‘วิโรจน์’จี้ ‘อนุทิน’ตรวจสอบ ‘เบนจามิน’ขบวนการทุนเทาข้ามชาติฮุบหุ้นบางจากฯ หวั่นเงินเทาทะลักทำไทยเสียโอกาส กลายเป็นศูนย์กลางฟอกเงิน-มาเฟียข้ามชาติ โยงรัฐบาล ‘เศรษฐา’มีเอี่ยวทำ สส.เพื่อไทยเดือดป้องถ้าเกี่ยวข้องเอาไปตัดหัวทิ้งได้เลย ปูด‘ธรรมนัส-นฤมล’รับผลบุญร่วมด้วย
30 กันยายน 2568 - จากนั้นเวลา 15.10 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า หากรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ใส่ใจในการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ตามการแถลงนโยบาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแกะรอย และติดตามตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของบริษัทบางจาก คอร์เปอเรชัน มหาชน เรื่องนี้มาจากรายงานในปี 2567 ที่มีกองทุนลึกลับพยายามเข้าซื้อหุ้นบางจากทั้งหมดที่กองทุนประกันสังคมถือครองไว้อยู่ 14.18% เป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ประเด็นอยู่ที่ว่าคณะอนุกรรมการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม พยายามสอบถามตัวจริงผู้ที่จะมาซื้อหุ้นเป็นใคร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ จึงทำให้ดีลการซื้อหุ้นไม่เกิดขึ้น ซึ่งนายอนุทินสามารสอบถามได้จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงานในขณะนั้น
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต่อมาปรากฏข่าวใหญ่กองทุนจากประเทศสิงคโปร์ ได้เข้ามาถือครองหุ้นบางจากฯ ในสัดส่วนสูงถึง 14% แต่ถืออยู่เพียงชั่วคราวก็รีบเทขายหุ้นถึง 9% ให้กับบริษัทของไทย และบริษัทดังกล่าวมีการไล่ซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่องจนกวาดหุ้นไปครองถึง 20 % ซึ่งธุรกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงไปถึงนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และบรรดานายทุนและกลุ่มทุนธนาคารในกัมพูชา นอกจากนี้ในไทยยังมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับนักการเมืองหลายคนอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน เคยปรากฏภาพถ่ายนายเบนจามินนั่งร่วมดื่มกาแฟกับนายทักษิณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นอกจากนั้นยังมีภาพถ่ายทำบุญในงานทอดกฐินที่ จ.อุตรดิตถ์ อย่างชัดเจน
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อภาพเหล่านี้ปรากฏต่อสาธารณชนก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เกิดการสงสัย ว่าตกลงแล้วความเชื่อมโยงที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ นายเบนจามิน ถูกต้องข้อสงสัยอย่างหนักว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับทุนเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ ธุรกิจเถื่อน อาชญากรรมไซเบอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าถึง 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4-6 แสนล้านบาท เท่ากับ 60% ของจีดีพีกัมพูชา ซึ่งมีประชาชนไทยตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูงถึงปีละ 115,300 ล้านบาท ตกวันละ 316 ล้านบาท ความเสียหายของประเทศไทยสูงถึง 135,000 ล้านบาท โดยมีรายงานว่า 1 ในผู้จัดการกองทุน CAI มีชื่อว่าแคทรียา บีเวอร์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายเบนจามิน โดยนายเบนจามินไม่ใช่ชาวต่างชาติที่ได้รับสัญชาติกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซนโดยตรง ที่น่าตั้งคำถามคือครั้งนั้นบนหน้าเว็บไซต์ของบีไอซีกรุ๊ปเคยแอบอ้างเอาชื่อของนายวรภัค ธันยาวงศ์ รมช.คลัง ไปเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการร่วมกับอดีตปลัดกระทรวง 2 กระทรวงและอดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนายวรภัคเพิ่งออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยดำรงตำแหน่งในบีไอซีกรุ๊ป เพียงแค่เคยพบและพูดคุยกับนายยิม เลียก ประธานบีไอซีกรุ๊ป เมื่อหลายปีก่อน หากเป็นเช่นนั้นจริงนายวรภัค ต้องฟ้องบริษัทบีไอซีกรุ๊ป ฐานผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตนเชื่อว่านายอนุทิน น่าจะรู้จักับนายเบนจามินอยู่บ้าง เพราะในช่วงปลายปี 2567 บุคคลนี้เคยขอสละสัญชาติกัมพูชาและมาขอสัญชาติไทย แต่ถูกนายอนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทยในขณะนั้น ไม่เซ็นอนุญาต
