'วิสุทธิ์' ดักคอ 'เฉลิม' ไม่ลุกซักฟอก ยังอยู่เพื่อไทย โดยมารยาทไม่มีใครทำ

“วิสุทธิ์” ขู่ฝ่ายค้าน หากใช้เวลาเกินกรอบ อาจเสนอปิดอภิปราย เชื่อ “เฉลิม” ไม่ลุกซักฟอก เหตุผิดมารยาท ยํ้า เจ้าตัวยังอยู่เพื่อไทย เย้ย ”ป้อม“ ขอให้มีแรงไหว

22 มีนาคม 2568 - นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คิดว่าจะสามารถคุมให้อยู่ในกรอบเวลาตามที่กําหนดไว้ได้หรือไม่ ว่า พยายามจะคุม แต่จะได้แค่ไหนต้องรอดู ทั้งนี้ต้องฟังฝ่ายค้านด้วยว่าอภิปรายอยู่ในเรื่องราวแค่ไหน เพราะเขาได้เวลาไป 28 ชั่วโมง หากใช้เกินเลย ก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาลในการเสนอปิดอภิปราย ดังนั้นต้องต่างคนต่างดู พิจารณากันให้ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่าเสียงโหวตของรัฐบาลจะไม่หายแม้แต่เสียงเดียว นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่หาย เมื่อถามย้ำว่า แล้วจะมีเพิ่มหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่ามีเพิ่ม เท่าเดิมนี้ก็พอ คงไม่มีใครไปซื้องูเห่าหรอก

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาจจะลุกอภิปรายต่อจากผู้นำฝ่ายค้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่ท่านทำได้ แต่ไม่ทราบว่าจะทำไหวหรือไม่ เราคงไม่ค่อยทักท้วงท่าน ขอให้ท่านมีแรงอภิปรายก็พอ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. อาจจะร่วมอภิปรายกับฝ่ายค้านด้วย นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังอยู่พรรค พท. โดยมารยาทไม่มีใครทำ ท่านเป็นผู้ใหญ่ เชื่อว่าจะไม่ทำอย่างนั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจเศรษฐ์' ชี้โดนซักฟอกแค่ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ยกปริญญาโต้ไร้ภาวะผู้นำ

'เจเศรษฐ์' ไม่กังวลมีชื่อโดนซักฟอก ชี้เป็นยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนสงสัยในสิ่งดีที่รัฐบาลทำ ยกปริญญาข่มข้อหาไร้ภาวะผู้นำ

'ภราดร' สวนฝ่ายค้าน 'บันเทิงธิปไตย' ยื่นซักฟอกถึง 18 รมต. แค่หนังซ้ำแจงได้

'ภราดร' ตอกบันเทิงธิปไตย ยื่นญัตติซักฟอกถึง 18 คน เย้ยฉายหนังซ้ำ มั่นใจชี้แจงได้ ขอปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด อย่าทำบุคคลภายนอกเสียหาย

'กล้าธรรม' เทซักฟอก! ชี้ฝ่ายค้านมุ่งขยายประเด็นการเมือง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

"อรรถกร" ย้ำ "กล้าธรรม" ไม่ร่วมสังฆกรรมญัตติซักฟอก ชี้ข้อกล่าวหาหลายข้อไม่โยงบริหารประเทศ ตั้งคำถามฝ่ายค้านมุ่งปม “ฮั้ว สว.” มากกว่าตรวจสอบผลงานรัฐบาล