
09 เม.ย.2568 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะสว.สำรอง จำนวน 30 คน นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกฉบับที่ 9 และ 10 ถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. และคณะกกต. เพื่อขอทราบผลการดำเนินการทางวินิจฉัยกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งการทบทวนคำวินิจฉัยที่ไม่เอาโทษนายแสวง กรณีที่มีผู้มาแจ้งเกี่ยวกับการลักลอบนำโพยจัดตั้งเข้าไปในที่เลือกตั้ง สว.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 แต่นายแสวงไม่ได้จัดการป้องกันแก้ไข นอกจากนั้นคณะ สว.สำรองให้มีการเร่งรัดขอให้มีการเปิดหีบบัตรลงคะแนนในรอบประเทศ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบว่ามีการลงคะแนนสอดคล้องกับโพยจัดตั้งอย่างไร จึงได้มีการร้องขอมายัง กกต.โดยตลอด แต่ไม่เคยมีการตอบจาก กกต. ได้อย่างไรครั้งนี้มีการยื่นจดหมายเปิดผนึกเป็นฉบับที่ 10 นับจากเดือนมี.ค. 2568 เป็นต้นมา จึงอยากวิงวอนให้ กกต. ได้จัดเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องและออกมาชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งความคืบหน้าของการสืบสวนไต่สวนในเรื่องของการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องฮั้วต่าง ๆ
โดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล กล่าวว่า ประธานกกต. อย่าทำตัวเหนือปัญหา และท่านมีเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณแล้ว ซึ่งตนได้ข่าวมาก่อนว่าคนที่จะมาสมัคร กกต. ชุดใหม่ ถ้ากกต.ชุดนี้ไม่ทำงานเรื่องนี้ให้สุจริตเที่ยงธรรม เขาจองกฐินท่านไว้แล้ว ไม่ใช่ว่าเกษียณออกมาแล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข เพราะยังมีคดีความอีกมากมายที่จะรุมกินบนโต๊ะ แต่ถ้ากลับตัวเป็นคนดีเอาความจริงมาพูดมาสาธยายให้ประชาชนได้รับรู้ความจริงทั้งหมดก็จะมีความสง่างาม เอกสารทั้งหมดอยู่ในหีบอยู่ในกล่องซีซีทีวีอย่าไปเผาทิ้ง หากเราไปแจ้งความมาแล้วว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับหีบ คณะกกต. ทั้งหมดรวมถึงเลขาธิการกกต. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เราผิดแน่นอนอย่าเล่นกับไฟ เพราะมันร้อนกลัวที่จะลวกมือท่านรีบทำงานให้เสร็จ
“ผมได้ข่าวมาจากประชาชน เขาบอกว่าคนที่อยู่ข้างในกกต.รับเงินเดือน 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นบัญชีม้าหรือเป็นตำแหน่งที่ปรึกษา ได้เงินที่ปรึกษา สว.โอนเข้าบัญชีนักการเมืองที่อยู่สีน้ำ ส่งกลับไปที่บ่อน และนำกลับมาเป็นเงินให้ กกต. อีกทางหรืออย่างไรต้องไปพิสูจน์ตามข้อเท็จจริง เราได้ยินคำว่าแบบนี้จึงต้องเตือนท่านว่า เงินทุกบาทไม่ว่าจะมาจากทางไหนมันคือเงินและภาษีประชาชน เราต้องการให้ท่านทำตัวให้สะอาดสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส“ นายอัครวัฒน์ กล่าว
ด้าน พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว กล่าวว่า หลังจากนี้คณะสว.สำรองจะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาสว.ทั้ง 92 คน ที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอวินิจฉัยถอดถอนความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการคดีพิเศษรวม 11 คนพยายามบิดเบือนในการยื่นความผิดฐานฟอกเงิน ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอั้งยี่และคดีการเลือก สว.เป็นคดีพิเศษ
