
ป.ป.ช.เปิดเซฟ 'พิธา' มีทรัพย์สิน 85 ล้าน เป็น ส.ส. 4 ปี ลด 52 ล้าน แจ้งมีหนี้ค้ำประกันธุรกิจ 19 ล้าน ยังไม่แจ้งโอนหุ้นไอทีวีให้ทายาท
5 ก.ค.2566 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายราย โดยรายชื่อน่าสนใจ คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 โดยนายพิธา แจ้งสถานะโสด หย่าเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.62 ทำให้นายพิธาแจ้งบัญชีทรัพย์สินในส่วนของผู้ยื่นส่วนเดียวเท่านั้น โดยได้แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 85,023,720 บาท หนี้สิน 20,740,176 บาท แบ่งเป็นเงินสด 1,800,000 บาท เงินฝาก 286,045 บาท เงินลงทุน 1,346,698 บาท เงินให้กู้ยืม 15,000,000 บาท ที่ดิน 18,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 15,000,000 บาท ยานพาหนะ 2,140,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 19,413,985 บาท และทรัพย์สินอื่น 12,036,990 บาท
สำหรับหนี้สิน 20,740,176 บาท แบ่งเป็นเงินฝากเกินบัญชี 807,414 บาท หนี้สินอื่นๆ 19,932,762บาท จากการค้ำประกัน กับธนาคายูโอบี จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ 14 เม.ย.63 ในฐานะเป็นกรรมการบริษัท ซีอีโอ อกิรฟู้ด จำกัด ปัจจุบันคือ บริษัท ออยฟอร์ไลฟ์ จำกัด ที่เป็นธุรกิจในครอบครัว โดยมีการระบุหมายเหตุว่า บริษัทดังกล่าวมีมูลหนี้ที่ต้องรับผิดชอบ 59,798,286บาท ที่ต้องแบ่งกันรับผิดชอบมูลหนี้ร่วมกัน 3 คนๆ ละ 19,932,762 บาท
ขณะที่รายการทรัพย์สินที่น่าสนใจ คือ เงินลงทุนทั้งหมด 65 รายการ โดยแจ้งเพิ่มเติมว่า รายการที่ 63 และ 64 ซึ่งเป็นเงินลงทุนในบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น มูลค่า 44,100 บาท และเงินลงทุนในบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) จำนวน 830 หุ้น มูลค่า 41 บาท ผู้ยื่นในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้รับมอบหมายจากทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ตาย ให้รับโอนหลักทรัพย์หุ้นนี้อันเป็นกองมรดกถือครองไว้แทนทายาทอื่น ขณะเดียวกัน แจ้งว่า ให้นายภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์ น้องชาย กู้ยืม 15,000,000 ล้านบาท ในวันที่ 15 ธ.ค.63 นอกจากนี้ ยังได้แจ้งถือครองที่ดินในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 14 ไร่เศษ มูลค่า 18,000,000 บาท ห้องชุดในแขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ มูลค่า 15,000,000 บาท
สำหรับรายการทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ หนังสือวิถีก้าวไกล, หนังสือความรักคือการตกหลุมรักหลายๆครั้ง, ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน, ด้วยรักจากอนาคต นอกจากนี้ ยังแจ้งว่ามีใบจองรถ Tesla มูลค่า 5,000 บาท และสมาชิกราชกรีฑาสโมสร 1,500,000 บาท ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เสื้อ 28 รายการ สูท 16 รายการ เนคไท 76 รายการ รองเท้า 21 รายการ กล้อง 2 รายการ นาฬิกา 10 รายการ และพระเครื่อง 8 รายการ เป็นต้น
นายพิธาแจ้งว่า มีรายได้ต่อปี แบ่งเป็นเงินเดือน 1,362,720 บาท นอกจากนี้ ยังแจ้งว่า มีรายได้จากการขายคอนโดในปี 2563 จำนวน 13,673,506 บาท ขายรถยนต์ 2 คันในปี 2565 จำนวน 936,000 บาท และขายหนังสือ 431,712 บาท โดมีรายจ่ายต่อปีเป็นค่าอุปโภค 2,400,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 80,973 บาท ค่าท่องเที่ยว 100,000 บาท และเงินบริจาค 5,793,000 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายบุตร 561,985 บาท โดยแจ้งว่ารอบปีภาษีที่ผ่านมามีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 1,362,720 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเทียบกับบัญชีทรัพย์สินฯที่นายพิธายื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งส.ส.ต่อป.ป.ช.เมื่อวันที่ 25 พ.