
1 ก.ค. 2568- พริษฐ์ วัชรสินธุ ไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า พรรคประชาชนไม่เคยเกรงใจใคร และไม่เคยไว้วางใจรัฐบาลแพทองธาร แต่การเปลี่ยนรัฐบาลต้องไม่แลกกับการบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตย
ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ที่ไม่เคยหวังจะร่วมรัฐบาลหรือต้องอกหักจากการร่วมรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในสภาชุดนี้ ผมยืนยันว่าพรรคเราทำงานเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลและปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล
เมื่อเราเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคเราเห็นตรงกัน ว่าอาวุธที่เราเลือกใช้ในการตรวจสอบรัฐบาล จะต้องมุ่งสู่การป้องกันความเสียหายและการเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลต่อความผิดพลาด แต่อาวุธดังกล่าว จะต้องไม่หันกลับมาทำลายหลักการประชาธิปไตย หรือสร้างความชอบธรรมให้กับอาวุธที่เสี่ยงจะถูกใช้ตามอำเภอใจอย่างไม่เสมอภาคกับทุกฝ่าย
ในส่วนของสภา คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเราได้พยายามใช้ทุกกลไกตรวจสอบของสภามาโดยตลอดและจะยังคงใช้ต่อไป ทั้งกลไกกระทู้สด กลไกกรรมาธิการ และรวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เราจะมีการเตรียมใช้อย่างแน่นอน
ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ แม้เราเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระควรมีกระบวนการได้มาและกลไกถอดถอนที่ยึดโยงกับประชาชนมากกว่าปัจจุบัน แต่เราไม่เคยปฏิเสธกลไกตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระทั้งหมด
- หากเป็นเรื่อง “การทุจริต” ซึ่งมีนิยามที่ชัดเจน ทางเราเห็นว่าผู้มีอำนาจจะต้องมีความรับผิดรับชอบทางกฎหมาย และการใช้อาวุธของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เป็นช่องทางที่เราต้องดำเนินการ – เช่น การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่มีการแทรกแซงการจัดสรรงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตน (เช่น การตรวจสอบ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรณีงบสภา) / การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากการถือหุ้น (เช่น การตรวจสอบ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีหุ้นบุรีเจริญ) / การยื่น ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ (ซึ่งอาจเป็นปลายทางของการตรวจสอบ แพทองธาร ชินวัตร เรื่องตั๋ว PN หลังจากที่เราได้ยื่นเรื่องไปที่กรมสรรพากรไปเรียบร้อยแล้วตามประมวลรัษฏากร)
- แต่หากเป็นเรื่อง “จริยธรรม” ซึ่งต่างคนต่างตีความไม่เหมือนกัน ทางเราเห็นเหมือนกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ว่าผู้มีอำนาจควรจะต้องแสดงความรับผิดรับชอบทางการเมือง แทนที่จะกำหนดในบทกฎหมายให้มีใครบางกลุ่มผูกขาดการตีความเรื่องจริยธรรมและเสี่ยงจะใช้เรื่องจริยธรรมมากลั่นแกล้งกันทางการเมือง
- ดังนั้น ตั้งแต่เราทำหน้าที่แกนนำฝ่ายค้าน เราจึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธดังกล่าว แม้หลายครั้งอาจเป็นประโยชน์ทางการเมืองสำหรับเรา เพราะเราเห็นว่าการสร้างสังคมที่เสพติดการใช้อาวุธดังกล่าว มีแต่จะบั่นทอนหลักนิติรัฐ ซึ่งจะมั่นคงได้ต่อเมื่อเรามีการตีความกฎหมายที่มีความชัดเจนแน่นอนและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม-เสมอภาค
ดังนั้น แม้เราเห็นต่างกันได้ ว่าพรรคประชาชนควรเลือกใช้อาวุธใดในการตรวจสอบรัฐบาล ที่จะส่งผลดีที่สุดสำหรับประเทศทั้งในเชิงผลลัพธ์เฉพาะหน้าและการสร้างบรรทัดฐานในระยะยาว แต่การตัดสินใจของเราในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ไม่เคยมีครั้งไหนที่เราออมมือหรือเกรงใจใคร แต่เราใช้ “มาตรฐานเดียวกัน” ในการตรวจสอบผู้มีอำนาจทุกคน
สิ่งที่พรรคประชาชนไม่เคยทำคือ:
- วันหนึ่งเลือกไม่เดินหน้านโยบายสำคัญๆเพียงเพราะต้องรักษาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม แต่อีกวันหนึ่งก็เดินหน้าเต็มที่เมื่อตัดสินใจแยกทางกัน
- วันหนึ่งปิดตาข้างเดียวต่อการทุจริตและความไม่โปร่งใสของฝ่ายเดียวกัน แต่อีกวันหนึ่งก็ตรวจสอบเขาเต็มที่เมื่อกลับมาอยู่กันคนละฝ่าย
- วันหนึ่งส่งเสียงสนับสนุนกลไกและกลุ่มคนที่ทำให้รัฐบาลข้ามขั้วตั้งได้สำเร็จ แต่อีกวันหนึ่งก็มาพยายามผูกขาดความเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไว้กับตนเอง
ทางผมและพรรคประชาชนยีนยันว่าคุณแพทองธารไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
ทางผมและพรรคประชาชนยีนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ควรได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป
ทางผมคาดว่านายกฯแพทองธารและรัฐบาลชุดนี้กำลังจะเจอจุดจบทางการเมืองในเร็วๆนี้
แต่ทางผมเห็นว่าการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เกิดขึ้นได้ และควรเกิดขึ้น โดยไม่ต้องแลกมากับ “ราคาที่ประชาชนต้องจ่าย” ในรูปแบบของหลักการประชาธิปไตยที่ถูกบ่อนทำลาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แก้ม.112 จับตาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะก
แพ้เลือกตั้ง-งูเห่าสีส้ม พรรคประชาชนขาลงกลางพายุคดี 44 สส.
หากมองสถานการณ์ของพรรคประชาชนในเวลานี้แบบไม่อ้อม ต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงขาลง และเป็นขาลงที่เกิดจากปัจจัยต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว
'ไอติม' โต้ครหา สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาฯ ทิ้งตรวจสอบเลือกตั้ง ชี้ยื่นฟ้อง ม.157 แล้ว
"ไอติม" กางแผนสู้ 2 ขา หลังถูกวิจารณ์ สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาแล้วไม่ตรวจสอบปัญหาเลือกตั้ง ยันบุกฟ้อง ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรลงคะแนนแล้ว เหตุทำลายหลักการลงคะแนนลับ เผยหากเข้าสภาแล้ว เตรียมยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เปิดทางประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ใช้อำนาจมิชอบได้
นักวิชาการยกคำ 'ธนาธร' ตั้งคำถามพรรคส้ม หลังเคยลั่น พรรคอันดับ 2 ไม่ควรชิงนายกฯหากแพ้ ถึง 30 เสียง
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนตัดสินใ
'ดร.โอฬาร' ชี้ เกมเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคประชาชน กระทบเครดิตพรรค หลังเคยลั่นไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนเสน
อัษฎางค์ สะท้อนโหวตเลือกปธ.สภาฯ 'พรรคส้ม' โฮมอโลน 'ขั้วที่สาม' รักษาอำนาจต่อรองไว้ใช้จังหวะคุ้มค่า
เอ็ดดี้ชี้ผลการโหวตเลือกประธานสภาในวันนี้สะท้อนโครงสร้างเชิงอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างคมชัด