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า โดยการกระทำของสว. จำนวน 2 คนนี้ได้กระทำการอันละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญต่างกรรมต่างวาระกันถึง 3 ครั้ง ที่เป็นการละเมิดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา 185 (1) ที่ห้ามสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นสมาชิกวุฒิสภากระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยเฉพาะการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการและหน้าที่ประจำของข้าราชการพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการอันถือเป็นความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (7) ที่ระบุว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงเมื่อกระทำเมื่อการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 113 การอันต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 โดยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเพื่อขอให้วินิจฉัยความเป็นสมาชิกสภาพสว.ทั้ง 92 คนสิ้นสุดลง
เมื่อถามว่ามีผู้มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเลือก สว. เป็นโมฆะ ทางกลุ่มสว.สำรองจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ถ้าศาลสั่งโมฆะก็ต้องเป็นไปตามนั้น และส่วนที่มีกลุ่มอื่นไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญเขาก็เชื่อแบบนั้น ซึ่งเขาก็เชื่อว่าพฤติการณ์แบบนี้ อาจจะทำให้ศาลธรรมนูญเชื่อว่าการเลือกสว.เป็นโมฆะ แต่สำหรับคณะสว.สำรองเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นโมฆะได้ ซึ่งพฤติการณ์ที่เราพบในจำนวน สว.200 คน มีแค่กลุ่มกลุ่มหนึ่งที่กระทำการทุจริต ซึ่งจะมีความผิดเฉพาะตัว ก็ต้องถูกจัดการตามกฎหมาย ซึ่งมีสว.อีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาโดยสุจริต เขาก็ยังคงเป็นอยู่
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันตามกระบวนการกฎหมาย ถ้ากลุ่มหนึ่งโดนลงโทษตามความผิด แต่ตามกฎหมายก็ยังมีลำดับสำรองอยู่ 99 คน ก็เลื่อนขึ้นไป ซึ่งหากเกิน 100 คน ก็ยังสามารถทำงานได้จนกระทั่งหมดวาระ แต่ถ้าต่ำกว่า 100 คนเมื่อไหร่ ตามกฎหมายก็บอกว่าให้เลือกใหม่เฉพาะส่วนที่ขาดให้ครบ เพราะฉะนั้นกระบวนการต่างๆมีวิธีการแก้ของมันอยู่ ซึ่งเราเชื่อว่าจะไม่เป็นโมฆะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.สรุปยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 37.8 ล้านคน คิดเป็น 71.42% บัตรเขย่งแค่ 3 ใบ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ออกเอกสารชี้แจงข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้
เด็กกล้าธรรมบอกทิศทางพรรคขึ้นกับ 'ธรรมนัส' ชี้นิ้ว!
'นเรศ' บอกทิศทาง 'กล้าธรรม' ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ ยันไร้งูเห่า สส.ทุกคนอยู่ข้าง 'ธรรมนัส' ปัดให้ความเห็นปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เหตุอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ
'ภูมิใจไทย' พาเหรดรับหนังสือรับรองนัดรายงานตัวสภา 6 มี.ค.
'ภูมิใจไทย' ตบเท้ารับหนังสือรับรอง สส.ที่กกต. เตรียมเข้ารายงานตัวสภา 6 มี.ค. 'สิริพงศ์' โยน กกต.ตอบปมโมฆะ ปัดคุยโควตารัฐมนตรี-ไม่รู้โผ ครม. ย้ำดีลพรรคร่วมยังไม่จบ ชี้ชะตาทั้งหมดอยู่ที่นายกฯ
สส.ทยอยเดินทางมารับหนังสือรับรองผลเลือกตั้ง
สส.ทยอยเดินทางรับหนังสือรับรองเพื่อไปรายงานตัว หลัง กกต.รับรองผลเลือกตั้งวานนี้ 396 คน
โถพ่อคนดี! เด็กพรรคส้มจี้ กกต.เคลียร์ปมใบคะแนนถูกทิ้งลงกองขยะสมุทรปราการหวั่นผู้ชนะมีมลทิน
ผู้สมัคร สส.ปชน.จี้ กกต. เปิดเผยความคืบหน้าใบคะแนนถูกทิ้งลงกองขยะสมุทรปราการ ชี้หากไม่มีความชัดเจน จ่อดำเนินคดี มองกระบวนการยังไม่เคลียร์ หวั่นผู้ชนะมีมลทิน-ประชาชนขาดความเชื่อมั่น
'กกต.' อ้างเหตุ 'บัตรเขย่ง' แยกการรายงานผลคะแนนแบบแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อออกจากกัน
'กกต.' อ้างเหตุ ผลคะแนนแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ 'เขย่ง' มาจากการแยกการรายงานผลคะแนน 2 ประเภทออกจากกัน หน่วยฯไหนรายงานผลประเภทใดมาเกินกว่าร้อยละ 95 จะไม่ถูกนำเสนอผ่าน ECT Report 69 ส่งผลให้คะแนน 2 ประเภทไม่เท่ากัน

