร้างรายได้ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและเมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นก็นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งการพัฒนาต่างๆต้องดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีความมุ่งหวังเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ความขัดแย้งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
'วิเวียน' ปชป. เขต 9 กทม.ลุยหาเสียงต้นปีไม่มีพัก ชูนโยบาย ฟังจริง คิดจริง ทำจริง
'วิเวียน' ปชป. เบอร์ 1 ลุยหาเสียงต้นปีไม่มีพัก ขึ้นรถแห่- ปั่นจักรยาน เจาะ จตุจักร-หลักสี่-บางเขน ชูนโยบายฟังจริง คิดจริง ทำจริง ขอคืนพื้นที่ทำงานให้ประชาธิปัตย์
ฝ่าย 'อนุรักษ์นิยม' เสียงแตก! ขวาจัดหนุน 'อนุทิน' ชนชั้นกลางหนุน 'อภิสิทธิ์'
ศึกการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการวิเคราะห์กันว่า เป็นการช่วงชิงระหว่าง2พรรคการเมือง เพื่อแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งในขั้วของฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีความสับสน ไม่ต่างอะไรกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื

