'สมคิด' อวยพร ส.ส.เพื่อไทย ย้ายพรรค ขอให้ไปดี ชี้ไม่กระทบเพราะจัดคนลงเลือกตั้งไว้แล้ว

13 ธ.ค.2565 - ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้ ว่า เราเลื่อนวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ… ให้มาพิจารณาก่อน ในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ก็จะมีการคุยกันว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมาตราใด และเท่าที่ฟังดูพรรคอื่นก็ไม่สนับสนุนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสันทนาการทั้งหมด ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยก็ประกาศมาโดยตลอด ว่าจะสนับสนุนมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ สำหรับแนวโน้มในวาระ 3 หลายพรรคก็เผยว่าจะไม่รับ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยเองก็ได้ชี้แจงว่าหากยังไม่มีการแก้ไขหรือปรับปรุงเราก็จะไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่าการประชุมจะดำเนินต่อได้หรือไม่เพราะมีส.ส.ลาออกเยอะ นายสมคิด กล่าวว่า การให้ส.ส.ลาออกนั้นหมายความว่าพรรคที่เป็นเจ้าของร่างพ.ร.บ. จะทิ้งร่างฉบับนี้หรือไม่ โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ลาออกไปแล้วหนึ่งคน และคาดการณ์ว่าจะลาออกอีก 9 คน ซึ่งตนได้ถามเหตุผลว่าทำไมจึงรีบออกไม่เป็นห่วงเรื่ององค์ประชุมหรือ เขาก็ชี้แจงว่าต้องเตรียมออกไปใส่เสื้อสีใหม่ ซึ่งก็เป็นปกติเป็นสิทธิ์ของเขา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือรัฐบาลต้องควบคุมองค์ประชุม ขนาดคนที่จะลาออกทั้งหมดโหวตให้รัฐบาลยังเอาตัวไม่รอด แล้วคนที่ลาออกจากการเป็นส.ส. และไม่มีสิทธิ์มาโหวต ถามว่ารัฐบาลจะคุมของตัวเองมาโหวตได้หรือไม่ ฉะนั้นต้องรอดูว่าในวันที่ 14 ธ.ค. ตนคิดว่าจะเป็นปัญหาเกือบทุกมาตรา ทั้งนี้ หากสภาจะล้มก็ต้องล้มเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรายืนยันว่าหากมีเหตุผลที่ดีฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะทำงานไปด้วย แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่จะมาโยนภาระให้ทั้งหมด ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงระดมส.ส.ลาออก ตนคิดว่าองค์ประชุมมีปัญหาแน่นอน

เมื่อถามว่าพรรคที่เสนอร่างพ.ร.บ.กัญชา ไม่จริงใจในการแก้ปัญหาใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ตนไม่ได้มองในจุดนั้น แต่มองว่ารัฐบาลอาจจะแพ็คกันอยู่ แต่ตนไม่เชื่อเพราะฟังจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)พูดแล้วก็แปล่งๆอยู่ โดยคนที่ลาออกส่วนมากก็เป็นคนของฝ่ายค้านอยู่แล้วไม่กระทบกับงานของรัฐบาล

ถามว่ามีการเปิดเผยรายชื่อส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่จะลาออกไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายสมคิดกล่าวว่า เป็นคนเก่าคนเดิมที่ทางพรรคทราบอยู่แล้ว ตอนที่มีเรื่องไม่โหวตตามมติพรรค ทางคณะกรรมการจริยธรรมของพรรคก็ได้สอบสวนแล้ว เรามองว่าระยะเวลา180 วันก็ถือว่าไม่มากที่จะให้เขาตัดสินใจ และคนที่จะตัดสินส.ส.ก็คือประชาชน ไม่ใช่คณะกรรมการบริหารพรรค เราไม่ห่วงเรื่องคนลาออก ทางพรรคเพื่อไทยก็ขออวยพรให้ไปดี และเราก็เตรียมคนไปต่อสู้ในพื้นที่นั้นๆแล้ว

ถามต่อว่าเมื่อวานนี้(12ธ.ค.)มีการเปิดเผยรายชื่อส.ส.ทั้งหมด 37 คนที่จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทยมองว่าจะเป็นพรรคที่น่ากลัวหรือไม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสมคิดกล่าวว่า ตนกังวลกับทุกพรรคเพราะเวลาลงสนามเลือกตั้งทุกพรรคน่ากลัว แต่ที่ผ่านมา 8 ปีประชาชนทราบดีว่ารัฐบาลเป็นอย่างไร คำตอบก็จะอยู่ในคูหาเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นต่อให้พรรคภูมิใจไทยระดมคนไปเพียงใดก็ไม่เป็นปัญหาในการทำงานของเรา เราไปทางใต้ก็คิดว่าจะสู้เต็มที่ และเราก็จะสู้เต็มที่ทั้ง 400 เขตแต่ก็อยู่ที่ประชาชน เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

ถามถึงความคืบหน้าในกรณียื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา152 นายสมคิด กล่าวว่า ทางหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยกัน และได้มีการเซ็นชื่อแล้ว คาดว่าสัปดาห์นี้จะได้ยื่น และจะได้อภิปรายประมาณปลายเดือนม.ค. ทั้งนี้ต้องมีการประเมินสถานการณ์จากสภาด้วย เพราะไม่ทราบว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร เราเองก็ต้องทำหน้าที่ในสภาไป อันที่จริงก็มีปัญหามาตลอด ตนคิดว่ารัฐบาลยุบเถอะ มันคาราคาซังเปล่าๆ ปัญหาของพวกท่านไม่ใช่ปัญหาของฝ่ายค้าน พวกท่านต้องแก้ปัญหา หากแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ขอเรียกร้องไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ยุบสภาให้ประชาชนตัดสินดีที่สุดงานจะได้เดินได้ ให้ยอมเสียเวลาซัก2-3เดือนก็จะได้รัฐบาลใหม่ ตนมั่นใจว่าประชาชนรออยู่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”

มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