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทบางจากฯ ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจโรงกลั่นและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ได้ขยายธุรกิจไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบริษัทบีซีพีอาร์ เพื่อดำเนินธุรกิจสำรวจปิโตรเลียม ซึ่งได้มีการประกาศร่วมมือกับบริษัทเชฟรอน เพื่อสำรวจปิโตรเลียมในแปลง G2/65 ในอ่าวไทย แต่ประเทศไทยมีเอ็มโอยู 44 กับกัมพูชาที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีขนาด 2.6 หมื่นตร.กม. ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรปิโตรเลียมในทะเลมูลค่ามหาศาล มีการวางแผนเรื่องสัมปทานเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่การสำรวจยังไม่เกิดขึ้น เพราะข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ยังไม่สิ้นสุด คำถามคือหากฝ่ายการเมืองดีลกันลงตัวระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนของนักการเมืองและกลุ่มทุนไทยกับเครือข่ายอำนาจของฮุนเซ็น บางจากฯ ในฐานะบริษัทพลังงานรายใหญ่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือทันทีเพื่อเปิดทางไปสู่อภิมหาโครงการแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียมใต้อ่าวไทย
นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า นี่คือข้อสงสัยและความกังวลของประชาชนทั้งประเทศ หากเงินที่มาไล่ซื้อหุ้นบางจากฯ เป็นเงินสกปรกที่มาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา นั่นหมายความว่าทุนเทาข้ามชาติขนาดมหึมาเข้ามายึดประเทศไทยผ่านตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังมีข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวว่าทุนเทามหาศาลอาจมายึดกุมระบบการธนาคารของประเทศไทยโดยตรง และสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือเงินสกปรกก้อนโตจะเป็นกำแพงกีดกันเม็ดเงินสุจริตที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และเราจะสูญเสียโอกาสดึงดูดการลงทุนสมัยใหม่ สูญเสียการพัฒนาซัพพลายเชนที่สร้างงานให้กับแรงงานทักษะสูง เราอาจจะกลายเป็นดินแดนที่มีแต่มาเฟียข้ามชาติ
นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึง กรณีคูคอยน์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตระดับโลก ซึ่งบริษัทแม่เคยถูกสหรัฐอเมริกาสั่งปรับเป็นเงินสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากประกอบธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่สามารถหยุดยั้งการฟอกเงินได้ ซึ่งคูคอยน์ได้ซื้อบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนและเป็นผู้ออก สิริฮับ โทเคน ของบริษัทแสนสิริ เป็นเหตุให้สงสัยว่าเหตุใดนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ จึงต้องควบ รมว.คลังด้วย
ทำให้นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก ซึ่งนายมงคล ได้ขอให้นายวิโรจน์ไม่อภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก โดยนายไชยวัฒนา ยืนยันว่า หากตนหรือพรรคเพื่อไทยมีส่วนได้ส่วนเสียให้เอาไปตัดหัวทิ้งได้เลย ตนเป็นเพื่อนกับนายวิโรจน์ ไม่อยากให้ฉวยโอกาส เพราะนี่คือการให้คำแนะนำกับรัฐบาลใหม่ ทำให้ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ไม่ต้องร้อนตัวขนาดนั้นก็ได้ นั่งเฉยๆ อดทนนิดหนึ่ง ร้อนตัวจนหูดับเลยหรือไม่
ต่อมานายวิโรจน์ อภิปรายต่อว่า เป็นการตั้งข้อสงสัยไม่ได้ยืนยัน หากตัดตัวละครหรือใช้ตัวย่อจะทำให้ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนควรจะรู้ ว่าทุนเทาข้ามชาติจะเข้ามายึดประเทศ เราต้องปกป้องจากทุนสกปรก นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานว่าจะนำธนาคารอิสลามมาใช้ผูกบัญชีกับแพลตฟอร์มคูคอยน์ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทสินเชื่อที่เข้ามาหนุนโครงการจีโทเคน ของกระทรวงคลังที่ออกพันธบัตรดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้ข่าวดีลการซื้อหุ้นธนาคารอิสลามจะไม่เกิดขึ้น แต่หากโครงการแซนด์บ็อกซ์ การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาทได้เมื่อไร จะเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นการอนุญาตให้คริปโตสามารถใช้เป็นเงินสุดได้เลย หากเงินคริปโตที่มาจากเงินสะอาดก็จะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีที่มาจากเงินสีดำเงินสกปรกเท่ากับว่าโครงการแซนด์บ็อกซ์จะกลายเป็นเครื่องฟอกเงินให้กับอาชญากรรมข้ามชาติ
นายวิโรจน์ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีความพยายามซื้อหุ้นบางจากแล้วยังเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์เอ็มเอฟซี ซึ่งเป็นการจัดการกองทุนของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสังคมก็ถือหุ้นบางจาก 15.1 % นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติในสมัยที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรมว.เกษตรฯ ได้เสนอเรื่องข้อกำหนดฝากหรือลงทุนของสหกรณ์ ที่เปิดทางให้สหกรณ์ทั่วประเทศนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งไปลงล็อกกับคุณสมบัติของเอ็มเอฟซี ซึ่งประชาชนสายมูบอกว่าเป็นผลบุญที่เกิดจาก ร.อ.ธรรมนัสไปทำบุญร่วมกับนายเบนจามินที่จ.อุตรดิตถ์ และบุญหล่นทับจากการทำบุญร่วมกันที่วัดดวงแข หากจำเรื่องของการขายอาคาร Skyy 9 ได้ ผ่านบริษัทเอ็มเอฟซีให้กับกองทุนประกันสังคม ถ้าไม่มองว่าเป็นเรื่องผลบุญต้องถามว่าเป็นการค้ากำไรเกินควรเข้าข่ายการเอารัฐเอาเปรียบผู้ประกันตน และประเทศเรากำลังเผชิญหน้ากับขบวนการการเมืองที่เปิดช่องให้ย้ายเงินลงทุนเข้ามาเบียดบังผู้ประกันตนที่หรือไม่
นายวิโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เล่ามาเป็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่สุจริตตรวจสอบได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าสมมติว่าเป็นเงินสีดำมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นหายนะระดับชาติ เท่ากับเรากำลังเปิดประตูเมืองให้ทุนเทาข้ามชาติเข้ามาหลอกคนไทย ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่าทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ มีการอุ้มสมเครือข่ายการเมือง ซื้อข้าราชการระดับสูง เป็นลูกสมุน ใช้เงินสีเทาไปซื้อเสียงกำหนดนโยบาย กดขี่ประชาชน นายกฯ รมว.คลังและรมช.คลัง จำเป็นต้องเร่งสั่งการให้ ป.ป.ช. ป.ป.ง. ตรวจสอบเร่งด่วน ถ้านายอนุทิน มีความตั้งใจต้องให้กระทรวงต่างประเทศและ ป.ป.ง. ลงนามอนุสัญญาต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ถ้าเราเปิดประเทศให้เงินสกปรกเข้ามาผสมพันธุ์กับนักการเมืองชั่ว อย่าว่าแต่หุ้นบางจาก ไม่ว่าเป็นหุ้น ปตท. กรุงไทย ไทยพาณิชย์ เงินสกปรกเหล่านี้ก็จะยึดได้ทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชูศักดิ์' เผยแกนนำเพื่อไทยยังไม่ตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ชี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่ออนาคตพรรค
"ชูศักดิ์" เผยแกนนำยังไม่ตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องฟังเหตุผล มอง เป็นเรื่องใหญ่มีผลกับอนาคตเพื่อไทย รับผลเลือกตั้งต่ำกว่าที่ประเมินไว้
แกนนำเพื่อไทย ทยอยเข้าพรรคประเมินสถานการณ์ ไม่ตอบร่วมรัฐบาล
บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยภายหลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งหลายเขตของพรรคเพื่อไทยพลาดไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่านและแพร่
คอนเฟิร์ม ’ปปช.‘ ชี้มูลความผิด 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112
มีรายงานข่าวจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สมาชิกสภาผู้แท
‘น้ำเงิน-แดง-ฟ้า’ ความน่าจะเป็นของรัฐบาลผสม?
หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคสีน้ำเงิน ได้ที่นั่งมากที่สุด 195 ที่นั่ง และขึ้นมาเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล สูตรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงแรกคือการรวมตัวของพ
'ธนาธร' ปลุกขวัญด้อมส้ม อย่าหมดหวัง ลั่นประชาชนแพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว
ธนาธร ปลุกกำลังใจผู้สนับสนุน สมาชิกพรรค ปชน.เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที
ปิดตำนาน '2 บ้านใหญ่' พท. สูญพันธุ์ 'ปชน.-กธ.' ยึดลำปาง
ปิดตำนาน 2 ตระกูลใหญ่ลำปาง กอดคอสูญพันธุ์ 'ส้ม-เขียว' แบ่งกันคนละครึ่ง ขณะที่ส้มคาใจเปิดประเด็นรณรงค์ขอนับคะแนนเขต2ใหม่หลังพบบัตรเสียกว่า7พันใบและส้มทิ้งห่างกล้าธรรมเพียงสองพันกว่าคะแนน

