พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดปราศรัยใหญ่โคราช "สุวัจน์" นำทีมไหว้ย่าโม พร้อมประกาศจับมือพรรคอันดับหนึ่ง ชี้ไม่สร้างศัตรู ทำการเมืองแบบหันหน้าคุยกัน
28 เม.ย.2566 - ที่จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) นำโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าและแคนดิเดตนายกฯ นายเทวัญ ลิปตพัลล เลขาธิการพรรค ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต1 หมายเลข5 พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.นครราชสีมาและแกนนำพรรค ร่วมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ เวทีที่3 ในพื้นที่จ.นครราชสีมา ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายสุวัจน์ นำคณะสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ เสด็จพ่อ ร.5 เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนขึ้นเวที และได้เดินทักทายประชาชนที่มารอฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายสุวัจน์ ให้สัมภาษณ์ว่าบรรยากาศของการหาเสียงเลือกตั้งมีความคึกคัก และตนประเมินว่าการเลือกตั้งรอบนี้ประชาชนให้ความคาดหวังไว้สูง ต้องการการแก้ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นพรรคชาติพัฒนากล้าจึงมีนโยบายเพื่อที่จะแก้ไข อย่างไรก็ดีในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ตนกังวลต่อการซื้อสิทธิขายเสียง ดังนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งต้องทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในผลเลือกตั้งและการเลือกตั้งมีความชอบธรรม เพราะการใช้เงินซื้อเสียงนั้นจะทำให้ไม่ได้ผู้แทนตามระบอบประชาธิปไตย
“ที่ผ่านมาการเมืองมีปัญหา ดังนั้นรัฐบาลใหม่คือความคาดหวังของประชาชน ส่วนที่ขณะนี้การหาเสียงโค้งสุดท้ายพบการแย่งเสียงแยกขั้วนั้น ผมมองว่าเป็นธรรมดา แต่ขออย่าให้เกิดความขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งนั้นแก้ปัญหาไม่ได้” นายสุวัจน์ กล่าว
เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคชาติพัฒนากล้าในการจับมือร่วมรัฐบาล นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้หารือหรือคุยกับใคร แต่พรรคพร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะถือว่าได้รับฉันทามติจากประชาชน และตามประเพณีการเมืองพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันหนึ่งควรได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ดังนั้นจึงต้องการสร้างความเชื่อมั่น และความชอบธรรมทางการเมืองตามกติกา เมื่อพรรคที่ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่งเท่ากับได้รับฉันทามติจากประชาชน จึงควรได้รับสิทธิในการฟอร์มรัฐบาล และรวบรวมเสียงที่เพียงพอตามรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นความสะดวกต่อการจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นพรรคที่หนึ่งรวบรวมเสียงได้ไม่ถึงครึ่งบ้านเมืองจะเกิดทางตันไม่ได้ ต้องให้พรรคที่ได้เสียงลำดับถัดไปดำเนินการ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา
ถามย้ำว่าโพลตอนนี้ชี้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นอันดับหนึ่ง พรรคพร้อมจับมือกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่ากระแสตามโพลเป็นเพียงแค่โพล ดังนั้นต้องรอดูผลการเลือกตั้ง แต่พรรคชาติพัฒนากล้าที่ผ่านมาเข้าได้กับทุกฝ่าย และนิยมทำงานการเมืองแบบหันหน้าเข้าหากัน ประนีประนอม และใช้การพูดคุย ดังนั้นเราไม่เป็นศัตรูทางการเมืองกับท่านหนึ่งท่านใด การตัดสินใจของพรรคจะยึดถือแบบอย่างและประเพณี ใครที่มาเป็นลำดับหนึ่งควรเป็นคนที่เราสนับสนุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานีขนส่งโคราชหนาแน่น ชาวอีสานเดินทางกลับไปทำงาน หอบเสบียงอาหารประหยัดค่าใช้จ่าย
ชาวอีสานทยอยเดินทางกลับไปทำงานหนาแน่น หลายคนอุ้มลูกจูงหลานหอบหิ้วเสียงอาหารไปตุนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
อาเซียนพาราเกมส์ พร้อมต้อนรับนักกีฬาทุกชาติ 'รมว.กีฬา'สั่งเดินหน้าทุกระบบเต็มสูบ
อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สั่งเดินหน้าเต็มสูบ เตรียมจัดมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. มั่นใจทุกอย่างมีความพร้อม ทั้งระบบสาธารณูปโภค-ที่พัก-ขนส่ง-สนาม รอต้อนรับนักกีฬาร่วมแข่งขัน 19 ชนิด เอาไว้อย่างเต็มที่
สาธารณสุขโคราช พบผู้ป่วย 'ไข้หูดับ' เสียชีวิตแล้ว 13 ราย มากสุดในประเทศ
นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้หูดับว่า สาธารณสุขจังหวัดฯมีการเฝ้านติดตามอย่างต่อเนื่อง และอยากขอเตือนประชาชนกินเลี้ยงสังสรรค์เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 หากกินเมนูเนื้อหมู ต้องปรุงสุกร้อนเท่านั้น พร้อมเตือน ไม่ควรกินเมนูเสี่ยง อื่นๆ เช่น ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ แหนมหมูดิบ เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคไข้หูดับ รวมถึงอาหาร ปิ้งย่าง ควรแยกใช้อุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและเนื้อหมูดิบ ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบแล้วมารับประทาน เพราะอาจ ทำให้ติดเชื้อได้ จึงขอย้ำเตือนประชาชน อย่ากินหมูดิบ เพราะหากติดเชื้อโรคไข้หูดับ จะทำให้มีอาการ
ประธานพาราฯชวนร่วมเชียร์ ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย สู้ศึกอาเซียนฯ2026โคราช
ร.ท. ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในการแข่งขันมหกรรมกีฬา อาเซียนพาราเกมส์ 2026 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

