'ศิริกัญญา' หนุนกู้เงินเพิ่มสู้กำแพงภาษีสหรัฐ!

'ศิริกัญญา‘ หนุนกู้เงินเพิ่มสู้วิกฤตเศรษฐกิจ แต่อย่าไปแจกสะเปะสะปะ เหมือนเทน้ำลงบ่อทราย หลังสหรัฐขึ้นภาษี ซัดส่งอุยกูร์กลับจีน เปลี่ยนมิตรเป็นอื่น

09 เม.ย.2568 - นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในญัตติกำแพงภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกาว่า การประกาศขึ้นกำแพงภาษีครั้งนี้ มีผลกระทบหนักสุดในรอบ 100 ปี หนักและรุนแรงกว่ายุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี 1930 ซึ่งการตอบโต้และการค้าไปมาทำให้เกิดผลกระทบกระจายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบในระลอกอื่นๆ ที่จะตามมาจากการที่เราเข้าไปเป็นห่วงโซ่การผลิตทั่วโลก

โดยเฉพาะเข้าไปเป็นซัพพายเซนของจีนที่เจอภาษีหนักที่สุดอยู่ที่อัตรา 104% ที่จะเริ่มในวันที่ 10 เมษายน เวลา 10.00 น. อีกทั้ง ยังทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอลง กำลังซื้อที่น้อยลงอยู่แล้วก็จะน้อยลงอีก โดยสินค้าสำคัญที่จะได้รับผลกระทบ อาทิ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ฮาร์ตดิสก์ไดรฟ์ ยางล้อรถยนต์ อุปกรณ์จ่ายไฟ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้ส่งออกเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมถึงแรงงานที่เสี่ยงจะถูกลดชั่วโมงทำงานหรือเลิกจ้าง โดยจะส่งผลกระทบมาที่ประเทศไทยแน่ๆ

ฉะนั้น จึงมีข้อเสนอว่า 1.เราต้องทำให้การเจรจาให้โปร่งใส การที่รองนายกรัฐมนตรีจะไปพูดคุยกับเกษตรกรในสหรัฐฯ แต่อย่าลืมที่จะพูดคุยกับเกษตรกรในประเทศว่าจะเอาผลประโยชน์ของพวกเขาไปเจรจา 2.การผ่อนคลายการนำเข้าสินค้าโดยการลดภาษีเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค ถือเป็นปกติที่ต้องทำ ไม่น่าส่งผลอะไรกับการลดการเกินดุลกับสหรัฐฯ 3.มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีหลายตัวที่เป็นการบล็อกสินค้าบางตัวไม่ให้นำเข้า ในส่วนนั้นมีอะไรที่ต้องเปิดตลาดเพิ่มหรือไม่ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เป็นต้นหรือเอสเทอร์นอล 4.การตรวจสอบคัดกรองสินค้าเพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี 5.หาโอกาสการลงทุนของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายที่หลายประเทศใช้กันคือการเข้าไปร่วมลงทุนในท่อก๊าซในอะแลสกา อยากสอบถามว่าประเด็นนี้จะเป็นประเด็นหนึ่งที่ใช้ในการเจรจา ได้มีการพูดคุยกับประเทศอื่นๆ ที่จะไปลงทุนในท่อก๊าซแล้วหรือไม่ และประเด็นอื่นๆ ที่หายไปจากการที่นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันที่ 8 เมษายน เช่นเครื่องบิน จะยังอยู่ในการเจรจาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไพ่ที่เรามีอยู่ในมือนั้น ไม่ได้มหัศจรรย์เหมือนที่ทรัมป์ต้องการ แถมแต้มต่อที่เคยมีก็หายไปทุกวัน และปฏิเสธไม่ได้ว่ากระทบจากการที่เราส่งชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน มันทำให้มิตรกลายเป็นอื่น นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มีการแจ้งจับนักวิชาการสัญชาติสหรัฐฯ ด้วยข้อหามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพ์ฯ โดยไม่ให้มีการประกันตัวด้วย ซึ่งตนยังสงสัยอยู่ว่าเขาจะเจรจากับเราหลังจากมีเรื่องนี้หรือไม่ แต่เชื่อว่านายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงจะเดินหน้านำข้อเสนอต่างๆ ของไทยไปเจรจาต่อรอง โดยจะเห็นผลในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า และดุลการค้าจะเกิดขึ้นในอีก 10 ปี

