ตามคาด 'นิพิฏฐ์' ซบพปชร. ไม่ทำสงครามครั้งสุดท้ายกับ 'สอท.' แล้ว

แฟ้มภาพ

13 ธ.ค.2565 - นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า นายนิพิฏฐ์​ อินทรสมบัติ ได้ลาออกจากพรรคสร้างอนาคตไทย อย่างเป็นทางการแล้ว โดยได้มีการส่งใบลาออก ลงวันที่ 13 ธ.ค. ที่ได้มีการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเวลา 08.50 น. ให้กับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเป็นการยืนยันแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์​ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) ที่มีกำหนดการเข้าประชุมในเวลา 09.30 น และไม่ได้มีการแจ้งลาการประชุมแต่อย่างใด

ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ในเวลา 13.40 เพื่อเปิดตัวร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ ในเวลา 15.00 น. พร้อมกับให้สัมภาษณ์ ว่า ตนได้พูดคุยกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้บอกเหตุผลอะไร เพราะท่านคงทราบอยู่แล้ว และเป็นการจากกันด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร ใช้เวลาตัดสินใจประมาณ 2-3 เดือน ก่อนจะมาร่วมงาน ทั้งนี้ได้ยื่นใบลาออกต่อกกต.เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่ออกมาจากพรรคสร้างอนาคตไทย เพราะมีข่าวว่าจะไปรวมกับพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า มีหลายเรื่อง และนั่นเป็นสาเหตุแรกเริ่ม และทราบว่าตอนนี้เขาไม่ไปรวมแล้ว แต่ยังมีสาเหตุมากกว่านั้น ส่วนรายละเอียดขอให้ทางพรรค สอท.เขาพูดเองดีกว่า

เมื่อถามว่าการมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐจะได้ดูแลพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะมอบหมายให้ทำตรงไหน

เมื่อถามว่าการมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐมีเงื่อนไขที่ตรงใจ ถึงตัดสินใจมาร่วมงานหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไข แล้วแต่พรรคจะให้ทำอะไร แต่ตนเป็นนักรบต้องได้รบ เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้เคยประกาศจะทำสงครามครั้งสุดท้ายกับพรรคสร้างอนาคตไทย นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า พรรคสลายเสียก่อน ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำสงคราม ส่วนรายละเอียดให้พรรคเขาพูดเองดีกว่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน

"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่