สามย่านแตก! 'พิธา' ปราศรัยปลุกเร้าด้อมส้ม ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป

‘พิธา’ ปราศรัยปลุกเร้า ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป ขอให้ เลือกพรรคส้มให้ขาด จนพรรคอันดับสองไม่กล้าแข่งตั้งรัฐบาล ส่งเท้งเข้าทำเนียบฯ เป็นนายกฯสองสมัย

25 ม.ค.2569-ที่เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน หน้าสามย่านมิตรทาวน์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เมื่อเวลา 17.00 น. โดยเวทีดังกล่าวมีประชาชนจำนวนมาก มาร่วมฟังการปราศรัยจนแน่นล้นออกไปบริเวณถนนด้านข้าง

นายพิธา ขึ้นเวทีปราศรัยโดยใส่เสื้อสีขาว และใส่กางเกงสแลค กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งตอนหนึ่งว่า ผมกลับมาแล้วครับพี่น้อง กลับมาเพราะเหตุผลเดียวคือ ขอให้ประชาชนเลือกเบอร์ 46 เพื่อส่งนายกฯเท้ง นายณัฐพงษ์ เข้าทำเนียบรัฐบาล ผมมาเพราะยังมีเรื่องค้างคาที่เราต้องชำระกัน ผมโดนตัดสิทธิการเมืองไปแต่ตัดความคิดถึงที่ผมมีต่อประชาชนไม่ได้เด็ดขาด เราคุ้นเคยกับการเมืองคือเรื่องแห่งความเป็นไปได้ ขอให้จับมือกับผม เดินไปข้างหน้าด้วยกัน ทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุกไม่ได้มีแต่ความทุกข์อย่างที่เขาพยายามทำให้เป็นอยู่ขณะนี้

นายพิธากล่าวปราศรัยต่อไปว่า การเลือกตั้งปี 2566 ประชาชนเทคะแนนให้พรรคก้าวไกล คิดเป็น 40 เปอรเซ็นต์ของผู้มาออกเสียง ได้มา 14 ล้านเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เขาไม่ยอมให้เราบริหารเพื่อประชาชน  แล้วครั้งนี้ ประชาชนจะยอมหรือไม่ยอม เราต้องไม่ยอมอีกต่อไป

“วิธีการเดียวคือเราต้องชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ ชนะให้ยาวกว่าเดิม ชนะให้เยอะ เยอะแค่ไหน ก็เยอะขนาดพรรคอันดับสองมันไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่งครับพี่น้อง  เลือกพรรคประชาชนให้ขาด เอาให้พรรคอันดับสองมันไม่กล้าตั้งรัฐบาลแข่งกับเรา ต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อเสียงให้สมศักดิ์ศรีพวกเราตั้งแต่อนาคตใหม่เป็นต้นมา  และต้องชนะแบบยาวๆ ยาวแค่ไหน ยาวขนาด นายกฯ  เท้ง เอาพี่ชายของผม ธนาธร ปิยะบุตรกลับมาให้หมด และต้องให้เป็นนายกฯสองสมัย เป็นนายกฯ แปดปี ซึ่งแปดปี ชัยธวัช อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาพอดี ชนะครั้งนี้เอาให้ใหญ่ เอาให้เยอะ และให้ยาว ยาวพอที่ลูกสาวผม เลือกผมกลับมาได้ คนอย่างผม อยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของผมไม่ใช่ที่นี้ ปล่อยให้นายกเท้งสองสมัยไปเลย “

อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ก็ไม่รู้ว่า เขาจะรั้งเหนี่ยวอนาคตไว้ทำไม ครบสิบปี ก็อีกแปปเดียว ธนาธร ชัยธวัช ผมกลับมาก็ฟูลทีมแน่นอน สุดท้าย ในการสื่อสารกับประชาชนเวีนี้ ก็คือ กว่า 25%ของจำนวนคนห้าสิบล้านคนจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  เป็นเรื่องปกติ ผมเข้าใจดี การมาใช้สิทธิต้องมีต้นทุน ต้องปิดร้านอาหาร ต้องปิดร้านโรตี  ลางานจากโรงงานไม่ได้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญกว่าครั้งไหน ไม่มีสว.แล้ว ที่ผ่านมา  25% คือ 12 ล้านคน ไม่เคยออกมาเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้ ขอให้ออกมาใช้สิทธิ  และกลุ่มที่สองคือ คนต่างประเทศ อย่างสหรัฐ หากดูโพล พบว่า กว่า10-15 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้ตัดสินใจใครควรเป็นรัฐบาล ขอให้พิธา ขอบอกว่าควรเลือกพรรคประชาชน  ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งสิบกว่าเปอร์เซ็นต์คือประมาณสิบล้านคน

“คิดดูดีๆว่า มีนักการเมืองพรรคไหน  ใครที่ตื่นเช้ามาแล้วสู้เพื่อประชาชนทุกเช้า เหมือน รังสิมันต์ โรม  หรือสู้เรื่องประกันสังคม แบบไอซ์ รัชนก หากยังตัดสินใจไม่ได้ ให้เลือกพรรคประชาชนและกลุ่มคนสุดท้ายครั้งแรกในชีวิต ตอนผมปราศรัยที่สามย่านฯ ครั้งที่แล้ว พวกคุณอายุ 15 ปี ตอนนี้อายุ 18 ปีแล้ว ก็อีกสองล้านกว่าคน ขอให้อย่าเพิ่งหมดหวังประเทศของเรา ผิดหวังได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เยาวชนของเรา รวมกันทั้งสามกลุ่ม รวมกันยี่สิบกว่าล้านเสียงชนะแน่นอน จะเป็นการเมืองแห่งการเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับณัฐพงษ์ ผม ธนาธร ชัยธวัช แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน แล้วมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนไปด้วยกัน “

จากนั้นนายพิธา ได้เดินทางไปช่วยหาเสียงที่จังหวัดสมุทรปราการต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษา 'ศาลฎีกา' จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืน

เปิดคำพิพากษา "ศาลฎีกา" พิพากษากลับ จำคุก 4 ปี "บอย ธีระวัฒน์" ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืนสาว จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน สั่งให้ชดใช้ค่าสินไหม 2 แสนบาท

เดาไม่ยาก! อ.ไชยันต์ ชี้เบาะแสที่มาชื่อบริษัท 'Spectre C' มาจากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Spectre C. ??!! ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค

ว่าแต่เขา! อบจ.ลำพูน พรรคส้ม ใช้เงินภาษี 1.25 ล้าน ทำปฏิทินแจกโปรโมทผลงานตัวเอง

วิจารณ์ยับ! อบจ.ลำพูน พรรคประชาชน ใช้เงินภาษี 1.25 ล้านบาท จัดทำปฏิทินโปรโมทผลงานตัวเองแจกชาวบ้าน ข้องใจนโยบายพรรคสุดย้อนแย้ง "ไอซ์ รักชนก" ตรวจสอบประกันสังคมทำปฏิทิน แต่พวกเดียวกันทำเองกลับนิ่งเฉย

ทนายแฉซ้ำ! พรรคส้มรู้แก่ใจผู้สมัครต้องคดีข่มขืน แต่ยังให้ลงเลือกตั้ง ไม่ฟังเสียงทักท้วง

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความ และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

จบเห่! พรรคส้ม ปรับหน้าเว็บไม่ต้องกรอก เลเซอร์ไอดี จนกว่าจะได้รับอนุญาต

เพจเฟซบุ๊ก Fact Check-พรรคประชาชน แจ้งว่า ได้มีการปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน