คนละหมัด! 'เดชอิศม์' ซัดกลับ 'ศุภชัย' ถ้าพ่อถูกจำคุกรุกเขากระโดง ลูกต้องรับโทษด้วยไหม

'เดชอิศม์' ซัดกลับ 'ศุภชัย' ยังใช่นักกฎหมายอยู่หรือไม่ หลังพาดพิงญาติมีคดีบุกรุกโบราณสถาน ถาม หากพ่อคุณติดคุกจะต้องรับโทษด้วยหรือไม่ ชวนขนคนที่เป็นผู้ต้องหามาสาบานร่วมกัน ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา เดี๋ยวออกค่ารถให้ ชี้รออธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ เพิกถอนสิทธิ์ 'เขากระโดง' ย้ำ 'นโยบาย มท.1' ที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวง

6 สิงหาคม 2568 - ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พาดพิงถึงญาติของนายเดชอิศม์ คดีบุกรุกโบราณสถานหัวเขาแดง จ.สงขลา ว่า ตนอยากถามกลับไปว่า นายศุภชัยยังเป็นนักกฎหมายอยู่หรือไม่ เพราะคนที่เป็นนักกฎหมายต้องมีจริยธรรมด้วย และยังเป็นนักการเมืองอยู่หรือไม่หากยังเป็นคนมองที่ปวงชนชาวไทย อย่าไปมองที่คนใดคนหนึ่งหรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งนั่นไม่ใช่นักการเมือง

"การที่ญาติพี่น้องไปกระทำความผิด เราต้องไปรับผิดด้วยหรือ พี่ผมไปกระทำความผิดผมต้องไปรับผิดด้วยหรือ หากยกตัวอย่างง่าย ๆ หากพ่อของคุณศุภชัย ไปบุกรุกเขากระโดงแล้วโดนศาลตัดสินจำคุก ถามว่าคุณศุภชัยต้องไปรับโทษด้วยไหม ก็ไม่ต้องฉะนั้นจึงอยากให้นายศุภชัยตั้งหลักคิดให้ดี อย่าเอามาปนเปกันที่สำคัญวันนี้ญาติผม บุกรุกโบราณสถานไม่ใช่หัวเขาแดงแต่เป็นเขาน้อย ตอนนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จึงไม่แน่ใจว่าการที่นายศุภชัยมาพูดเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ พร้อมฝากไปถึงนายศุภชัยว่า เอาอย่างนี้ดีไหม เราขนคนที่เป็นผู้ต้องหาระหว่างเขากระโดงเขาน้อยมาที่วัดพระแก้วมาสาบานร่วมกันว่ายอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา" นายเดชอิศม์ กล่าว

นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่า ฝ่ายสงขลาตนได้ถามไปแล้วเขายินดีจะมา จึงขอฝากไปถึงนายศุภชัยด้วย ให้ขนผู้ต้องหาเขากระโดงมาด้วย ค่ารถตนออกให้ก็ได้

เมื่อถามถึงกรณีเขากระโดง มีขั้นตอนของการพิจารณาเป็นอย่างไร นายเดชอิศม์ ระบุว่า เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่ต้องเพิกถอน น่าจะต้องรออธิบดีคนใหม่มาเพิกถอนโฉนดที่ดิน ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน ว่าที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวงเท่านั้นทุกตารางนิ้ว เพราะฉะนั้นต้องทำให้เร็วที่สุด และต้องทำทั่วประเทศไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ย้ำว่าที่ดินของหลวงต้องเอากลับมาเป็นของหลวงให้หมดและต้องไม่ยืดเยื้อกว่านี้ ประชาชนทั้งประเทศรอคอยมานาน

สำหรับเรื่องค่าชดเชยและเยียวยาชาวบ้านที่อยู่บริเวณเขากระโดงนั้น นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูเรื่องความผิด แต่เท่าที่ดูไม่เหมือนเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์มีการทำมาเป็นทอด ๆ แต่เขากระโดงมีทอดเดียวคือคนที่บุกรุกและมาทำโฉนดเลยการที่จะฟ้องเอาผิด ไม่รู้จะฟ้องเอาผิดกับใคร ส่วนถ้ามีการขายต่อเจ้าที่ 2 และ 3 ไปก็ต้องดูว่าความผิดตกอยู่ที่ใคร ส่วนที่ที่มีการก่อสร้างก็ถือว่าเป็นการบุกรุก

เมื่อถามถึงที่ของการรถไฟ ซึ่งถูกสร้างเป็นสนามแข่งรถ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เอากลับไปให้การรถไฟ ส่วนหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการรถไฟว่าจะทำอย่างไร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ก่อแก้ว’ อบรมน้อง ‘วิโรจน์’ เลิกยุ่งเพื่อไทย! ถูกภูมิใจไทยหักอกแล้วอย่างอแง

“ก่อแก้ว” โพสต์สวน “วิโรจน์” ย้อนวันที่เพื่อไทยชวนร่วมรัฐบาลกลับไปจับมือภูมิใจไทย พอถูกหักอกกลับอยากให้เพื่อไทยร่วมล่มหัวจมท้ายด้วย ซัดเลิกยุ่งการตัดสินใจของพรรคอื่น ไปแก้ปัญหาพรรคตัวเองก่อน

‘วัส’ ชี้ปรากฏการณ์รัฐประหารโดยพลเรือน ทำประชาธิปไตยอ่อนแอ

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า จาก "เขากระโดง" ถึง "บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง": เจาะลึกสภาวะ State Capture และปรากฏการณ์ "รัฐประหารโดยพลเรือน" ในสังคมไทย 

ภูมิใจไทย เขย่าภาษีบาป เราไปแตะหม้อข้าวเขา

ยังคงมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและสส.พรรคภูมิใจไทย เข้าชื่อกันเสนอร่างกฎหมายสี่ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร

'บิ๊กดุลย์' ยิ้มส่ายหน้า หัวเราะก่อนเดินหนีสื่อ หลังถูกถามปมฝ่ายค้านยื่นซักฟอก

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต

'กรวีร์' หนุนเดินหน้า Mega Project คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผันน้ำออกทะเล กุญแจสำคัญลดความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ระยะยาวที่หลายรัฐบาลได้ร่วมกันผลักดันและวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาและผ่านมติ ครม.ในที่สุด