'รมว.ยธ.' การันตี! ไม่จุ้นคดี 'เขากระโดง-ฮั้ว สว.' ปล่อยหน่วยรับผิดชอบทำไป

‘รุทธพล’ ประเดิมคุม ยธ. วันแรก ยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. ปล่อยหน่วยงานรับผิดชอบทำต่อไป เผยหลังแถลงนโยบาย เดินหน้าเต็มสูบปราบพนันออนไลน์-ยาเสพติด

26 ก.ย. 2568 – เมื่อเวลา 11.50 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้มารับตำแหน่งในฐานะ รมว.ยุติธรรม ซึ่งตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี และจนถึงวันที่ตนได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็ยังไม่ได้มาพูดคุยกับพี่น้องสื่อมวลชน ซึ่งเข้าใจว่าท่านก็อยากสอบถามอะไรต่าง ๆ วันนี้ตนเข้ากระทรวงยุติธรรมครั้งแรกก็อยากมาพูดคุยกับพี่น้องสื่อมวลชน

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการบริหารงานต่าง ๆ ในกระทรวงยุติธรรม เรื่องของนโยบาย ขอเป็นว่าหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันจันทร์และวันอังคารนี้ก่อน ซึ่งหลังจากนั้น ทางกระทรวงยุติธรรมจะมีการแถลงนโยบายเช่นเดียวกัน ซึ่งร่างนโยบายของกระทรวงฯ ทางสื่อมวลชนอาจทราบอยู่แล้ว ทั้งนี้ได้กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกจุดของกระทรวงยุติธรรม โดยขอพรให้ทำงานราบรื่น เพราะเคยเป็นข้าราชการประจำมาก่อน อายุราชการก็ 41 ปี ถือว่าผ่านการทำงานมาพอสมควร

พล.ต.ท.รุทธพล เผยถึงนโยบายเร่งด่วน 4 เดือน ว่า นโยบายเร่งด่วนที่สามารถพูดได้ก็คือเรื่องการปราบปราบการพนัน และยาเสพติด ที่เป็นนโยบายที่เราพูดได้ก็เพราะว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลเหมือนกัน โดยจะเน้นไปที่การปราบปรามพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ โดยเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ตนขอย้อนไปว่าสมัยรับราชการประจำ ได้ทำงานเกี่ยวกับการปราบยาเสพติดมาก่อน เชื่อว่าไม่มีปัญหาในการทำงานด้านยาเสพติดแน่นอน เพราะเรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ จะเร่งรัดเต็มที่ เพราะทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)มีปฏิบัติการจับกุมการขุดบิตคอยน์เถื่อน ลอบใช้ไฟฟ้าหลวงจนทำให้การไฟฟ้าฯ ได้รับความเสียหายพันกว่าล้านบาท อีกทั้งยังมีเรื่องของการจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์

สำหรับคดีคงค้างอื่นที่ติดค้างมาจากรัฐบาลชุดเก่านั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย หน่วยงานใดรับผิดชอบดำเนินการต่อไป เพราะตนในฐานะ รมว.ยุติธรรม คงกำกับนโยบายเพียงเท่านั้น โดยยึดหลักนิติธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมาย อันไหนที่เขาทำมาแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้เลย ดังนั้น ถ้าสื่อมวลชนได้รับฟังการแถลงนโยบายของนายกฯ ในวันจันทร์และวันอังคารนี้ ส่วนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของนายกฯ

เมื่อถามถึงคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน ฮั้ว สว. มีทิศทางทำคดีอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของคดีฮั้ว สว. ทราบว่าเป็นการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่แล้ว ให้ กกต. รับผิดชอบดำเนินการไป ส่วนคดีเขากระโดง ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการไปได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมที่ดิน และเท่าที่ทราบ รฟท. จะยื่นฟ้องคู่กรณีประมาณกว่า 900 ราย เพราะถือคติว่าจะยื่นฟ้องทั้งหมด ตนคงจะต้องรอคำพิพากษาของศาลในส่วนนี้

ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลชุดนี้หรือ รมว.ยธ. เองจะเข้าไปแทรกแซงการทำคดีหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวปฏิเสธว่า ไม่หรอก ตนไม่คิดที่จะแทรกแซง เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน การจะเข้าไปแทรกแซงต้องคิดให้ดี อย่างไรรายละเอียดความคืบหน้าทางคดีต่างๆ ต้องสอบถามกับปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน ส่วนหน่วยงานไหนรับผิดชอบให้ดำเนินการได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งดีเอสไอรับผิดชอบอยู่นั้น จะให้เดินหน้าต่อหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ย้ำว่า “ให้ดีเอสไอดำเนินการต่อเนื่องได้เลย เพราะในเรื่องนี้บางคนก็บอกว่า กลัวว่าผมจะมาแทรกแซง แต่ผมอยากเรียนว่าคดีทั่วไป แม้ลัก วิ่ง ชิง ปล้น จะมีข้อกฎหมายกับข้อเท็จจริงอยู่ ดังนั้น ต่อให้เป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ เชียงราย ยะลา อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน ก็มีกฎหมายเดียวกันทั้งหมด ส่วนข้อเท็จจริงทางดีเอสไอดำเนินการมาตั้งนานแล้ว ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ คงต้องสอบถามทางปลัด ยธ. ว่าความคืบหน้าคดีจะมีมากน้อยแค่ไหน”

เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการอะไรเกี่ยวกับ 2 คดีนี้เป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่มีครับ

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้คดีเขากระโดงในส่วนที่ดีเอสไอรับผิดชอบ ยังเป็นเพียงเรื่องสืบสวนเท่านั้น มีโอกาสจะรับเป็นคดีพิเศษในเร็ววันนี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ทราบเลย คงต้องค่อนข้างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าการเข้าไปดูจะเป็นการไปแทรกแซงหรือไม่ เพราะอย่างที่ทราบเวลาของรัฐบาลนี้มีเพียง 4 เดือน หากเข้าไปแทรกแซงแล้วมีคนไปร้องศาล ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ คงไม่สามารถทำงานได้ตามนโยบายของรัฐบาลได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ขอเช็กเงิน ก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 อาจปรับเกณฑ์คนละครึ่ง

นายกฯ รับเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาล ก่อนตัดสินใจลุย 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพี พุ่งไม่พูดถึง ยันสถานะคลังยังแข็งแรง

'อนุทิน' จ่อลงดูที่เกิดเหตุกราดยิง ย้ำ 'กำนัน-ผญบ.' ช่วยดูแลป้องกัน

'อนุทิน' ยกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สำคัญต่อการบริหาร ชี้เหตุสลดนนทบุรีในฐานะนักปกครองต้องป้องกัน ย้ำห้ามพกปืน ล้อมคอกแล้วแต่ยังเล็ดลอดได้ ขอร่วมมือดูแลพื้นที่เข้ม เตรียมรุดลงดูที่เกิดเหตุ

'3 นิ้ว' บุก ยธ. บี้คุ้มครอง 'อานนท์' เลิกแยกแดนผู้ต้องขังคดี 112

'อดีตแกนนำม็อบ 3 นิ้ว' บุกยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม วอนคุ้มครองความปลอดภัย 'อานนท์ นำภา' และผู้ต้องขังคดีการเมือง หลังส่งจดหมายร้องหวั่นถูกแยกแดนเสี่ยงอันตราย

'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า