
5 มี.ค.2568 - นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ หากเราใช้มนุษยธรรมนำการเมือง กรณีของชาวอุยกูร์อาจไม่ลงเอยแบบนี้ มีเนื้อหาดังนี้
ผมขอขอบคุณมูลนิธิศักยภาพชุมชน และมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ ที่ร่วมกันงานเสวนา “ไม่เหลือใครให้ปกป้องแล้ว: เปิดหมดเปลือกกว่า 11 ปีที่ภาคประชาชนและครอบครัวของชาวอุยกูร์ที่ไม่เคยได้บอกเล่า” ที่อาคารรัฐสภาในวันนี้ และเชิญผมมากล่าวปิดงาน เพื่อพูดแทนชาวอุยกูร์ที่ไม่สามารถส่งเสียงของพวกเขาได้อีกต่อไปแล้วครับ
ขอขอบคุณคำยึดมั่นของทุกคนที่จะทำงานเพื่อสิทธิมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน วันนี้มีผู้มีคุณสมบัติมากกว่าผมในการมากล่าวปิดงานนี้ แต่การกล่าวปิดงานวันนี้ไม่ใช่แค่กล่าวปิดแล้วจบไป แต่จะเป็นการกล่าวปิดงานเพื่อเริ่มงานใหม่ เราทุกคนจะต้องทำงานด้านมนุษยธรรมต่อไป งานวันนี้จะไม่เกิดขึ้นหากทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เอาเรื่องการเมืองมานำ
ก่อนหน้านี้ผมแถลงข่าวว่าจะเอาเอกสารหลักฐานที่บอกว่าเป็นหนังสือฉบับจริงของชาวอุยกูร์ในห้องกักมาแสดงในวันนี้ แต่ผมรู้สึกว่าหากทำอย่างนั้นจะเป็นการทำงานด้านการเมืองอย่างเดียว งานวันนี้จะไม่เกิดขึ้น หากเรานำหลักการมนุษยธรรมมานำการเมือง วันนี้จะเป็นวันที่เราไม่ต้องมานั่งคุยกันว่าทำไมเหตุการณ์ต่าง ๆ ต้องเกิดขึ้น
ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ ในการเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ไปเจอชาวอุยกูร์ในวันที่ 12 มีนาคม 2557 วันแรกที่เขาเข้ามาในประเทศไทย และวันสุดท้ายตนเองก็เป็นนักการเมืองที่ต้องมาเห็นการผลักดันกลุ่มคนชาวอุยกูร์ที่เหลืออยู่ 40 คนกลับไปที่ประเทศจีน จึงขอใช้โอกาสพูดถึงเพื่อนผมคนหนึ่งที่ไม่รู้จักชื่อ เจอที่ตม.6 จังหวัดสงขลา เขาเป็นผู้นำ วันแรกที่เจอกันเขาไม่เคยมองเห็นตนเองเป็นมิตร แม้จะไม่ใช่ส่วนราชการและใส่เสื้อ UNHCR สุดท้ายตนเองได้ประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูตตุรกีในประเทศไทย จึงเป็นรอยยิ้มรอยแรกที่ตนเองได้เห็น
ส่วนรอยยิ้มสุดท้ายคือ รอยยิ้มของเขาในห้องกัก ตม.สะเดา ผมบอกลาเพื่อน เพราะผมจะไปทำงานที่ประเทศซูดานใต้ ซึ่งเพื่อนคนนี้เป็นหนึ่งใน 109 คนที่ถูกผลักดันกลับประเทศจีนเมื่อปี 2558 เขาพูดภาษาอังกฤษว่า “thank you” ทั้งที่ที่ผ่านมาไม่เคยพูดภาษาอังกฤษด้วยกัน เรากอดลากันโดยที่มีน้ำตา คนที่เดินทางมา 2,000 กิโลเมตร สุดท้ายอยู่ในห้องกัก ชะตากรรมของเขาเป็นสิ่งที่หลายคนคาดการณ์คือการถูกผลักดันกลับ
และเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 เป็นอีกหนึ่งวันที่เรายังใช้การเมืองนำเรื่องมนุษยธรรม หากเรานำหลักการมนุษยธรรมมานำการเมือง วันนี้จะไม่มี ถ้าการตัดสินใจนโยบายรัฐเอาความเป็นกลาง ความไม่เอนเอียง คิดถึงประโยชน์ของประชาคมโลก วันนี้ภาครัฐขาดอิสระ เนื่องจากถูกกดทับด้วยความสัมพันธ์บางอย่างที่เรียกว่า เราเป็นรองตลอดเวลา
มนุษยธรรมต้องนำการเมือง ไม่ว่าจะการเมืองฝ่ายไหน แต่เป็นการระดมวาทกรรมที่ทำให้มนุษยธรรมถูกด้อยค่า ผมไม่อยากเห็นเช่นนี้ เราไม่รู้ว่าชาวอุยกูร์อีก 10 คนที่เหลืออยู่ในประเทศไทยอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงขอส่งเสียงน้อย ๆ จากนักการเมืองคนหนึ่ง พรรคการเมืองเล็ก ๆ พรรคหนึ่ง และเป็น สส.คนเดียวของพรรค อยากส่งเสียงให้ก้องไปถึงฝ่ายบริหารและประชาคมระหว่างประเทศว่า วันนี้เราจะไม่ยอมทนให้การเมืองมานำมนุษยธรรมอีกต่อไป ในอนาคตอันใกล้เชื่อมั่นว่าคำว่า “มนุษยธรรม” ทุกคนต้องตระหนักรู้ว่ามีความสำคัญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แก้วตา' ฟาด 'สมยศ' ใช้อำนาจบีบบังคับเหยื่อ จนรู้สึกหนีไม่ได้ ยอมเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยระบุถึงพฤติกรรมและความเข้าใจของสังคมต่อผู้เสียหายจากเหตุความรุนแรงทางเพศ ระบุว่า
'สว.อังคณา' น่าอนาถ 'สมยศ' ขอโทษโดยไม่สำนึกผิด ชอบอ้างประชาธิปไตย แต่ใช้อำนาจแสวงประโยชน์ทางเพศ
นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอโทษยังไงให้เป็นความผิดของเหยื่อ (victim blaming) อ้าง “อยู่กินกัน” สองปี อยู่กินบนความสัมพันธ์แบบไหนก่อน ผสห. เขาก็บอกแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากัน หนีไม่ได้เพราะมีบุญคุณ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เวลาไปทำงานต่างจังหวัดก็ถูกบังคับให้นอนห้องเดียวกัน
เดือด! 'เพนกวิน' ซัด 'รองหน.ปชน.' ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก คำพูดเหมือนพวกผู้นำเผด็จการ
เพนกวิน ซัด อาจารย์ต้น-วีระยุทธ ทัศนคติต่อสิทธิมนุษยชนแย่มาก เป็นคำพูดที่พวกผู้นำเผด็จการ ทั้งในอดีตและปัจจุบันชอบพูดกัน
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
'สว.อังคณา' ยืนยันไม่ได้เคลื่อนไหวถึงรัฐบาล หลังเหตุกราดยิงทหารพรานดับ 5
"สว.อังคณา" แจงข่าวปลอม ยืนยันไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล ภายหลังทหารพรานถูกยิงตาย 5 ศพ รวมถึงพลเรือนและเด็กได้รับบาดเจ็บ มีการประกาศขยายอำนาจการใช้กฎอัยการศึกในการตรวจค้น
ทร. เปิดผลสอบทหารเกณฑ์โดนรับน้องโหด ลงโทษรุ่นพี่ 15 นาย ข้าราชการ 2 นาย
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏกรณีการใช้ความรุนแรงต่อทหารกองประจำการ ซึ่งได้สร้างความกังวลต่อสังคมและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และยืนยันตั้งแต่ต้นว่าไม่ยอมรับการกระทำที่เป็นการใช้ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ

