16 มิถุนายน 2568 - เมื่อเวลา 15.55 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตผ่าน x ว่า จากจุดเริ่มต้นสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ดิฉันและทุกหน่วยงานภายใต้รัฐบาลไทย ยึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหา โดยการเจรจาตามกรอบทวิภาคี ทั้งในระดับผู้นำ รัฐมนตรี และกองทัพ ดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมาค่ะ เพื่อรักษาบูรณภาพทางดินแดน ปกป้องอธิปไตย สร้างสันติภาพตามแนวชายแดน เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนทั้ง 2 ประเทศ
การเจรจาของรัฐบาลไทย เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติสากลระหว่างประเทศ ผ่านช่องทางการสื่อสารทางการของรัฐ งดเว้นการสื่อสารรายวันผ่านช่องทางอื่นๆ ไม่ยั่วยุหรือท้าทาย ไม่สร้างความคลาดเคลื่อน เพื่อให้เกียรติมิตรประเทศคู่เจรจา รักษาบรรยากาศคลี่คลายความขัดแย้ง และไม่ส่งผลต่อสถานการณ์ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
ดิฉันขอย้ำว่ารัฐบาลไทยไม่เคยออกคำสั่งปิดด่านชายแดนค่ะ สิ่งที่ดำเนินการอยู่คือการกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่าน จากมติในที่ประชุมสมช. ซึ่งมอบอำนาจให้กองทัพพิจารณา เพื่อป้องกันผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของกำลังทหาร และอาวุธที่ใช้ปฏิบัติการในระยะไกลของฝ่ายกัมพูชา ไทยจึงจำเป็นต้องกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่านเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งมาตรการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากสถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ที่ผ่านมาการประชุมในกรอบ JBC ผ่านไปด้วยดี แม้ยังมีข้อเห็นต่างกันของทั้ง 2 ฝ่าย แต่เพื่อรักษาแนวทางการเจรจา รัฐบาลไทยจึงเสนอให้มีการประชุมในกรอบ RBC ซึ่งเป็นระดับผู้นำกองทัพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความตึงเครียด ให้ทั้งสองฝ่ายมีการปรับกำลังในพื้นที่เผชิญหน้า ให้กลับมาเหมือนปี พ.ศ. 2567
ส่วนกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาจะเดินหน้านำ 4 พื้นที่พิพาท เข้าสู่กระบวนการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ดิฉันขอยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก และไม่เข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว เพราะรัฐบาลเชื่อมั่นในกลไกทวิภาคีที่มีความจริงใจของทั้ง 2 ประเทศ คือแนวทางที่มีประสิทธิภาพและคาดหวังผลสำเร็จได้
ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานทีมไทยแลนด์ ดำเนินการใดๆ ที่จะมีผลกระทบ โดยมีรมช.กลาโหม จะเป็นหัวหน้าคณะ นอกจากนี้ สั่งการให้มีการศึกษาข้อกฏหมายระหว่างประเทศ เพื่อย้ำจุดยืนของไทยในประเด็นระหว่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้นำเรียนข้อมูลและความคืบหน้าให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป และในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเชิญคณะเอกอัครราชฑูตและผู้แทนจากหลายประเทศ เข้ารับฟังการชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมการ JBC เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ไปพร้อมๆ กัน
การทำงานของรัฐบาลและกองทัพเป็นเอกภาพ ทุกคนคือทีมไทยแลนด์ วันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง เรารู้สึกเหมือนพี่น้องคนไทยทุกคนว่าการรักษาอธิปไตยของชาติ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน คือภารกิจอันสำคัญสูงสุด รัฐบาลจะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ข่มขู่ วันนี้ถ้าไม่เคารพกติกา ก็จะไม่ได้รับการยอมรับในเวทีโลกค่ะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ วางกฎเหล็กงบปี 70 ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ย้ำใช้คุ้มค่าที่สุด
นายกฯ มอบนโยบายงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส วางกฎเหล็กเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% ยันรัฐบาลยึดหลักทำงาน 3 ประการ
'บิ๊กดุลย์' การันตีไร้สัญญาณรบรอบ 3 ลุยยกระดับชีวิตทหารชายแดน
'รมว.กห.' ให้ความมั่นใจกับชาวกันทรลักษ์ ใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข ยังไร้สัญญาณรบรอบ 3 ย้ำทหารพร้อมปกป้องอธิปไตย ควบคู่กระตุ้นท่องเที่ยว ลั่นสานต่อแนวทาง 'บิ๊กเล็ก' ยกระดับคุณภาพทหารชายแดน- ชั้นผู้น้อย
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง เปิดใจหมดเปลือกช่วงรบเขมร
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง 'รมว.กลาโหม' เปิดใจหมดเปลือกช่วงสู้รบ ยอมโดนด่า เพราะบางเรื่องพูดไม่ได้ เผยวิธีคิด ไม่ได้อยากรบ แต่เมื่อรบต้องชนะ รับเสียใจกำลังพลสูญเสีย 42 นาย เชื่อมือ 'บิ๊กดุลย์' ทำงานได้
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
ชายแดนเริ่มสงบ! ผู้ปกครองแห่พาลูกสมัครสอบโรงเรียนดัง
หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มสงบลง มีกลุ่มชาวบ้านชายแดนบางครอบครัว โดยเฉพาะคนอยู่ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก
ชายแดน เผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเสี่ยงปะทะเขมร น้ำมันแพง ลูกหลานงดกลับบ้านสงกรานต์
ชาวบ้านชายแดนเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งผวาเขมรจ่อตลบหลังเสี่ยงปะทะรอบสาม ยังได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด โทรมาบอกสงกรานต์งดกลับบ้าน กลัวไม่มีน้ำมันเติมและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

