เกมการเมืองไทยยังไร้ข้อยุติ พรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทยแย่งเสียงโหวตนายกฯ แข่งดึงพรรคประชาชน 143 เสียง ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม วิเคราะห์สถานการณ์เข้าขั้น “สามก๊กการเมือง” ชี้ ครม.รักษาการกุมอำนาจเหนือกว่า หากรวมเสียงไม่ได้ สุดท้ายอาจต้องหันใช้ “ไพ่ยุบสภา” เปิดทางเลือกตั้งใหม่
2 กันยายน 2568 - สืบเนื่องจากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ต่างแย่งชิงอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล ได้เจรจากับพรรคประชาชน จำนวน 143 เสียง เพื่อให้ยกมือโหวตให้ในการเลือกนายกรัฐมนตรีของแต่ละฝ่าย โดยรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีเสียงโหวตไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ที่มีอยู่ในสภา ขณะนั้น ในสภา มี สส.จำนวน 492 เสียง จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 247 เสียงเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนคนดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า การเมืองไทย เป็นแนวการเมืองลักษะสามกลุ่ม สามก๊ก และเป็นค่ายตามสี ระหว่าง กลุ่มหรือก๊กสีแดง-ก๊กสีส้ม-และก๊กสีน้ำเงินที่มีจำนวน สส.อยู่ในมือ ถือดุลอำนาจทางการเมือง โดยพรรคเพื่อไทย มี สส. จำนวน 140 เสียง แต่แยกไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย 10 เสียง ทำให้เหลือ 130 เสียง พรรคประชาชน มี สส.จำนวน 143 เสียง และพรรคภูมิใจไทย มี สส. จำนวน 69 เสียง เกมจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคการเมืองใด เทเสียงให้แก่กลุ่มหรือก๊กใด ก๊กใดนั้นรวมเสียงได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง ทำให้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ แต่ในแง่ทางการเมือง ครม.รักษาการ มีถือดุลอำนาจเหนือกว่า เพราะถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ
เมื่อสองขั้วอำนาจ ระหว่างเพื่อไทยและภูมิใจไทยแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคประชาชน เป็นตัวแปรหลัก ว่า จะเทเสียงให้แก่ฝ่ายใด
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะพรรคกล้าธรรม เสียงส่วนหนึ่งของพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเพื่อไทย แปรข้าง ไปยกมือให้พรรคภูมิใจไทย ฝ่ายตรงข้ามการแย่งชิงอำนาจจัดตั้งรัฐบาล ไม่ง่ายเหมือนเดิม ระหว่างบ้านจันทร์ส่องหล้า กับบ้านป่ารอยต่อ โดยชูธง ว่าที่นายกรัฐมนตรี ระหว่าง นายชัยเกษม นิติสิริ จากเพื่อไทยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ทำให้เพื่อไทยต้องหันไปอ้อนเสียง สนับสนุนจากพรรคประชาชนมาเติมให้ถึงกึ่งหนึ่ง ตาม รธน.มาตรา 159 วรรคท้าย โดยเฉพาะการเมือง สามกลุ่มสามก๊ก เป็นเกมแย่งชิงเสียง เพื่อเติมให้ครบ โดยมีผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นสิ่งจูงใจ เช่น ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นหรือ ประธาน กมธ. เป็นต้น
หากย้อนกลับไปดู คุณสมบัติ ว่าที่นายกรัฐมนตรีทั้ง สองพรรค ตาม รธน.มาตรา 88 ต่างมีจุดอ่อน จุดแข็ง โดยต่างประชันโฉมเรียกความคึกคักทางการเมือง เสียงเชียร์สนั่น ว่า ใครเก๋ากว่าใคร ใครเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
หากย้อนดูคุณสมบัติของ นายชัยเกษมฯจากพรรคเพื่อไทย มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพ และปัญหาจริยธรรม ในเรื่องเคยประกาศแก้ไขมาตรา 112 เกี่ยวพันความจงรักภักดี ทำให้ดิจิทัลฟรุตปริ้นส์ เป็นเชือกกล้วยมัดคอตนเอง ทำให้เสียงสนับสนุน ในการนั่งเก้าอี้น้อยกว่าเดิม พูดภาษาชาวบ้าน ง่ายๆ นายชัยเกษมฯ เชียร์ขึ้นยาก เพราะคาบเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และไม่มีฐาน สส.สนับสนุน
ส่วนนายอนุทินฯ จากฟากพรรคภูมิใจไทย มีเสียงเชียร์ท่วมท้น แม้จะผ่านการเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แล รมว.หลายตำแหน่ง แต่ช่วงที่ถอยเป็นฝ่ายค้าน เจอปัญหาคดีฮั้ว สว.สีน้ำเงิน โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. ชุดที่ 26 แจ้งข้อหา “ร่วมกันทุจริตการเลือก สว.”หรือ “คดีฮั้ว สว.สีน้ำเงิน”ผลทางกฎหมาย ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ทำให้ส่อขาดคุณสมบัติในความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5)
ในแง่การเมือง ทำให้นายอนุทินฯ ขาดความชอบธรรมทางการเมือง ในการนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทั้งในปมปัญหา “ที่ดินเขากระโดง” ที่เป็นที่ดินหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้เป็นสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ประชาชนตั้งคำถามว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรี จะนำที่ดินหลวงกลับคืนมาได้อย่างไร มีวิธีการจัดการอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ มีอำนาจโดยตรง ขณะเป็น รมว.มหาดไทย ยังนิ่งเฉย ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมประกอบกับมีถิ่นที่อยู่บริเวณเขากระโดงด้วย โดยถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำประกาศให้ชัดแจ้ง ว่าจะจัดการปัญหาที่ดินเขากระโดงอย่างไร เพื่อติดตามเอาที่ดินกลับคืนมา
กลไกรัฐธรรมนูญป้องกันสูญญากาศทางการเมือง ครม.เดิม รักษาการต่อไปได้จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ ตาม รธน.มาตรา 168 (1) ประกอบมาตรา 161 วรรคสอง
หากยังรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ทำให้ ครม.ต้องรักษาการยืดเยื้อออกไป ผลกระทบทางอ้อมจึงตกมายังพรรคประชาชนโดยตรง ว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร หากเป็น จ่าเฉย เป้าหมายต้องการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ทำให้คะแนนนิยมทางการเมืองลดลง “ไพใบสุดท้าย” ครม.รักษาการ จะต้องเลือกระหว่าง “ยุบสภา” หรือ “ลาออก”
หากใช้เกมช่อง “ยุบสภา” นายภูมิธรรมฯ รักษาการนายกรัฐมนตรี อาจลุยไฟ ยื่น พรฏ.ยุบสภารธน.มาตรา 103 วรรคหนึ่ง เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อตราเป็นกฎหมายโดยฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ก็ตาม แต่เป็นพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ หากไม่ทรงยับยั้ง ถือว่า เกมพรรคเพื่อไทยเหนือกว่า แต่หากพระองค์ท่าน ทรงยับยั้งเพราะขัดต่อกฎหมาย รธน. มาตรา 175
เหตุที่ความได้เปรียบและเสียเปรียบทางการเมือง อยู่ที่กรอบระยะเวลาการเลือกตั้งใหม่ เพื่อมีเวลาต้อนนักการเมืองเข้าคอก และซื้อตัวนักการเมืองมาลงสนามแข่งเพื่อชิงเกมการเมืองที่เหนือกว่า หากยุบสภา กกต.มีระยะเวลา 5 วันนับแต่ พรฎยุบสภาใช้บังคับ ในการประกาศให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ โดยใช้เวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันยุบสภา ตาม รธนฬมาตรา 103 วรรคสาม ทำให้ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง จากเดิม 90 วัน ลดลงเหลือไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบเงื่อนเวลา เพราะกฎหมาย ให้นับถึงวันเลือกตั้ง เปิดช่องให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่มีเวลาในการซื้อตัว สส.เขามาสังกัด แต่หากเลือกใช้ช่อง “ลาออก” ระยะเวลาสภาผู้แทนราษฎร เหลืออยู่จะต้องกลับไปสู่การเลือกนากยรัฐมนตรีคนใหม่
พูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ หากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ครม.เดิมยังรักษาการต่อไปไม่มีกำหนด เพราะการเมืองสามกลุ่ม สามก๊ก ต้องพึ่งเสียงจากพรรคส้ม แต่พรรคส้มเป็นจ่าเฉย ไพ่ใบสุดท้าย คือ การยุบสภา เป็นช่องทางได้เปรียบที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูเหน็บ ‘ณัฐพงษ์’ ไม่รู้เรื่อง
“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ
'ศิริกัญญา' เชื่อ 'ภูมิใจไทย' เล่นเกมลากยาว ขวางฝ่ายค้านอภิปราย 'โกง สว.' ในสภาฯ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เพจพรรคภูมิใจไทยออกมาโพสต์เตือนการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อาจจะกลายเป็นการซักฟอกองค์กรอิสร
'ศุภชัย' จวกฝ่ายค้านตรวจสอบหรือกดดัน กกต. ไม่ควรใช้สภาฯชี้นำคดีฮั้ว สว.
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า ‘ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?’ การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
'อนุทิน' หัวเราะ 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง ขย่มรัฐบาลดับไฟใต้เหลว ท้ายื่นซักฟอก
'นายกฯหนู' เย้ย 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง กล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ย้ำใช้งบประมาณคุ้มค่า เปิดทางฝ่ายค้านถามกระทู้-ยื่นญัตติ รวมถึงซักฟอกทั้งสองแบบ
'ศุภชัย' ปรามฝ่ายค้าน จ้องใช้เวทีสภาซักฟอก กกต. ไล่บี้คดีฮั้ว สว.
'ศุภชัย' รู้ทันฝ่ายค้าน ฉวยวาระรายงานผลปฏิบัติงาน กกต. ไล่บี้คดีฮั้ว สว. เตือนอย่าใช้เวทีสภาซักฟอกองค์การอิสระ
อนุทินนั่งหัวโต๊ะ ดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยเอาผิดบริษัท
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ลุยปิดช่องโหว่ทั้งระบบ