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคประชาชนไม่ได้ติดใจรัฐบาลที่ไม่ได้เร่งรีบเจรจา และใช้กลยุทธ์รอดูท่าที ทั้งที่ในหลายประเทศเริ่มมีการเจรจาเลยและกลับมาประกาศเตือนประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แต่ขอเรียกร้องว่า สิ่งที่ต้องทำคู่ขนานไปกับการเจรจาคือการเยียวยา พยุง กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ

เนื่องจากยิ่งการเจรจายาวนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระทบกับปากท้องของประชาชนมากเท่านั้น และหากเลวร้ายที่สุดจีดีพีอาจจะโตเพิ่งแค่ 1% เท่านั้น แล้วรัฐบาลเตรียมที่จะรับมือในกรณีที่ฉุกเฉินไว้อย่างไรบ้าง เพราะในหลายประเทศก็ออกมาตรการเยียวมาแล้ว เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สเปน ออสเตรเลีย และไต้หวัน จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าการเยียวยาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วน แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมาจากภาครัฐ

“ด้วยจีดีพีที่โตต่ำเช่นนี้ ปัญหาเฉพาะหน้าใหญ่หลวง การลงทุนกำลังจะหยุดชะงัก การลงทุนหยุชะงัก คนกำลังตกงาน ต้องมีมาตรการฉุกเฉินเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปในเวลาเดียวกัน ขณะนี้งบประมาณการคลังที่เหลืออยู่มีน้อยมาก หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน เหลือพื้นที่กู้เพิ่มได้อีกในงบประมาณปี 2568 อีก 4-5แสนล้านบาท หากวิกฤตที่จะเผชิญในวันข้างหน้า ที่รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ถ้าต้องขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกู้เงินเพิ่ม สภาฯ ยินดีสนับสนุน ถ้าไม่ได้กู้เพื่อไปแจกเงินอย่างสะเปะสะปะ ถ้ามีแผนชัดเจนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ ให้กู้เลยเพื่อนำงบมาเยียวยาภาคอุตสาหกรรม แรงงาน ไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ขออย่างเดียวอย่ากู้ไปแจกเพื่อเทน้ำลงบ่อทราย ตีเช็กเปล่าให้ตัวเอง หรือกู้โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน วันนี้วิกฤตใหญ่หลวง ทั้งลึกและกว้าง กินเวลายาวนาน เราต้องจับมือไปก้าวข้ามไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้ใช้โอกาสนี้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน. ค้านยกเลิกอาหาร สส. ชี้ยังจำเป็นต้องมี แต่ต้องประหยัดงบ ไม่ให้กินเหลือทิ้ง

"ภัณฑิล" ชี้ อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรปรับให้เหมาะสม เหตุเหลือเยอะเป็นขยะ แนะ ใช้การ์ด จำกัดวงเงินแทน ขณะที่ ผู้ช่วย สส. ควรมีตัวชี้วัดการทำงาน กันข้อครหาใส่ชื่อญาติพี่น้องเอาเงินเข้ากระเป๋า ส่วน กองทุนบำนาญ ควรปรับสัดส่วนใหม่ไม่ให้เป็นภาระงบหลวง

'ไอติม' โต้ครหา สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาฯ ทิ้งตรวจสอบเลือกตั้ง ชี้ยื่นฟ้อง ม.157 แล้ว

"ไอติม" กางแผนสู้ 2 ขา หลังถูกวิจารณ์ สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาแล้วไม่ตรวจสอบปัญหาเลือกตั้ง ยันบุกฟ้อง ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรลงคะแนนแล้ว เหตุทำลายหลักการลงคะแนนลับ เผยหากเข้าสภาแล้ว เตรียมยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เปิดทางประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ใช้อำนาจมิชอบได้

นักวิชาการยกคำ 'ธนาธร' ตั้งคำถามพรรคส้ม หลังเคยลั่น พรรคอันดับ 2 ไม่ควรชิงนายกฯหากแพ้ ถึง 30 เสียง

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนตัดสินใ

'ดร.โอฬาร' ชี้ เกมเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคประชาชน กระทบเครดิตพรรค หลังเคยลั่นไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนเสน

จัดการแล้ว ‘กรมการปกครอง’ สั่ง ‘พรรคส้ม’ ยกเลิกใช้งานระบบดิจิทัลไอดีเซ่นพิษทำข้อมูลประชาชนรั่ว

”กรมการปกครอง”’จ่อสั่งยกเลิกระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ‘พรรคส้ม’ หลังเจอข้อมูลสมาชิกรั่วไหล ชี้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย

‘อนุทิน’ ยิ้มเข้าสภา ไม่ตอบปม ปชน.ส่งแข่งชิง ประธานสภา-รองประธานสภา

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 โหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร