
2 ธ.ค.2567-นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม(ศปช.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธาน ศปช.ส่วนหน้า บินด่วนลงพื้นที่ จ.นราธิวาส และได้วิดีโอ คอมเฟอเร้นท์ ร่วมกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ทั้งแผนระยะสั้นและแผนระยะกลาง และเมื่อน้ำลดจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูเยียวยา ขณะเดียวกันได้มีข้อสั่งการให้ประสานกรมบัญชีกลาง เพิ่มงบทดรองจ่ายของผู้ว่าราชการจังหวัดจาก 20 ล้านเป็น 50 ล้าน และ ปภ. เร่งจัดสรร สรรพกำลัง อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ โดยเฉพาะ พาหนะทางน้ำ ตามที่ได้รับการร้องขอจากพื้นที่ทันที รวมทั้งทุกหน่วยงานอพยพผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ไปยังจุดปลอดภัย พร้อมให้กระทรวงสาธารณสุข ระดมแพทย์และบุคลากรทั้งหมดในพื้นที่ขนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่วิกฤตและจัดตั้งศูนย์พักพิงให้ความช่วยเหลือและอยู่อาศัยได้จนเข้าสู่ภาวะปกติ
“ตั้งแต่วันแรกที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ปภ.ได้ประสาน กสทช.และค่ายมือถือส่ง SMS ไปยังประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดที่มีความเสี่ยงประสบภัยรุนแรง ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และนครศรีธรรมราช ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมตัวได้ทัน มีการขนย้ายข้าวของไปไว้บนที่สูง ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้จำนวนมาก”
นอกจากนี้รัฐบาลยังเร่งให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยกรมชลประทานได้นำเครื่องสูบน้ำ 33 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง เร่งระบายน้ำ ควบคู่กับการนำเรือและรถยนต์ยกสูงของหน่วยงานราชการ เข้าช่วยเหลือประชาชน โดยมีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานกระจายไปในพื้นที่น้ำท่วม ขณะที่กรมปศุสัตว์มีการอพยพสัตว์จำนวน 2,431 ตัว และนำหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 10,760 กิโลกรัม แจกให้เกษตรกรช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้กับ 6 จังหวัดภาคใต้ที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชเพิ่มเติมแล้วจังหวัดละ 50 ล้านบาทเป็น 70 ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประสบภัย
“นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเมื่อคืนที่ผ่านมา ให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจโดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำลดว่า มีความเสียหายรูปแบบใดและให้กำหนดแนวทางเยียวยานำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยผ่านกลไก ศปช. ซึ่งมีการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และสามารถเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ในภาคใต้ได้อย่างทันท่วงที “
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เครนถล่มญาติรับร่างผู้เสียชีวิต 30 รายครบแล้ว
โคราช ปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์เหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ญาติรับร่างผู้เสียชีวิตใกล้ครบแล้ว 30 ราย เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ
เลขาธิการประกันสังคม เร่งเยียวยาทายาทลูกจ้าง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง จ.สระบุรี
กรณีเกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิต 1 ราย จากการพลัดตกที่สูงขณะปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นายภัทรพล ตันเสถียร ประกันสังคมจังหวัดสระบุรี เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยทันที
สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ เยียวยากรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากการทำงาน เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา
กรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว
ศาลปกครอง พร้อมรับฟ้องคดีเครนถล่มทับรถไฟ-พระราม 2 ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินเยียวยาจากรัฐได้ภายใน 1 ปี
นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21
'ผวจ.โคราช' เปิดตัวเลขเยียวยารายละ 1.69 ล้านบาท ผู้เสียชีวิตเหตุเครนทับรถไฟ
'ผวจ.โคราช' เผยตัวเลขเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งจ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท ขณะที่กู้ภัยฮุก 31 ช่วยส่ง 6 ร่าง คืนภูมิลำเนา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีรถบริการ 50 คัน เจ้าหน้าที่ 150 นายพร้อม

