'บิ๊กเพื่อไทย' ออกโรงแบก 'วิษณุคัมแบ็ค' ผู้รู้มีประโยชน์ต่อประเทศ

แฟ้มภาพ

“ภูมิธรรม” ระบุ เชิญ “วิษณุ” เป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เพราะเป็นผู้มีความรู้ ได้ประโยชน์กับประเทศชาติ มองความเหมาะสมเป็นหลัก

2 มิ.ย.2567 –  นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ว่าคนที่มีความรู้ความสามารถ ได้มีโอกาสมาช่วยงานรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่ดี และนายกรัฐมนตรีเปิดกว้างให้ทุกคนทุกฝ่ายเข้ามาช่วยกันทำงาน ทั้งนี้ส่วนตัวยังไม่ได้ยินกระแสของคนในพรรคเพื่อไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งนายวิษณุ 

เมื่อถามว่า ถูกมองว่านายวิษณุ เป็นรัฐมนตรีในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นการช่วยในสิ่งที่นายวิษณุรู้และได้ประโยชน์กับประเทศชาติ และช่วงเริ่มจัดตั้งรัฐบาลก็พยายามที่จะสลายฝักฝ่ายอยู่แล้ว ดังนั้นใครที่มีความรู้ก็พยายามที่จะเรียนเชิญมาช่วยงาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลพูดชัดเจน ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลแล้ว  จึงไม่ใช่เรื่องที่จะแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่เป็นเรื่องว่าประเทศต้องการอะไรและอะไรที่เป็นประโยชน์ 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อนการหารือกับนายวิษณุถึงการเชิญเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่มองว่าเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีถือว่ามีความเหมาะสม.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภูมิธรรม-เพื่อไทย' ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ ฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อวานนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน คื

ดร.ณัฏฐ์ คลี่ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่กระทบการใช้สิทธิลงคะแนนโดยตรงและลับ

สืบเนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นความลับ ทำให้ประชาชนสับสนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น

'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ

ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดีฮั้ว สว. ศึกสองค่าย ‘สว.น้ำเงิน’ กับ ‘กกต.’ ใครเกมก่อน

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า คดีโกงการเลือก สมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือที่เรียกว่า “คดีฮั้ว สว.” แบ่งเป็น 2 ส่วน