‘เฉลิมชัย’ โวยี่ห้อประชาธิปัตย์ซักฟอก ม.152 เต็มที่

“เฉลิมชัย” โวยี่ห้อประชาธิปัตย์ ซักฟอกม.152 เต็มที่ ไม่มีมวยล้ม บอกลูกพรรคใส่เต็ม บอก นอกจากนายกฯยังมีรมต.คนอื่นด้วย

31 มี.ค. 2567 – ที่โรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสรุปการสัมมนาสส.ะกรรมการบริหาร(กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ได้มีการพูดคุยทิศทางของพรรคและเตรียมการอภิปรายทั่วไปแบบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3-4 เม.ย. อย่างที่ตนพูดว่าการอภิปรายเราทำเต็มที่100% ไม่ต้องเป็นห่วง และขอให้มั่นใจว่า ยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์ ยี่ห้อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคฯไม่มีมวยล้มอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่จะอภิปรายต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วก็พร้อมที่จะอภิปราย

เมื่อถามว่าจะมีประเด็นใหม่ที่นอกเหนือจากที่เป็นข่าวในสังคมตอนนี้หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้รอฟังวันนั้นดีกว่าโดยนายจุรินทร์จะเป็นคนอภิปรายเปิดในภาพรวมและมีสส.ของพรรคอภิปรายในรายละเอียด ไม่ถึง 10 คน ซึ่งจะเป็นคนรุ่นใหม่เกือบทั้งหมด เพราะต้องการเน้นคุณภาพ อภิปรายประมาณ2-3 ประเด็น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้เวลามา 3 ชั่วโมงก็ต้องทำ 3 ชั่วโมงนี้ให้มีค่ามากที่สุด เวลาส่วนใหญ่พรรคก้าวไกลได้ไป จึงต้องบริหารให้ดีที่สุด ดังนั้นต้องกำชับว่าต้องอภิปรายไม่เยิ่นเย้อและตรงประเด็น

เมื่อถามย้ำว่า คนที่อภิปรายเป็นตัวตึงใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่าไม่ใช่ตัวตึงแต่เอาเป็นว่ามีข้อมูล โดยตนได้กำชับไปแล้วว่าให้อภิปรายในเนื้อหาสาระอย่างเดียว หากตรงไหนไม่ถูกต้อง ให้ใส่ไปเลย ไม่ต้องอารัมภบทมาก 

ส่วนข้อมูลที่มีอยู่จะทำให้รัฐบาลเซถึงขั้นปรับครม.หรือไม่นั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่าเรื่องการปรับครม.ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและรัฐมนตรี หากข้อมูลดีแค่ไหนถ้านายกฯไม่ปรับ ก็คงไม่มีการปรับเพราะเป็นอำนาจของนายกฯ แต่ยอมรับว่าข้อมูลที่อภิปรายในครั้งนี้สามารถนำไปต่อยอดใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ได้ ดังนั้นขอให้รอฟัง ตนไม่ขอพูดไปก่อนเพราะเกรงว่าจะกร่อย

เมื่อถามว่าข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้จะทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมจนกดดันนำไปสู่การปรับครม.ได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราก็ท้วงติง ไม่ใช่จะไปฆ่ากัน แต่เป็นการท้วงติงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และทำในสิ่งที่ทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียหาย เราก็ต้องพูดในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องช่วยฝ่ายบริหารดูว่าท่านทำอะไรไม่ถูกต้องบ้าง หรือมีอะไรที่ควรจะทำบ้าง ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่ ถ้าปล่อยไปอาจถึงขั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายได้ ไม่เช่นนั้นพวกตนคงไม่พูดถามว่าหากนายกฯรับฟังแล้วต้องกลับมาคิดใช่หรือไม่ เราก็พูดให้นายกฟังอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนโดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคก้าวไกล ใครจะเป็นคนอภิปรายนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่าเรื่องนี้ก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่ขออย่าให้ลงในรายละเอียดตอนนี้ ยอมรับว่านอกจากนายนายกฯแล้วยังมีรัฐมนตรีคนอื่นที่เป็นเป้าด้วย ส่วนจะมีข้อมูลอภิปรายถึงกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯมาก่อน ขอให้ไปฟังดูดีกว่า เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยเป็นรัฐบาล ตนก็เคยเป็นรัฐมนตรี ถ้าเรามั่นใจว่าบริหารแบบสุจริต ก็ไม่ต้องไปกังวลอะไร ไม่มีใครทำอะไรเราได้ เหมือนที่ตนโดนอภิปราย ก็พร้อมตอบทุกข้อกล่าวหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน

“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ

กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม

กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

ปชป.จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

“ประชาธิปัตย์” ชี้ราคาน้ำมันโลกลงแต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เพราะกบน.หั่นชดเชยกองทุน ย้ำลดราคาโรงกลั่นไม่พอ ต้องลดภาษีสรรพสามิตทันที พร้อมถามรัฐบาล ทำไมไม่ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสกว่า 5 หมื่นล้านมาช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี

นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่