ค.62 แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 137,785,190 บาท พบว่า นายพิธามีทรัพย์สินลดลง 52,761,470บาท หลังผ่านไป 4 ปี โดยลดลงในส่วนของเงินฝากในธนาคาร จากที่เคยมี 2,760,859 บาท เหลือแค่ 286,045 บาท รวมถึงโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ตอนปี 62 แจ้งว่า มีห้องชุดที่แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. มูลค่า 45.5 ล้านบาท ห้องชุดที่เขตวัฒนา กทม. มูลค่า 15 ล้านบาท และบ้าน 1 หลัง ที่เขตคลองเตย กทม. แต่ไม่ระบุมูลค่า แต่การแจ้งบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ เหลือเพียงแค่ห้องชุด เขตวัฒนา มูลค่า 15 ล้านบาทเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนรายการเงินลงทุนของนายพิธา ที่มีข้อน่าสนใจเรื่องหุ้นไอทีวีนั้น ยังพบว่า นายพิธายังคงแจ้งต่อ ป.ป.ช.ระบุถึงการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น มูลค่า 44,100 บาทอยู่ โดยระบุว่า มีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก ตามคำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขแดงที่ 1860/2550 ได้รับมอบหมายจากทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ บิดา ให้โอนหลักทรัพย์หุ้นนี้อันเป็นกองมรดกถือครองไว้แทนทายาทอื่น
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า นายพิธายังไม่ได้แจ้งต่อป.ป.ช.ถึงการโอนหุ้นไอทีวีดังกล่าวให้กับทายาท เมื่อปลายเดือน พ.ค.66 ทั้งๆที่นายพิธา ได้มีการขอขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ไปจนวันที่ 18มิ.ย.66 ที่ผ่านมา
ส่วนรายการเงินกู้ยืม 15ล้านบาทนั้น ระบุว่า ให้นายภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์ น้องชายกู้ยืมเพื่อนำไปชำระหนี้ เมื่อวันที่ 15ธ.ค.63 กำหนดระยะเวลากู้ยืม 5 ปี คิดดอกเบี้ยร้อยละ2ต่อปี ส่วนรายการที่ดิน 18 ล้านบาทนั้น ยังคงแจ้งการถือครองที่ดิน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 14 ไร่ มูลค่า 18 ล้านบาทต่อป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม นายพิธามีการแจ้งหลังโฉนดว่า ที่ดินดังกล่าว มีการโอนที่ดินจากในฐานะผู้จัดการมรดกมาเป็นของตัวเอง เมื่อวันที่ 10ม.ค.60 และต่อมาวันที่ 27 มี.ค.66 นายพิธาได้ขายที่ดินดังกล่าวให้นายดนัย ศุภการ ในราคาร 6.5ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นักวิชาการ' ฟันเปรี้ยง! เหตุที่คนกรุงเทพเลือก 'พรรคส้ม' เพราะการตลาดที่โหมกระหน่ำทางสื่อ
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สาเหตุที่คนกรุงเทพมีแนวโน้มเลือกพรรคส้ม: มุมมองนี้เป็นทรรศนะส่วนตัวนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมก็ได้ครับ
เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572
นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม
'พิธา' ขอคะแนนคนขอนแก่นถล่มทลาย ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว
ปชน.เปิดเวทีใหญ่ขอนแก่น 'พิธา' ขอคะแนนถล่มทลาย ย้ำอีสานต้อง 'สองเด้ง' ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว เปลี่ยนขอนแก่น–อีสาน–ประเทศไทย เลือกส้มสองใบแบบม้วนเดียวจบจะได้ไม่ซ้ำรอย
สามย่านแตก! 'พิธา' ปราศรัยปลุกเร้าด้อมส้ม ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป
‘พิธา’ ปราศรัยปลุกเร้า ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป ขอให้ เลือกพรรคส้มให้ขาด จนพรรคอันดับสองไม่กล้าแข่งตั้งรัฐบาล ส่งเท้งเข้าทำเนียบฯ เป็นนายกฯสองสมัย
เอาแล้ว! 'เพื่อนธนาธร' อ้างอิงกูรูการเมืองวิเคราะห์ความนิยม 'อนุทิน-ภท.' พุ่ง ชนะ 'พรรคส้ม'
นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน คนใกล้ชิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขอวิเคราะห์(กูรู)การเมืองด้วยคน
เหน็บ 'เท้ง-พรรคส้ม' ไม่คัดค้านซื้ออาวุธ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ค้านกองทัพทุกรูปแบบ
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าไม่เคยต่อต้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น แต่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องต่อเรื่อง ว่า

