นายกฯ กำชับกระทรวงท่องเที่ยวฯ - สธ. เตรียมพร้อมรับมือนักท่องเที่ยวทะลักเข้าไทย

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ กำชับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาเตรียมความพร้อม รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น ด้วยมาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพ

1 ม.ค. 2566 – นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข้อสั่งการกำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2566 ด้วยมาตรการที่เหมาะสม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพตามมาตรการโควิด-19 ด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กำหนดมาตรการสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีมากยิ่งขึ้นโดยจะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขภาพ ในขณะเดียวกัน ให้เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เน้นดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้กับคนไทย นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามข้อมูล รายละเอียด และความคืบหน้าของมาตรการที่จะมีการประกาศจากประเทศต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อการเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทันที ทั้งนี้ กรณีที่ทางการจีนประกาศเปิดประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างเต็มที่ ภาคเอกชนไทยคาดการณ์ว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 300,000 คน ซึ่งจะส่งผลให้ ททท. มีการปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จากเดิม 20 ล้านคนเป็น 25 ล้านคนต่อปี

“ภายหลังจากที่ประเทศไทยเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำนโยบายให้เดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับมาตรการด้านสาธารณสุขที่รัดกุม เพื่อให้ประชาชนในหลากหลายสาขาอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ โดยไม่ขัดต่อสถานการณ์การควบคุมโรคโควิด-19 ของทั่วโลก พร้อมกำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นในปี 2566 นี้ ให้เกิดความปลอดภัยอย่างเต็มที่ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องมีการส่งเสริม สนับสนุนให้คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยด้วย” นายอนุชา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย ถอดบทเรียนภัยพิบัติ ยกระดับทีม SEhRT และการจัดการศูนย์พักพิง สร้างระบบสุขภาพเข้มแข็งรองรับภาวะฉุกเฉิน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับทีม SEhRT การจัดการศูนย์พักพิง จากการถอดบทเรียนภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ สู่ชายแดนไทย – กัมพูชา รับนโยบาย รมว.สธ. วางระบบฟื้นฟูการดูแลสุขภาพ สุขอนามัย และสุขาภิบาลให้กับประชาชนในศูนย์พักพิงเข้มข้

กระทรวงสาธารณสุข จัดงาน Thailand ATMP Roadmap 2025 เดินหน้าเร่งรัดการเข้าถึงและนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง มุ่งสู่การขึ้นทะเบียน ATMP ที่รวดเร็วที่สุดในอาเซียน

กระทรวงสาธารณสุข จัดงาน “Thailand ATMP Roadmap 2025 : Fast-Track to Access & Innovation Fastest in ASEAN” ระหว่างวันที่ 22–23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์

รัฐบาลไทยเร่งแก้ปัญหาท้องในวัยรุ่น บูรณาการความร่วมมือ 3 หน่วยงาน ถอดบทเรียน 8 คู่มือปฏิบัติงานเสริมสร้างกลไภความเข้มแข็งในระดับพื้นพื้นที่

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พิธีเปิด "การประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งมอบผลงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงาน ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศ" โดยจัดขึ้นร่วมกันระหว่างสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เริ่มแล้ว! ไทย- UNODC จัดประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์

เริ่มแล้ววันนี้! การประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์ ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNODC พร้อมผนึกกำลังกับ 39 ประเทศ สร้างความร่วมมือระดับโลกรับมือปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

รัฐบาลเตือนผู้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสกว่า 14 ล้านรีบใช้สิทธิให้หมดในสิ้นปี!

รัฐบาลย้ำเตือนได้รับสิทธิ์ 'คนละครึ่งพลัส' กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการคนละครึ่งพลัส รีบพัฒนาทักษะสำเร็จ ภายใน 19 ธ.ค.นี้

รัฐบาลยกเว้น 'ค่าไฟ' พ.ย. 420 ล้าน เยียวยาน้ำท่วมสงขลา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา เดินหน้าไปอย่างมาก โดยปัจจุบันสามารถนำประชาชนกลับบ้านไปได้กว่า 90%