"เศรษฐา" ปัดไม่มีคุยปรับ ครม. หลังเรียก รมต.-บุคคลมีชื่อติดโผ เข้าพบ บนตึกไทยฯ แจง "สุชาติ" แค่คุยเตรียมลงพื้นที่จันทบุรี บอกคุย "จิราพร" เรื่องลงร้อยเอ็ดต้นเดือนหน้า ส่วน "พวงเพ็ชร" คุยงานกรมประชาฯ ชี้โผรายวันเหมือนอ่านนิยายสนุกๆ ยันไม่มี "ทักษิณ" บนโต๊ะอาหารวานนี้
26 เม.ย.2567 - เมื่อเวลา 17.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ขึ้นรถเดินทางกลับบ้าน เมื่อเห็นกลุ่มสื่อมวลชนที่ดักรออยู่จึงเดินลงมาทักทายอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวว่า ”คอยอะไร เย็นแล้ว วันนี้วันศุกร์ กลับไปพักผ่อนเถอะ“
จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีเรียกรัฐมนตรีและบุคคลที่มีชื่อในโผการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า มาคุยเรื่องงาน ยังมีเรื่องค้างอยู่เยอะแยะไปหมด งานเยอะๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางเข้ามาด้วย และมีชื่อจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเคยกินข้าวกับนายสุชาติ จึงเรียกมาถามไถ่เรื่องพื้นที่ ซึ่งตนจะลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 27 เม.ย. เพื่อดูว่าจะมีอะไรหรือเปล่า
เมื่อถามว่านายสุชาติ ได้พูดคุยอะไรกับนายกฯหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้พูดครับ ไม่มี นายสุชาติอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องให้เกียรติทางนั้นเขาจะว่าอย่างไร คงไปก้าวล่วงกันไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องทำงาน นายสุชาติ มากับน.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานของพรรค และตนมีอะไรก็คุยกับ น.ส.พิชชารัตน์ ถ้าจะประสานอะไร
ถามอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งชื่อ ครม.หรือยัง นายเศรษฐา กล่าวว่า ส่งเมื่อไหร่สื่อก็รู้เอง เมื่อถามว่า แต่มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้ามาพบนายเศรษฐาด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกวันศุกร์ตนจะเตรียมเรื่องการประชุม ครม. ที่จะมีในวันอังคาร ก็มาเซ็นเรื่องที่จะเข้า ครม. เพราะอย่างที่ตนบอกพยายามจะไม่ให้มีวาระจรเยอะ สมัยก่อนต้นๆของรัฐบาลมีวาระจรประมาณ 7-8 เรื่อง ซึ่งมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่มีการพิจารณาอย่างละเอียด จึงขอให้เข้ามาก่อนวันศุกร์ และมาพิจารณากัน ดังนั้นวาระจรให้เหลือ 1-2 เรื่องเท่านั้น ไม่มีเยอะแล้วเดี๋ยวนี้
ซักว่า เป็นการเรียกรัฐมนตรีใหม่ที่จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาแจกแจงการทำงานใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คนที่ทำงานกับตนวันนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เข้ามา น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ก็เข้ามาคุยเรื่องของแคดเมียมและโรงงาน เพราะปีนี้อุณหภูมิสูงขึ้นมาและมีโรงงานเก็บเคมีภัณฑ์หลายๆอย่างเริ่มมีการระเบิดหรือไอละเหยเยอะมาก จึงได้กำชับอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องมาช่วยดูแลควบคุมสภาพให้โรงงานเหล่านี้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็ทำงานครับ ตนก็ทำงาน เมื่อกี้ก็คุยกับรัฐมนตรีที่มา
ถามต่อว่า น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เข้ามาด้วย นายกฯ กล่าวว่า ตนจะลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดช่วงต้นเดือน พ.ค. และยังได้คุยเกี่ยวกับเรื่องกรมประชาสัมพันธ์กับนางพวงเพ็ชรด้วย เป็นการสั่งงานธรรมดา และตนก็สั่งงานทุกคน เมื่อถามว่า สุดสัปดาห์นี้การปรับ ครม.จะเรียบร้อยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เดี๋ยวสื่อก็ทราบเอง เมื่อถามว่าตอนนี้มีโผหลายโผเขย่ากันออกมา นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนอ่าน บางคนไม่มีหรอก ก็ปล่อยให้เขย่ากันไป
ถามย้ำว่า เห็นรายชื่อแล้วเป็นไปตามโผที่ออกมาหรือไม่ ผิดถูกมากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐา กล่าวว่า เหมือนกับอ่านนิยาย สนุกๆไป ไม่มีอะไร เดี๋ยวก็ทราบเอง เมื่อถามว่าโผในส่วนของพรรคเพื่อไทยนิ่งแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า เพื่อไทยไม่เคยไม่นิ่ง นิ่งตลอด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุมได้มั่นคง
เมื่อถามย้ำว่ารายชื่อเป็นไปตามโผที่ออกมาหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว พร้อมกล่าวว่าขอบคุณครับ เมื่อถามยืนยันได้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารที่โรงแรมโรสวูด เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมโต๊ะด้วย นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🛑LIVE ใครทะลุเส้นชัย ใคร..นายกฯ!? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (33)
ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
นายกฯ ทำบุญปีใหม่ ขอพรให้คนไทยเริ่มปีด้วยสิริมงคล
นายกฯ นำ ครม. ทำบุญปีใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์ทำเนียบฯ ขอพรให้ประเทศมั่นคงแข็งแรง คนไทยเริ่มต้นปีด้วยความสิริมงคล
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ

