รัฐสภา ถก กม.คุมสื่อ ฝ่านค้านชี้จำกัดสิทธิเสรีภาพ ด้าน "เท่าพิภพ" ส.ส.ก้าวไกล ระบุนักข่าวจะทำงานมีประสิทธิภาพ ปากท้องและสวัสดิการต้องสมเหตุสมผล
7 ก.พ.2566 - เวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา นัดพิเศษ ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ... ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวาระแรก สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมสื่อฯ คือ ให้มีสภาผู้ประกอบการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนระดับชาติ ทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบการและผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งยังรับรองให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีเสรีภาพเสนอข่าวหรือแสดงความเห็นแต่ต้องไม่ขัดหน้าที่ของปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น ทั้งนี้ยังกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐสามารถปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งที่มีผลเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมสื่อฯ โดยไม่ถือว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่การใช้สิทธิต้องคำนึงถึงภารกิจหน่วยงานที่สังกัด เป็นต้น
โดยส.ส.ฝ่ายค้าน อภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นอย่างถี่ถ้วน และพบว่าตลอด 16 วันที่เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย ก็มีแค่ 1 คนที่มาแสดงความเห็น
นอกจากนี้ยังมองว่ากฎหมายฉบับนี้วางโครงสร้างและกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมการทำหน้าที่ และจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ในการนำเสนอข้อมูลตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการแสดงความกังวลต่อการตีความประเด็นจริยธรรมสื่อ เพราะไม่มีมาตรฐานในการวัดที่ชัดเจน
ด้านนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า เป็นเรื่องตกยุคล้าสมัย และเป็นภาพลวงตา สื่อในฐานะฐานันดรที่ 4 ของสังคม มีหน้าที่เสนอข้อเท็จจริงหรือตรวจสอบข้อมูลให้สังคมได้รับรู้ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ผิดฝาผิดตัว เพราะมีเรื่องจริยธรรมที่วัดกันยาก ตอนนี้มีกฎหมายควบคุมสื่อมวลชน 30 กว่าฉบับ ทำให้สื่อถูกดำเนินคดีไม่หวาดไม่ไหว กฎหมายนี้ออกมาควบคุมสื่อที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐโดยเฉพาะ ตามหลักนานาชาติวิเคราะห์ถึงการกำกับดูแลสื่อ ไว้ 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 การตั้งองค์กรดูแลตัวเอง ประเภทที่ 2 การกำกับดูแลร่วมกับรัฐ และ กฎหมายฉบับนี้อยู่ประเภทที่ 3 ที่ถูกควบคุมโดยรัฐ เพราะมีการบังคับ และทำเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการ เหมือนกับประเทศ ลาว เวียดนาม และจีน แล้วเราจะล้าหลังถึงขนาดนี้หรือ เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่นายกฯ ไปให้การสนับสนุนพูดออกอากาศบอกว่าช่องทีวีช่องหนึ่งนั้นดี สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดการเลือกข้างและแตกแยกหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้กฎหมายนี้ออกไปจะทำให้มีการดำเนินการกับสื่อที่อยู่ตรงข้ามหรือไม่เชียร์ท่าน ทั้งที่ ควรจะให้สื่อมีสิทธิเสรีภาพ และนำเสนอข้อมูลหลายด้าน การเมืองตอนนี้เรารู้อยู่แล้วว่าจะมีเลือกตั้ง ดังนั้นท่านอย่ามาเอาเปรียบให้สื่อมาเชียร์ท่านอย่างเดียว
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เมื่อสักครู่ตนเดินลงไปหาพี่น้องสื่อมวลชนรัฐสภา ตนจึงจะขอสะท้อนเสียงจากใต้ภุนสภาฯ จากการพูดคุย 30 นาที ได้ข้อมูลมากกว่าที่กฤษฎีกาไปฟังมา 1 คน จริยธรรมสามารถตีความได้หลากหลาย เป็นเรื่องแปลกที่คนคาดหวังจากสื่อมาก แต่ไม่มีใครทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้สื่อเลย ทุกคนรู้หรือไม่ว่า หลายครั้งที่ไปทำข่าว โดยเฉพาะข่าวการชุมนุม สื่อไม่กล้าห้อยป้ายว่าอยู่สำนักไหน แม้ว่าเขาอาจจะสนับสนุนการชุมนุม แต่ต้นสังกัดของเขาอยากได้อีกแบบหนึ่ง จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ เพราะสื่อมีหมด ทั้งสื่อซ้าย สื่อขวา สื่อกลาง สื่อเสี้ยม สื่อตบทรัพย์ ซึ่งคิดว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีน่าจะเข้าใจในคำนี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่ออย่างไรก็ไม่ควรควบคุมเขา เพราะสังคมประชาธิปไตยมีฟรีสปีช
เรื่องที่สำคัญกว่านี้คือเรามามองปัญหาให้ชัดเจน งานนักข่าวลำบากมาก เงินเดือนน้อย โอทีไม่มี สวัสดิการให้ไปสมัครประกันสังคมเองเอง ไม่มีวันทำงานที่ชัดเจน จนทำให้เกิดข่าวเศร้าเหมือนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา บางที่ทำงาน 5 ปี เงินเดือนขึ้นมา 500 บาท ถูกไม่ให้ตั้งสหภาพ เพื่อไม่ให้เรียกร้อง เมื่อปากท้องไม่ดี จริยธรรมไม่เกิด การจะทำให้นักข่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปากท้องและสวัสดิการต้องสมเหตุสมผล
“เมื่อสื่อดีขึ้น ประเทศไทยจะมีอนาคต ทุกคนจะได้รับรู้ความเห็นที่แท้จริง และถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนนำไปคิดต่อว่า จะตัดสินเหตุการณ์นั้นอย่างไร จนอาจจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ดังนั้น เมื่อร่างพ.ร.บ.นี้ไม่มีเรื่องที่ผมพูดมา ผมและพรรค ก.ก. จึงไม่สามารถเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้” นายเท่าพิภพ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธนกร' สั่ง ก.อุตฯ เร่งประเมินผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่าน จัดทำมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น
‘ธนกร’กำชับเหมืองทองอัคราคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน
“ธนกร” บุกเหมืองทองอัครา หลังยุติข้อพิพาทด้วยดี กำชับคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน เผย นายกฯ สั่งเดินหน้ายกระดับแร่ไทยสู่วัตถุดิบยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด
'รมว.อุตฯ' ชูรัฐบาลใหม่เสถียรภาพปึ้ก ชี้ 'อนุทิน' บุคลิกคล้าย 'ลุงตู่'
'รมว.อุตฯ' การันตีรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ มอง 'อนุทิน' บุคลิกคล้าย 'ลุงตู่' เด็ดขาดแต่รับฟัง ย้ำภูมิใจไทยไม่มีมุ้ง ไร้กลุ่มต่อรองเก้าอี้
ทีมกฎหมายภูมิใจไทย แจ้งเอาผิด 'สื่อใหญ่' แพร่ข่าวเท็จจับหัวคะแนนโยงพรรคใหญ่ซื้อเสียงที่พิจิตร
นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวว่า กกต.จับหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ซื้อเสียงว่า ช่วงการเลือกตั้งสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์

