รทสช.ทิ้งอีสาน! ผู้สมัคร ส.ส. โวยไม่ทำตามสัญญา หัวหน้าไม่คุย เลขาฯ ไม่อ่านไลน์

9 พ.ค.2566 - ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเลย พรรครทสช. นำทีม ผู้สมัครส.ส. อีสานและเหนือ เกือบ 10 คน เดินทางมาที่ทำการพรรค เพื่อร้องเรียนกรณีพรรคไม่ดูแลช่วยเรื่องการหาเสียง โดยเฉพาะ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ที่ไม่ทำตามที่สัญญากันไว้ ทั้งนี้ อยากให้พรรคให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครในหลายจังหวัด เช่น จ.เลย กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ เพราะผู้สมัครเหล่านี้มีความตั้งใจและปรารถนาดี จะไปรับใช้ประชาชน แต่การติดต่อประสานงานกับพรรคไม่ได้รับความเป็นธรรมกับพวกตนเลย

นายปรีชา กล่าวว่า พรรคบอกว่าจะดูแลตามกฏหมายเลือกตั้ง แต่ผู้สมัครส.ส.บางคนน่าสงสารต่อสู้มา แม้แต่เงินค่าน้ำมัน ค่าป้ายโฆษณาก็ไม่มี สุดท้ายถูกพรรคลอยแพ ไม่ได้รับการดูแลเหลียวแล ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และหลายคนไม่กล้ามา เพราะใจไม่ถึง ตนจึงเป็นตัวแทนมาที่พรรคและยืนยันว่ายังคงเดินหน้าทางการเมืองต่อ ยังสู้ เพียงแต่สิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ไม่สามารถทำได้ จึงขอโทษประชาชนด้วย

“ที่ผ่านมาพรรคดูแลนิดหน่อย แต่ยังไม่ถึงตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดไว้ ซึ่งหัวหน้าพรรคยังไม่เคยพูดคุยกับเราเลย เลขาธิการพรรคส่งไลน์ไปก็ไม่อ่าน มันหมายความว่าอย่างไร เวลาที่ผมบอกว่าจะมาแถลงข่าวก็บอกว่าไม่ต้องมา ยืนยันมาด้วยความอึดอัดใจ แต่ไม่ได้ต้องการทำลายใคร” นายปรีชา กล่าว

เมื่อถามว่าการออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายจะส่งผลเสียต่อพรรคหรือไม่นั้น นายปรีชา กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะรู้ดีว่าพวกตนลงพื้นที่อย่างไร ส่วนตัวเป็นนักการเมืองเป็นอดีตรัฐมนตรี 2 กระทรวงในชีวิตการเมืองไม่เคยเจอการเมืองแบบนี้ และถ้าสัญญาณที่ส่งไปวันนี้ผู้ใหญ่ของพรรคยังคงนิ่งเฉยก็ไม่สนใจแล้ว เพราะสนใจแต่พี่น้องประชาชน

"อยากส่งกระแสจิตให้ผู้ใหญ่ของพรรคทราบ อาจหูหนวก ตาบอดหรือไม่ได้ยิน ยืนยันพวกเราไม่ได้มาทำลายแต่มาด้วยใจ หลายคนไม่กล้ามาแต่พวกผมเดนตายไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างโกหกคนอื่นได้แต่โกหกตัวเองไม่ได้" นายปรีชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายปรีชากำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครทสช.เดินผ่าเข้ากลางวง แล้วบอกว่าขออนุญาตในฐานะตัวแทนผู้ประสานงานพรรค ขอสอบถามถึงข้อเรียกร้องที่จะมายื่น แต่นายปรีชา กล่าวว่า “ไม่มี”

จึงทำให้ นายหิมาลัย กล่าวชี้แจงว่า พรรค รทสช.เป็นพรรคการเมือง ซึ่งเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์มีแนวคิดทางการเมืองเดียวกัน เพื่อให้นำนโยบายไปบอกประชาชนและในการทำพรรคด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ผู้บริหารของพรรค แต่ละคนมีชื่อเสียงของเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ พรรคไม่สามารถหาเงินนอกระบบหรือจากกลุ่มทุนใดๆได้ เพื่อให้พรรคมีความเป็นอิสระในการทำงาน รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง จึงอาจทำให้ไม่สะดวกหรือไม่เป็นไปในแนวทางที่ท่านต้องการ ทั้งนี้ จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเรียนผู้ใหญ่ในพรรคทราบต่อไป จึงขอเน้นย้ำผู้ที่ต้องการเล่นการเมืองทุกท่าน ต้องพร้อมจริงๆถึงจะมาเล่นการเมือง เพราะถ้าเล่นการเมืองคือการเสียสละเพื่อให้ประชาชน การเล่นการเมืองคือการเสนอตัวมารับใช้ประชาชนไม่เป็นภาระให้ประชาชน

ด้าน นายสมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัคร ส.ส. นครพนม เขต 4 กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มาเรียกร้องอะไรจากพรรค เพียงแต่จะมาบอกว่าหลายยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น การเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดคนายกฯ ไปปราศรัยที่ภาคอีสานจังหวัดนครพนม ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากพรรค จนถึงทุกวันนี้ เมื่อกระบวนการหาเสียงไม่ครบ จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน จึงอยากออกมาขอโทษว่า ไม่สามารถทำได้ครบตามกระบวนการหาเสียง หากประชาชนยังรักก็ขอให้เลือกพรรค และผู้สมัครของพรรคเพื่อนำนโยบายที่ดีไปปฏิบัติ และส่วนตนขอยุติการหาเสียงในเขตไปก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”