3 ส.ค.2567 - ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ พบประชาชน หัวข้อ “ปลดล็อกวิกฤตงบประมาณ” โดยมีนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน ปาฐกถาพิเศษ ว่า การผลักดันนโยบายต่างๆ ต้องขึ้นอยู่กับ คน กฎ และงบประมาณ ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวข้อง 2 เรื่อง คือกฎและงบประมาณ ด้วยความสำคัญนี้จึงเกี่ยวข้องกับบทบาทสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ประกอบกับขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2568 จึงเป็นที่มาของการจัดงาน
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า เวลาพูดถึงงบประมาณของรัฐบาลก็จะนึกถึงค่าใช้จ่ายภาครัฐ เป็นส่วนเหนึ่งในการกระตุ้นและพัฒนาประเทศ แต่เวทีวันนี้จะชวนคุยเกี่ยวกับงบของรัฐ ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายภาครัฐเท่านั้น แต่จะชวนคุยใน 5 มิติ ดังนี้ มิติที่หนึ่ง ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของรัฐ ที่ผ่านมามักจัดสรรไม่คุ้มค่า โดยมีสาเหตุอย่างน้อย 4 เรื่อง เช่น ตั้งธงและประมาณการโครงการเกินจริง ประมาณการต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง ตั้งงบตอบโจทย์ทางการเมือง เป็นต้น
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวด้วยว่า มิติที่สอง การยกระดับรายได้เกษตรกร สังคมผู้สูงอายุ การจัดสรรงบประมาณจะตอบโจทย์เหล่านี้อย่างไร มิติที่สาม เสริมพลังของสังคมที่ยังขาดโอกาสยกระดับเศรษฐกิจและตัวเองขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องใช้งบอย่างเป็นระบบ และไม่คิดแทนประชาชนเสียทุกเรื่อง มิติที่สี่ เสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจ ด้วยการบริหารให้ประเทศมีพื้นที่ทางการคลังรองรับโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดวิกฤตใดขึ้นในอนาคต เช่น โรคอุบัติใหม่ สถานการณ์ในอิหร่านกับอิสราเอล เป็นต้น และมิติสุดท้าย ระบบงบประมาณสร้างประชาธิปไตย ไม่ใช่สร้างระบบอุปถัมภ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🛑LIVE ใครทะลุเส้นชัย ใคร..นายกฯ!? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (33)
ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ

