รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

วันที่ 2 มีนาคม 2569 จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง

สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระยะยาว พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจคุณภาพน้ำทะเล และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะแนวปะการังและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทันที หากพบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันเพิ่มเติม

ขณะที่ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งระดมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ลงพื้นที่อ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) และอ่าวสยาม เพื่อเก็บรวบรวมก้อนน้ำมันที่ตกค้างบริเวณหาดทรายและโขดหิน ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยว โดยพบว่ายังมีคราบน้ำมันบางส่วนเกาะติดโขดหินในอ่าวสยาม เนื่องจากน้ำมันละลายปะปนกับพื้นผิวหินและทราย ทำให้การจัดเก็บเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ชายหาดราไวย์ หาดยะนุ้ย และหาดในหาน จากการสำรวจล่าสุดไม่พบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะแนวปะการังซึ่งส่วนใหญ่เป็นปะการังน้ำลึก ทั้งนี้ได้ประสานไลฟ์การ์ดและผู้ประกอบการในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” สรุปผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจไทย สู่ความถูกต้องตามกฎหมาย ยั่งยืน และเชื่อมโยงตลาดโลก

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ระหว่างวันที่ 22–23 กันยายน 2569 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า

'สุชาติ' เผยผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ดันไม้เศรษฐกิจถูกกฎหมาย–ยั่งยืน เชื่อมตลาดโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านกฎหมาย การค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนกับนานาประเทศ

คพ. ผนึกกำลัง SCG ศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู ในพื้นที่แม่น้ำกก

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประชุมหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (SCG) เร่งศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินลำน้ำ และดินแปลงเกษตรที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงน้ำผิวดิน และตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่แม่น้ำกก เพื่อศึกษาแนวทางจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชน

“สุชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ไทยเวทีโลก ดันไม้ถูกกฎหมาย–ยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจสีเขียว

วันนี้ (22 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ

“สุชาติ” สั่ง คพ. ตรวจเข้มโรงงานปล่อยน้ำเสีย อำเภอพนัสนิคม พบไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง เตรียมดำเนินคดี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน

“สุชาติ” ดัน “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลถึงท้องถิ่น ชู ทสม.แม่ฮ่องสอน ลดขยะกว่า 66%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ระดับพื้นที่