11 พ.ย.2567 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้นำนายธิติรัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองของนายภูมิธรรม พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ที่ปรึกษารองนายกฯ พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เดินดูห้องทำงานของแต่ละคนภายในตึกบัญชาการ 1 จากนั้นนายภูมิธรรม ได้มอบนโยบายและแบ่งงาน
ต่อมาเวลา 18.30 น. นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า วันนี้เชิญทั้ง 4 ท่านมาพูดคุยเป็นครั้งแรก เพื่อวางแผนการทำงาน โดยได้แบ่งงานให้ช่วยกันดูในหน่วยงานที่กำกับและร่างนโยบาย ซึ่งทั้งหมดก็รับไป โดยพล.อ.นิพัทธ์ ดูกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.ต.อ.รอย ดูงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กับ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง พล.ต.อ.สุรสิทธิ์ ดูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ซึ่งตนได้พาเดินไปดูห้องทำงาน แต่ห้องที่จัดไว้ยังไม่เรียบร้อยเท่านั้นไม่มีอะไรมาก
เมื่อถามว่างานด้านความมั่นคงเน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนอยากให้มาดูว่างานด้านความมั่นคงแต่ละเรื่องมีอะไร และ อยากให้มาดูในรายละเอียดว่าแต่ละงานมีประเด็นปัญหาอะไรที่ควรจะต้องทำให้ได้ผลที่ชัดเจน ซึ่งนโยบายด้านยาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญที่ตนอยากดำเนินการให้แล้วเสร็จให้มีผลงานปรากฎชัด เพราะหน่วยงานต่างๆที่เราดูแลก็มีความเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติดทั้งนั้น ทั้งกระทรวงกลาโหมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช. ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สนช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) โดยให้ไปดูว่าจะบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างไร เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพมีประสิทธิภาพที่เข้มงวดขึ้น และสามารถที่จะทำให้เรื่องยาเสพติดทุเลาเบาบางลงได้ ตนก็ให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องทำให้เป็นจริงมากขึ้น
เมื่อถามต่อว่า จะทำให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของนายกฯที่ประกาศให้หลายจังหวัดในประเทศเป็นพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งหลายหมู่บ้านให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง แสดงว่ามันมีความรุนแรงและรัฐบาลนี้มีนโยบายมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะพยามทำให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว จึงเรียกมาพูดคุยเพื่อเตรียมการเรื่องเหล่านี้ รวมถึง การพูดถึงเอ็มโอยู 44 ที่เราไม่ได้มีปัญหา แต่มีเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะต้องไปดูให้ถี่ถ้วน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญและทุกคนให้ความสนใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.
โปรดเกล้าฯ ให้ “พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” พ้นจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งเลขาธิกา
จี๊ด! 'วิโรจน์' ตอก 'ดร.หญิง' ออกตัวโต้ช่วย 'ภูมิธรรม' บอก 'ขอโทษครับผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน'
'วิโรจน์' สวน 'ลิณธิภรณ์' ออกตัวโพสต์ช่วย 'ภูมิธรรม' ปม 2 พรรค บอก ขอโทษครับ ผู้ใหญ่เขาจะคุยกันครับ
‘วิโรจน์’ สวน ‘ภูมิธรรม’ เจ็บชี้ความผิดพลาดส้มไม่ควรเป็นเหตุให้ ’เพื่อไทย‘ ทิ้งหลักการ
‘วิโรจน์’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ ความผิดพลาดส้มไม่ควรเป็นเหตุให้ ’เพื่อไทย‘ ทิ้งหลักการ หลังบอกเขากระโดง-ฮั้ว สว. ร้ายแรงต้องจัดการ แต่ขอบคุณที่พูดตรงๆ ชี้ ไม่ควรมีมาตรฐานเลือกผมถึงจัดการโกง จี้ ตอบหลักการยังเหมือนเดิมหรือไม่ หลังสถานะการเมืองเปลี่ยน
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า
'สีหศักดิ์' เตรียมบินมาเลเซีย 6 ก.ย. นำหัวหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ไปด้วย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 6 กันยายน 2569 นี้ ว่า เรื่องที่จะหารือคือเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ว่าจะมีการร่วมมือกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นคง รวมถึงการพูดคุยเรื่องการสร้างและขยายรั้วชายแดน ซึ่งเป็นประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ
'อนุทิน' ลั่นแก้ไฟใต้ต้องดีขึ้น 'นายกฯ-มท.1' คนเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน
"อนุทิน" ชี้แก้ไฟใต้มันต้องดีขึ้น "นายกฯ-มท.1" คนเดียวกัน ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันเป็นรูปธรรม ดึงคนในพื้นที่ช่วยสื่อสาร หากอยากเห็นสันติสุข ไม่กล้าพูดปัญหาจะจบ เหตุเกิดมา 30-40 ปีแล้ว แต่มั่นใจจากนี้เป็นหนึ่งเดียวแน่นอน

