'บิ๊กตู่' ใช้รถส่วนตัว ไม่มีรถนำ เดินทางร่วมงานเปิดตัวเข้า 'รทสช.'

"บิ๊กตู่" เปลี่ยนรถหลวงใช้รถส่วนตัว ไร้รถนำ ร่วมงาน “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” หน้านิ่งไม่ตอบสื่อฯ ขณะ "พีระพันธุ์" ตั้งแถวแกนนำรอรับ

9 ม.ค.2566 - เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล กลับเข้าบ้านพักเพื่อเปลี่ยนรถยนต์ จากรถประจำตำแหน่ง หมายเลขทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน ญค1881 กรุงเทพมหานคร พร้อมเปลี่ยนชุดจากเครื่องแบบข้าราชการสีกากี เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมด้วยเสื้อแจ็คเกตลำลองสีดำ ก่อนเดินทางมายังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในงาน “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” โดยขบวนรถพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีรถนำและไม่มีรปภ.ติดตามเหมือนตอนปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี มีเพียงรปภ.ส่วนล่วงหน้าแต่งกายนอกเครื่องแบบมาดูความเรียบร้อยสถานที่จัดงานเท่านั้น

โดยเวลา 17.24 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำแกนนำพรรค รอต้อนรับ และพาเข้าห้องรับรองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเวที ทั้งนี้ยังมีสมาชิกที่มาร่วมงานได้มาให้กำลังใจตะโกนลุงตู่สู้ๆ พร้อมมอบดอกกุหลาบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน

กกต. เปิดให้คนกรุง-พัทยา แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถึง 5 ก.ค.

สำนักงาน กกต. เปิดให้คนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.-นายกพัทยา-สม. แจ้งเหตุผลตั้งแต่วันนี้ถึง 5 ก.ค. เตือนไม่แจงโดนจำกัดสิทธิ 2 ปี

'พท.' ยินดี 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยสอง พร้อมจับมือทำงานร่วมกัน

'จุลพันธ์' ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน รวมถึงผู้สมัครเพื่อไทยเข้าวิน สก. 4 เขต

'สมชัย' สะท้อนผลเลือกตั้ง 'สก.' ความสำเร็จการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวง ยังคงอยู่

อดีตกกต. ชี้การเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